คู่มือนี้เล่าวิธีส่งของ ขายออนไลน์ สำหรับร้านงานอาร์ตและงานคราฟต์ ตั้งแต่ตั้งค่าจัดส่งในร้าน แพ็กของ ไปจนถึงกรอกเลขพัสดุบน Portjolio แบบที่ร้านเล็กๆ ทำคนเดียวได้
หลายคนวาดเก่ง ถ่ายรูปงานเก่ง ตั้งราคาก็คิดมาแล้ว แต่พอมีออเดอร์แรกเข้ามาจริงๆ กลับนั่งงงหน้ากองกล่อง (ใช้กล่องขนาดไหนดี? ห่อกี่ชั้น? ส่งเจ้าไหน?) แล้วพอส่งไปแล้วก็ยังต้องคอยตอบแชทลูกค้าว่า "ของถึงไหนแล้วคะ" อีกหลายรอบ
ส่วนที่น่ากลัวที่สุดก็คือของเสียหายระหว่างทาง โปสเตอร์มุมพับ กรอบรูปกระจกร้าว สติกเกอร์โดนน้ำ ของพวกนี้เกิดได้จริงและเกิดบ่อยกว่าที่คิด เราเลยรวบรวมขั้นตอนที่ใช้ได้จริงไว้ตรงนี้ ใครเพิ่งเปิดร้านอ่านจบแล้วลงมือตามได้เลย
ตั้งค่าจัดส่งในร้านก่อน ลูกค้าจะได้เห็นค่าส่งตั้งแต่หน้าสินค้า
ก่อนจะคิดเรื่องกล่อง ให้ตั้งค่าจัดส่งในร้านให้เรียบร้อยก่อน บน Portjolio อยู่ในหน้า แต่งร้าน เลื่อนลงมาที่หัวข้อ การจัดส่ง จะมีช่องให้กรอกแค่ 6 อย่าง
- ขนส่งที่ใช้ประจำ เลือกได้หลายเจ้า มีไปรษณีย์ไทย Kerry Express Flash Express J&T Express DHL และอื่นๆ
- ค่าส่งเริ่มต้น คือค่าส่งชิ้นแรกในออเดอร์
- ชิ้นถัดไปชิ้นละ ใส่ 0 ถ้าอยากเหมาค่าส่งเดียวทั้งออเดอร์
- ส่งฟรีเมื่อซื้อครบ (ไม่ใส่ก็ได้)
- ส่งจากจังหวัด (ไม่ใส่ก็ได้)
- ใช้เวลาแพ็ค กี่วัน (ไม่ใส่ก็ได้)
ตั้งครั้งเดียวใช้ทั้งร้าน แล้วระบบจะเอาไปคำนวณค่าส่งตอนลูกค้าสั่งให้เอง ข้อควรรู้คือถ้าไม่ตั้งเลย ระบบจะถือว่าส่งฟรี ใครลืมตั้งแล้วโดนออเดอร์แรกเข้ามาแบบไม่มีค่าส่ง ก็ต้องออกเองนะ
ช่องที่เรามองว่าคนชอบข้ามแต่ควรกรอกคือ ใช้เวลาแพ็ค เพราะตัวเลขนี้จะไปขึ้นบนหน้าสินค้าว่า "ร้านแพ็คใน X วัน" ลูกค้าจะรู้ตั้งแต่ก่อนกดซื้อว่าต้องรอกี่วัน ไม่ต้องทักมาถาม ถ้าเราทำงานประจำและแพ็กได้แค่วันเสาร์อาทิตย์ ก็ใส่ตามจริงไปเลย 5 หรือ 7 วันก็ได้ ซื่อสัตย์กับตัวเลขนี้ดีกว่าใส่ 1 วันแล้วส่งไม่ทัน
ตัวอย่างจริงคือ พวงกุญแจแมว Portcha ราคา 69 บาท ร้านตั้งค่าส่งไว้ 50 บาท ชิ้นต่อไปบวก 10 บาท ส่งจากกรุงเทพฯ แพ็คใน 1 วัน ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่ใต้ราคาเลย ลูกค้าเห็นครบก่อนกดเพิ่มลงตะกร้า ส่วนเรื่องคิดตัวเลขค่าส่งยังไงให้ไม่ขาดทุน เคยเล่าไว้บ้างแล้วใน ตั้งราคางานศิลปะ คิดยังไงให้ไม่ขาดทุน
เตรียมของแพ็กไว้ก่อนมีออเดอร์
ข้อนี้ฟังดูธรรมดาแต่ช่วยได้เยอะมาก ร้านที่ส่งช้ามักไม่ได้ช้าเพราะขี้เกียจ แต่ช้าเพราะต้องออกไปหาซื้อกล่องทุกครั้งที่มีออเดอร์ ลองดูว่างานในร้านมีกี่ขนาด แล้วซื้ออุปกรณ์มาเก็บไว้ตามนั้น
- กล่องหรือซอง ตามขนาดงาน งานแบนอย่างโปสการ์ดหรือ art print เล็กใช้ซองแข็ง งานม้วนใช้กระบอก งานมีกรอบหรืองานปั้นใช้กล่อง
- ถุงพลาสติกใสหรือถุงซิป กันน้ำ สำคัญมากกับงานกระดาษทุกชนิด
- กระดาษแข็งหรือฟิวเจอร์บอร์ด ประกบหน้าหลังงานแบน กันพับ
- บับเบิ้ลหรือกระดาษย่น สำหรับของที่มีมุมหรือเปราะ
- เทปกาว ปากกาเมจิก และกรรไกร วางไว้ที่เดียวกัน
ถ้าอยากให้ลูกค้าเปิดกล่องแล้วยิ้ม ใส่การ์ดขอบคุณสั้นๆ ที่เขียนมือหรือสติกเกอร์ของร้านไปสักแผ่นก็พอ ไม่ต้องลงทุนเยอะ (เราเคยได้การ์ดเขียนมือจากร้านเล็กๆ ร้านหนึ่ง เก็บไว้จนทุกวันนี้)
วิธีแพ็กงานแต่ละแบบ ให้ถึงมือแบบไม่พับไม่แตก
หลักใหญ่มีข้อเดียว คือคิดเผื่อว่ากล่องจะโดนโยน โดนทับ และโดนฝน แล้วแพ็กให้รอดทั้ง 3 อย่าง
งานกระดาษแบน (art print โปสการ์ด สติกเกอร์)
ใส่ถุงใสก่อน แล้วประกบด้วยกระดาษแข็งที่ใหญ่กว่างานเล็กน้อยทั้งหน้าและหลัง พันเทปให้แน่นแล้วค่อยใส่ซอง เขียนหน้าซองว่า "ห้ามพับ" ด้วยก็ช่วยได้บ้าง ใครขายพวกนี้อยู่ ลองอ่าน ขาย art print ที่ไหนดี กับ ขายสติกเกอร์ทำเอง ออนไลน์ ประกอบได้
งานขนาดใหญ่ที่ม้วนได้
ม้วนโดยให้ด้านภาพอยู่ด้านนอก (กระดาษจะแอ่นกลับเองตอนคลี่) มีกระดาษไขหรือกระดาษบางรองอีกชั้น ใส่ถุงใสแล้วใส่กระบอก ยัดปลายกระบอกให้แน่นไม่ให้ม้วนขยับ
งานมีกรอบ งานปั้น งานเปราะ
ห่อตัวงานด้วยบับเบิ้ลหลายชั้น ปิดมุมทั้ง 4 ด้วยกระดาษแข็งพับเป็นมุม แล้ววางในกล่องที่เหลือที่ว่างรอบด้านพอให้ใส่วัสดุกันกระแทก ทดสอบง่ายๆ คือปิดกล่องแล้วเขย่า ถ้าได้ยินเสียงของขยับ ยังแน่นไม่พอ
สุดท้ายก่อนปิดกล่อง ถ่ายรูปของในกล่องเก็บไว้ 1-2 รูป เผื่อมีปัญหาทีหลังจะได้มีหลักฐานว่าแพ็กมาดีแล้ว
กดเริ่มแพ็ค แล้วกรอกเลขพัสดุในหน้าออเดอร์
พอมีคนสั่งและจ่ายเงินแล้ว ออเดอร์จะเด้งเข้ามาในหน้าออเดอร์ร้าน สถานะขึ้นว่า จ่ายแล้ว ในหน้านี้มีที่อยู่ลูกค้าพร้อมปุ่ม คัดลอกสำหรับจ่าหน้า กดทีเดียวเอาไปวางในแอปขนส่งหรือพิมพ์ใบปะหน้าได้เลย ไม่ต้องพิมพ์ทีละตัว
ใต้ที่อยู่จะเห็นสรุปเงินของออเดอร์นี้ด้วย ค่าสินค้า ค่าส่งที่ลูกค้าจ่าย ค่าธรรมเนียม และยอดเข้าร้าน ตรงนี้มีข้อดีอยู่ข้อหนึ่ง คือค่าธรรมเนียม 15% หักจากราคาสินค้าเท่านั้น ค่าส่งไม่ถูกหัก ค่าส่งที่ลูกค้าจ่ายมาเลยไปจ่ายขนส่งได้เต็มๆ
ลำดับการกดมีแค่ 2 ปุ่ม
- กด เริ่มแพ็ค ตอนลงมือแพ็ก ลูกค้าจะเห็นสถานะเปลี่ยนตามจริง ไม่ต้องทักมาถาม
- ส่งของที่ขนส่งเสร็จแล้ว เลือกขนส่ง ใส่เลขพัสดุ แล้วกด ส่งแล้ว ปุ่มจะกดไม่ได้ถ้ายังไม่ได้ใส่ทั้งสองช่อง
เลขพัสดุกับชื่อขนส่งจะไปขึ้นในหน้า ออเดอร์ของฉัน ฝั่งลูกค้าให้ตามเองได้ ข้อนี้คือส่วนที่เราชอบที่สุด เพราะช่วยตัดแชท "ของถึงไหนแล้ว" ไปได้เกือบหมด ใครอยากดูภาพรวมทั้ง flow ก่อนเปิดร้านจริง ลองกดเล่น demo ในหน้า ช่วยเหลือ ได้ มีให้กดดูทั้งตั้งค่าจัดส่งและรับออเดอร์
หลังกดส่ง เงินจะเข้าตอนไหน
ทุกออเดอร์บน Portjolio มี Portjolio Care พักเงินไว้ตรงกลางก่อน ยอดจะพร้อมถอนเมื่อลูกค้ากดรับของ หรือครบ 7 วันหลังเรากดส่ง ถึงลูกค้าลืมกด ระบบก็ปล่อยให้เอง พอยอดที่พร้อมถอนถึง 300 บาท กดขอถอนในหน้าการเงินได้เลย
เพราะเวลา 7 วันนับจากตอนกด ส่งแล้ว ยิ่งกรอกเลขพัสดุไว ยิ่งได้เงินไว อย่าส่งของไปแล้วลืมมากดในระบบ อันนี้เจอบ่อย (รายละเอียดเรื่องเงินทั้งหมดเคยเล่าไว้ใน ระบบหลังร้าน จากลงงานจนเงินเข้าบัญชี)
ของเสียหายระหว่างทาง ทำยังไง
ถึงจะแพ็กดีแค่ไหน บางครั้งก็ยังเจอ ตามที่เขียนไว้ในหน้า Care ของเสียหายระหว่างขนส่งเป็นความรับผิดชอบของบริษัทขนส่ง ลูกค้าแจ้งเรื่องผ่านปุ่ม มีปัญหากับออเดอร์นี้ ได้ภายใน 7 วันหลังได้รับของ แล้วทีมงานจะช่วยประสานร้านเพื่อเคลมกับขนส่ง และตอบกลับภายใน 3 วันทำการ
สิ่งที่ร้านช่วยตัวเองได้คือ เก็บใบเสร็จขนส่งไว้ เก็บรูปตอนแพ็กไว้ และถ้าเป็นงานราคาสูง ลองถามขนส่งเรื่องซื้อประกันพัสดุเพิ่ม (แต่ละเจ้ามีเงื่อนไขต่างกัน ต้องเช็กกับขนส่งเอง)
อีกเรื่องที่ควรรู้ ถ้าช่วงไหนไม่สะดวกส่งของ เช่น ไปต่างจังหวัด ในหน้าแต่งร้านมีสวิตช์ พักร้านชั่วคราว เปิดไว้แล้วหน้าร้านจะขึ้นป้ายบอกลูกค้าว่ากลับมาเมื่อไหร่ ดีกว่าปล่อยให้มีออเดอร์เข้ามาแล้วส่งไม่ได้
คำถามที่เจอบ่อย
ขายออนไลน์ ส่งของเจ้าไหนดี?
ไม่มีเจ้าไหนดีที่สุดสำหรับทุกงาน งานกระดาษเบาๆ หลายร้านใช้ไปรษณีย์ไทยเพราะมีสาขาเยอะ งานที่อยากได้ไวและติดตามง่ายก็มักเลือกขนส่งเอกชน บน Portjolio เลือกติ๊กไว้ได้หลายเจ้าในหน้าแต่งร้าน แล้วตอนส่งจริงค่อยเลือกเจ้าที่ใช้ในออเดอร์นั้น
ไม่ตั้งค่าส่งเลยได้ไหม?
ได้ แต่ระบบจะถือว่าส่งฟรีทั้งร้าน ถ้าตั้งใจส่งฟรีก็โอเค ถ้าไม่ตั้งใจ ควรเข้าไปตั้งก่อนมีออเดอร์แรก
ส่งของแล้วต้องแจ้งลูกค้าเองไหม?
ไม่ต้อง กรอกขนส่งกับเลขพัสดุแล้วกด ส่งแล้ว ในหน้าออเดอร์ ลูกค้าจะเห็นเลขพัสดุในหน้า ออเดอร์ของฉัน เอง
ค่าส่งโดนหักค่าธรรมเนียมด้วยไหม?
ไม่โดน ค่าธรรมเนียมมาตรฐาน 15% หักจากราคาสินค้าเท่านั้น ค่าส่งที่ลูกค้าจ่ายเข้าร้านเต็มจำนวน ดูเงื่อนไขทั้งหมดได้ที่หน้า ข้อตกลง
ส่วนตัวเรามองว่าการส่งของคือส่วนที่ลูกค้าจำร้านได้มากที่สุดพอๆ กับตัวงาน ของถึงไว แพ็กมาดี มีเลขพัสดุให้ตาม ลูกค้าก็กล้ากลับมาซื้ออีก ใครยังไม่มีร้าน ลองเปิดร้านฟรี แล้วตั้งค่าจัดส่งให้เสร็จตั้งแต่วันแรก ตั้งครั้งเดียวใช้ได้ทั้งร้าน



