สติกเกอร์แผ่นหนึ่งราคาหลักสิบ ทำเสร็จวางเรียงบนโต๊ะแล้วดูน่ารักดี พอจะเอาขึ้นออนไลน์จริงๆ คำถามแรกที่โผล่มาไม่ใช่เรื่องลาย แต่เป็นเรื่องค่าส่ง ของ 69 บาท ค่าส่ง 50 บาท คนซื้อจะยอมจ่ายไหม หรือกดออกตั้งแต่เห็นตัวเลข
ของชิ้นเล็กอย่างสติกเกอร์ โปสการ์ด ที่คั่นหนังสือ งานกระดาษ มีปัญหาเหมือนกันหมด คือกำไรต่อชิ้นบาง ค่าส่งเลยกินสัดส่วนเยอะ ถ้าคิดไม่ดีจะกลายเป็นขายได้แต่ไม่เหลืออะไร หรือตั้งค่าส่งสูงจนไม่มีใครกล้าสั่ง หลายคนเลยเลือกขายผ่านแชท ตอบราคา ตอบค่าส่ง จดออเดอร์เองทีละคน ซึ่งพอคนทักมาสักสิบคนก็เริ่มงงว่าใครโอนแล้วใครยัง
บทความนี้จะไล่ตั้งแต่ตั้งราคา แบ่งลาย ตั้งค่าส่ง ไปจนถึงแพ็กของ โดยใช้ร้านที่ขายของชิ้นเล็กอยู่จริงบน Portjolio เป็นตัวอย่าง ตัวเลขทุกตัวในนี้ดึงมาจากหน้าเว็บจริงและหน้าข้อตกลงผู้ขาย ใครกำลังคิดจะขายสติกเกอร์ทำเองอ่านจบแล้วเอาไปตั้งร้านต่อได้เลย
ขายสติกเกอร์ทำเอง เริ่มจากคิดเป็น "ออเดอร์" ไม่ใช่ "ชิ้น"
ลองดูสติกเกอร์ Portcha Set 1 ของร้าน Portcha Cafe ราคาแผ่นละ 69 บาท ใต้ราคามีกล่องเล็กๆ บอกว่า "ค่าส่ง ฿50 เมื่อสั่ง 1 ชิ้น" และบรรทัดถัดมาบอกว่าชิ้นต่อไปบวกแค่ 10 บาท
บรรทัดที่สองนี่แหละที่ทำงานหนักสุด คนที่เห็นค่าส่ง 50 บาทอาจลังเล แต่พอรู้ว่าหยิบเพิ่มอีกแผ่นจ่ายค่าส่งเพิ่มแค่ 10 บาท หลายคนจะเปลี่ยนจากซื้อแผ่นเดียวเป็นสองสามแผ่นแทน เพราะรู้สึกว่าค่าส่งก้อนแรกจ่ายไปแล้ว ซื้อเพิ่มคุ้มกว่า
ลองคิดเลขดู ซื้อ 3 แผ่น ค่าสินค้า 207 บาท ค่าส่ง 50 + 10 + 10 = 70 บาท รวม 277 บาท ค่าส่งเฉลี่ยตกแผ่นละไม่ถึง 24 บาท ฝั่งร้านแพ็กซองเดียว ไปส่งครั้งเดียว ได้ยอดเกือบสามเท่า
เพราะฉะนั้นก่อนตั้งราคา ให้ถามตัวเองว่า "ออเดอร์ปกติของร้านเราน่าจะมีกี่ชิ้น" แทนที่จะถามว่าแผ่นนี้ควรขายเท่าไหร่ ของชิ้นเล็กไม่ได้ขายทีละชิ้น มันขายเป็นกอง
ตั้งราคาให้เหลือกำไรหลังหักค่าบริการ
บน Portjolio เปิดร้านและลงงานไม่เสียเงิน ค่าบริการจะหักตอนขายได้เท่านั้น อัตรามาตรฐานคือ 15% ของราคาสินค้า สำหรับร้านที่ผลิตและส่งของเอง และที่สำคัญคือ ค่าส่งไม่ถูกหัก (ดูรายละเอียดเต็มที่ข้อตกลงผู้ขาย)
สติกเกอร์ 69 บาท หัก 15% เหลือราคาสินค้าเข้าร้านประมาณ 58.65 บาท ส่วนค่าส่งที่ลูกค้าจ่ายมาเป็นของร้านเต็มๆ เอาไปจ่ายค่าซอง ค่าแสตมป์ ค่าขนส่งได้ตรงๆ ตอนตั้งราคาจึงแยกคิดเป็นสองก้อนได้เลย
- ก้อนสินค้า ต้นทุนพิมพ์ ไดคัท ถุงแก้วหรือซองใส่แผ่น บวกค่าแรงตัวเอง แล้วเผื่อ 15% ไว้
- ก้อนค่าส่ง ค่าซอง กระดาษแข็งกันงอ เทป และค่าขนส่งจริงที่เราใช้ประจำ
อย่าเอาค่าส่งไปซ่อนในราคาสินค้าแล้วตั้งส่งฟรี ถ้าไม่ได้คิดมาแล้วจริงๆ เพราะส่วนที่ซ่อนไว้จะโดนหัก 15% ไปด้วย ใครอยากคิดละเอียดกว่านี้ อ่านต่อได้ที่ตั้งราคางานศิลปะ คิดยังไงให้ไม่ขาดทุน ตอนลงสินค้าระบบจะโชว์อัตราค่าบริการของร้านเราทุกครั้งที่พิมพ์ราคา เห็นตัวเลขก่อนกดบันทึก
หลายลายในชิ้นเดียว ใช้ตัวเลือกแทนการลงซ้ำ
คนทำสติกเกอร์กับโปสการ์ดมักมีลายเยอะ ถ้าลงแยกลายละหนึ่งสินค้า หน้าร้านจะยาวเหยียด และคนซื้อต้องกดเข้าออกทีละหน้า
ดูตัวอย่างโปสการ์ด Floral Childlike Art ของร้าน Naive Flora Tattoo ลงเป็นสินค้าเดียว แล้วตั้งตัวเลือกชื่อ "ลาย" ไว้ 7 แบบ คนซื้อกดเลือกลายที่ชอบแล้วเพิ่มลงตะกร้าได้เลย ในคำอธิบายยังเขียนแยกบรรทัดว่าแต่ละลายหน้าตาเป็นยังไง ใส่ขนาด A6 · 10.5 × 14.8 ซม. และบอกเนื้อกระดาษ คนซื้อไม่ต้องทักมาถามสักคำ
เรื่องที่ควรใส่ในคำอธิบายของงานกระดาษชิ้นเล็ก มีไม่กี่อย่าง
- ขนาดจริงเป็นเซนติเมตร ถ้าเป็นสติกเกอร์ให้บอกขนาดแผ่นและขนาดตัวที่ใหญ่สุด
- วัสดุ เช่น กระดาษผิวด้าน กระดาษมัน พีวีซี กันน้ำหรือไม่
- ไดคัทแล้วหรือต้องตัดเอง
- ในหนึ่งชิ้นได้อะไรบ้าง หนึ่งแผ่น หนึ่งเซ็ต หรือกี่ดวง
ส่วนการตั้งชื่อสินค้าให้คนค้นเจอ อย่างการขึ้นต้นด้วยคำว่า "สติกเกอร์" หรือ "โปสการ์ด" ก่อนชื่อคอลเลกชัน มีเขียนไว้ละเอียดในตั้งชื่อสินค้า SEO ยังไงให้คนค้นเจอ
ตั้งค่าส่งของร้าน ครั้งเดียวใช้ได้ทุกชิ้น
ค่าส่งบน Portjolio ตั้งที่ระดับร้าน ไปที่ แต่งร้าน แล้วเลื่อนลงมาส่วนการจัดส่ง จะเจอช่องให้กรอกแบบนี้
- ขนส่งที่ใช้ประจำ เลือกได้ เช่น ไปรษณีย์ไทย Kerry Express Flash Express J&T Express DHL
- ค่าส่งเริ่มต้น คิดกับชิ้นแรกในออเดอร์
- ชิ้นถัดไปชิ้นละ ใส่ 0 ได้ถ้าอยากเหมาค่าส่งเดียวทั้งออเดอร์
- ส่งฟรีเมื่อซื้อครบ ไม่ใส่ก็ได้
- ส่งจากจังหวัด และ ใช้เวลาแพ็ค ไม่ใส่ก็ได้ แต่ใส่ไว้ดีกว่า เพราะจะไปโชว์ในกล่องค่าส่งบนหน้าสินค้า
ตั้งแล้วระบบจะคำนวณค่าส่งโชว์บนหน้าสินค้าให้เอง ลูกค้าเห็นก่อนสั่ง ไม่ต้องทักมาถาม ข้อควรรู้คือถ้าไม่กรอกเลย ระบบจะถือว่าส่งฟรี เพราะฉะนั้นร้านของชิ้นเล็กควรตั้งก่อนลงงานชิ้นแรก ดูตัวอย่างทีละขั้นได้ในศูนย์ช่วยเหลือ แท็บ "ตั้งค่าจัดส่ง"
สำหรับร้านสติกเกอร์ สูตรที่ใช้ได้ดีคือค่าส่งเริ่มต้นเท่ากับค่าส่งจริงของซองหนึ่งซอง แล้วตั้งชิ้นถัดไปต่ำๆ หรือ 0 เพราะสติกเกอร์สิบแผ่นก็ยังใส่ซองเดียวกันได้ อีกทางคือตั้งส่งฟรีเมื่อซื้อครบยอดหนึ่ง ให้คนซื้อมีเป้าให้เติมตะกร้า เลือกตัวเลขที่สูงกว่ายอดออเดอร์เฉลี่ยของร้านนิดหน่อย
ถ้าร้านมีของใหญ่ปนอยู่ด้วย เช่น โปสเตอร์ม้วนหรือกรอบรูป ไม่ต้องยกค่าส่งทั้งร้านขึ้นตาม ในหน้าลงสินค้ามีช่อง "ค่าส่งชิ้นนี้ต่างจากค่าปกติของร้าน" ให้ติ๊กแล้วใส่ค่าส่งเฉพาะชิ้นนั้น เวลาลูกค้าสั่งปนกัน ระบบจะคิดค่าเริ่มต้นตัวที่แพงสุดครั้งเดียว ชิ้นที่เหลือคิดอัตราชิ้นถัดไปของแต่ละชิ้น ส่วนส่งฟรีเมื่อซื้อครบก็ยังใช้ได้ตามเดิม
แพ็กของชิ้นเล็กให้ถึงมือแบบไม่งอ
ของกระดาษพังง่ายกว่าที่คิด มุมพับ แผ่นงอ โดนน้ำ ลูกค้าเปิดซองมาเจอสติกเกอร์ยับก็หมดอารมณ์ วิธีที่ร้านส่วนใหญ่ใช้กันมีไม่กี่ขั้น
- ใส่สติกเกอร์หรือโปสการ์ดในถุงแก้วหรือซองพลาสติกใสก่อน กันชื้นกันรอยนิ้ว
- ประกบด้วยกระดาษแข็งที่ใหญ่กว่าตัวงานเล็กน้อย ด้านหน้าหนึ่งแผ่น ด้านหลังหนึ่งแผ่น
- ใส่ซองที่ขนาดพอดี ไม่หลวมจนงานไหลไปกองที่มุม
ของแถมเล็กๆ อย่างสติกเกอร์ลายเดียวหรือการ์ดขอบคุณ ไม่ได้บังคับ แต่สำหรับร้านที่ขายของราคาหลักสิบ มันเป็นต้นทุนไม่กี่บาทที่ทำให้คนจำร้านได้ และกลับมาซื้อลายใหม่
พอแพ็กเสร็จ เปิดหน้าออเดอร์ เลือกขนส่ง ใส่เลขพัสดุ แล้วกดส่ง ลูกค้าจะติดตามพัสดุได้เอง ไม่ต้องทักมาถามว่าของถึงไหนแล้ว
เงินเข้าเมื่อไหร่ และหน้าร้านช่วยขายของชิ้นเล็กยังไง
เงินค่าสินค้าทุกออเดอร์พักไว้กับ Portjolio Care ก่อน ยอดจะพร้อมถอนเมื่อลูกค้ากดรับของ หรือ 7 วันหลังร้านกดส่ง ระบบปล่อยให้เองแม้ลูกค้าไม่กด ไม่มีรอบโอนรายเดือน ยอดพร้อมถอนถึง 300 บาทก็กดขอถอนได้ สำหรับร้านสติกเกอร์ ยอด 300 บาทคือประมาณ 5 แผ่นหลังหักค่าบริการ ไม่ต้องรอนาน ส่วนการยืนยันตัวตน ระบบจะขอตอนถอนเงินครั้งแรก ตอนสมัครใช้แค่อีเมล
อีกเรื่องที่ของชิ้นเล็กได้ประโยชน์คือหน้าร้าน ลองดูหน้าร้าน Portcha Cafe สติกเกอร์ ที่รองแก้ว พวงกุญแจ วางเรียงกันในตารางเดียว คนที่เข้ามาเพราะสติกเกอร์แผ่นเดียว เห็นของอื่นในร้านต่อทันที และในหน้าสินค้ายังมีแถบ "สินค้าอื่นของร้านนี้" ช่วยพาคนไปหยิบชิ้นที่สองที่สาม ซึ่งเข้ากับสูตรค่าส่งชิ้นถัดไปถูกที่ตั้งไว้พอดี
ข้อจำกัดที่ควรรู้ไว้ ตอนนี้งานในหมวดสติกเกอร์และการ์ดบนเว็บยังมีไม่เยอะ ข้อดีคือร้านใหม่มีโอกาสโผล่ในผลค้นหาง่าย ข้อเสียคือคนที่เข้ามาหาสติกเกอร์โดยตรงยังไม่มาก ช่วงแรกการแชร์ลิงก์ร้านไปที่ Instagram หรือ LINE ของตัวเองยังสำคัญอยู่ หน้าร้านทำหน้าที่เป็นที่ปิดการขายที่เป็นระบบ แทนการจดออเดอร์ในแชท
คำถามที่เจอบ่อย
ขายสติกเกอร์ทำเองต้องลงทุนซื้อเครื่องตัดหรือเครื่องพิมพ์เองไหม
ไม่จำเป็น หลายร้านส่งไฟล์ไปให้โรงพิมพ์พิมพ์และไดคัทให้ แล้วรับมาแพ็กส่งเอง สิ่งที่ต้องคิดคือจำนวนขั้นต่ำของโรงพิมพ์ จะได้รู้ว่าต้องสต๊อกไว้กี่แผ่น ช่องจำนวนที่มีในหน้าลงสินค้าจะนับสต๊อกลดลงให้เองเมื่อขายได้
ค่าส่งสติกเกอร์ควรตั้งเท่าไหร่ดี
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ถูกสำหรับทุกร้าน ให้เริ่มจากค่าส่งจริงของซองหนึ่งซองกับขนส่งที่ใช้ประจำ บวกค่าซองกับกระดาษแข็ง แล้วตั้งชิ้นถัดไปต่ำๆ ตัวอย่างร้านจริงบน Portjolio ใช้ 50 บาทชิ้นแรก ชิ้นต่อไป 10 บาท
ขายสติกเกอร์ลายแฟนอาร์ตได้ไหม
ข้อตกลงผู้ขายไม่ให้ขายของที่ใช้ลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้าของคนอื่น ตัวละครจากการ์ตูน เกม หรือโลโก้แบรนด์ที่ไม่ได้รับอนุญาตจึงไม่ควรเอามาลง ถ้าไม่แน่ใจว่างานไหนขายได้ ทักไปถามทีมงานก่อนได้ ทางที่สบายใจที่สุดคือขายลายที่เราออกแบบเองทั้งหมด
ลงสติกเกอร์หลายลายแต่สต๊อกไม่เท่ากัน ทำยังไง
ถ้าแต่ละลายเหลือไม่เท่ากันมาก ลงแยกเป็นคนละสินค้าจะคุมสต๊อกง่ายกว่า ถ้าใกล้เคียงกันหรือพิมพ์เพิ่มได้เรื่อยๆ ใช้ตัวเลือกลายในสินค้าเดียวแบบตัวอย่างโปสการ์ดข้างบนจะทำให้หน้าร้านเรียบร้อยกว่า
ถ้ามีสติกเกอร์ โปสการ์ด หรืองานกระดาษที่ทำไว้แล้ว ลองตั้งค่าส่งของร้านก่อน แล้วลงชิ้นแรกพร้อมตัวเลือกลาย จากนั้นแชร์ลิงก์ร้านไปที่ช่องทางที่มีคนตามอยู่แล้ว ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง เปิดร้านฟรี ได้ที่นี่ ถ้าอยากต่อยอดไปขายงานพิมพ์ใบใหญ่ขึ้น อ่านต่อที่ขาย art print ที่ไหนดี



