ลองนึกถึงตอนที่มีคนทักมาถามว่า "มีพอร์ตให้ดูไหมครับ" แล้วเราต้องส่งไปสามลิงก์ ลิงก์แรกเป็น IG ที่งานจริงจมอยู่ใต้รูปแมวกับรูปกาแฟ ลิงก์ที่สองเป็นไฟล์ PDF ที่ทำไว้ตั้งแต่ปีก่อน ลิงก์ที่สามเป็นโพสต์ที่บอกว่า "งานไหนยังมีขาย ทักมาถามได้" คนถามก็ต้องเปิดสามแท็บ แล้วก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าชิ้นไหนซื้อได้ ราคาเท่าไหร่
ปัญหาของการทำ portfolio ศิลปินออนไลน์ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่งานไม่สวย แต่อยู่ที่พอร์ตกับการขายแยกกันอยู่คนละที่ พอร์ตสวยแต่ซื้อไม่ได้ ส่วนที่ซื้อได้ก็เป็นแชทที่ไม่มีใครเห็นภาพรวมของงาน คนที่สนใจจริงหายไประหว่างทางเยอะกว่าที่เราคิด
บทความนี้เลยจะเล่าวิธีใช้หน้าร้านบน Portjolio ให้เป็นทั้งพอร์ตและที่ขายงานในหน้าเดียว ไล่ตามลำดับที่ลงมือทำได้จริง พร้อมบอกตรงๆ ว่าตรงไหนระบบยังทำไม่ได้
หน้าร้านคือพอร์ตที่มีปุ่มซื้อติดมาด้วย
หน้าร้านบน Portjolio แบ่งเป็น 5 แท็บ คือ ผลงาน คอมมิชชัน ฟีด รีวิว และเกี่ยวกับ ถ้ามองแบบพอร์ต แท็บผลงานคือหน้ารวมงาน แท็บเกี่ยวกับคือหน้า About ของเรา ส่วนคอมมิชชันกับรีวิวเป็นสิ่งที่พอร์ตทั่วไปไม่มี คือบอกว่ารับงานอะไรอยู่ และคนที่เคยซื้อจริงพูดถึงเรายังไง
ด้านบนสุดของหน้าจะมีแบนเนอร์ รูปโปรไฟล์ ชื่อร้าน ข้อความแนะนำตัวสั้นๆ ลิงก์ไปช่องทางอื่น แล้วก็แถบตัวเลขสามช่อง คือจำนวนผลงาน จำนวนผู้ติดตาม และคะแนนรีวิว (ร้านที่ยังไม่มีรีวิวจะขึ้นคำว่า "ใหม่") ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คนเห็นในสามวินาทีแรก เลยคุ้มที่จะใช้เวลากับมันหน่อย
ข้อดีที่สุดของการรวมพอร์ตกับที่ขายไว้ด้วยกันคือเราส่งลิงก์เดียวพอ เช่นหน้าร้าน workspace.ss ที่ทำงานเซรามิก ใครกดเข้ามาจะเห็นถ้วย จาน แก้ว เรียงเป็นกริด ชิ้นไหนยังมีของก็เห็นราคาบนการ์ดเลย ไม่ต้องทักไปถามทีละชิ้น
ตั้งตัวตนของร้านให้คนอ่านรู้ในประโยคเดียว
ทุกอย่างในส่วนนี้แก้ได้ที่หน้าตั้งค่าร้าน มีช่องให้กรอกตามนี้
- แบนเนอร์และรูปโปรไฟล์ แบนเนอร์ลองใช้ภาพโต๊ะทำงานหรือภาพงานหลายชิ้นวางรวมกัน จะเล่าได้ดีกว่าโลโก้ขยายใหญ่ รูปโปรไฟล์จะถูกตัดเป็นวงกลม เลือกภาพที่เล็กแล้วยังจำได้
- ชื่อร้าน ใส่ได้ 1-60 ตัวอักษร ถ้าคนรู้จักเราในชื่อเล่นหรือชื่อในวงการ ใช้ชื่อนั้น เพราะคนจะค้นด้วยชื่อที่เขาจำได้
- แนะนำร้าน ไม่เกิน 200 ตัวอักษร ไม่ใส่ก็ได้ แต่แนะนำให้ใส่ (เหตุผลอยู่หัวข้อถัดไป)
- ประเภทร้าน เลือกได้ระหว่าง ศิลปิน นักสะสม แบรนด์ เลือกได้มากกว่าหนึ่ง จะขึ้นเป็นป้ายเล็กใต้ชื่อร้าน
ข้อความแนะนำร้าน 200 ตัวอักษรดูเหมือนน้อย แต่จริงๆ พอดีกับสิ่งที่คนอยากรู้ ลองตอบสามข้อ ทำงานอะไร ทำด้วยอะไรหรือสไตล์ไหน และรับงานแบบไหนอยู่ เช่น "ปั้นถ้วยและจานเซรามิกทีละใบ ลายวาดมือ เปิดรับสั่งทำลายเฉพาะเดือนละไม่กี่ชิ้น" อ่านจบรู้เลยว่าร้านนี้คืออะไร
สิ่งที่ควรเลี่ยงคือประโยคกว้างๆ อย่าง "รักในงานศิลปะ ชอบสร้างสรรค์" เพราะใครก็เขียนได้ และไม่ได้บอกอะไรคนอ่านเลย ถ้าตอนนี้ยังคิดไม่ออก ใส่สั้นๆ แค่ "ceramics handmade" ก็ยังดีกว่าเว้นว่าง
ทำ portfolio ศิลปินออนไลน์ให้ Google หาเจอ
ส่วนนี้คนมักมองข้าม หน้าร้านแต่ละร้านมีลิงก์ของตัวเองแบบ portjolio.net/store/ชื่อร้าน และระบบจะตั้งหัวเรื่องของหน้าเป็น "ชื่อร้าน · Portjolio" ส่วนข้อความแนะนำร้านที่เราเขียน ระบบจะใช้เป็นคำอธิบายของหน้า ซึ่งเป็นข้อความที่ Google มักหยิบไปแสดงใต้ชื่อในผลค้นหา ร้านที่ไม่ได้เขียนแนะนำตัว คำอธิบายจะเหลือแค่ "ร้านของ ชื่อร้าน บน Portjolio" ซึ่งไม่ได้ช่วยให้ใครอยากกดเข้ามา
เพราะฉะนั้นข้อความแนะนำร้านทำงานสองต่อ ต่อแรกคือคนที่เข้ามาในหน้าร้านอ่าน ต่อที่สองคือคนที่ยังไม่เคยรู้จักเราเห็นมันจากหน้าค้นหา ลองใส่คำที่คนน่าจะค้นจริงลงไปแบบธรรมชาติ เช่น ประเภทงาน วัสดุ หรือเทคนิค
อีกเรื่องคือลิงก์ไปช่องทางอื่น ในหน้าตั้งค่ามีช่องให้ใส่ LINE, Instagram, เว็บไซต์ และ YouTube ทุกช่องไม่บังคับ ลิงก์พวกนี้จะขึ้นเป็นชิปให้คนกด และในโค้ดของหน้า ระบบจะบอก Google ด้วยว่า Instagram เว็บไซต์ และ YouTube ที่ใส่ไว้เป็นของร้านเดียวกัน ตรงนี้ช่วยให้ชื่อเรากับบัญชีต่างๆ ผูกกันเป็นตัวตนเดียว ไม่กระจัดกระจาย (ส่วน LINE ใช้เป็นช่องทางติดต่ออย่างเดียว)
มีรายละเอียดเล็กๆ ที่ควรรู้ ชิปลิงก์ใต้ชื่อร้านด้านบนจะขึ้นเมื่อร้านใส่ LINE หรือ Instagram อย่างน้อยหนึ่งช่อง ถ้าใส่แค่เว็บไซต์อย่างเดียว ลิงก์จะไปอยู่ในแท็บเกี่ยวกับ ไม่ได้อยู่ด้านบน
จัดแท็บผลงานให้ดูเป็นพอร์ต ไม่ใช่โกดังสินค้า
แท็บผลงานรวมงานทุกชิ้นที่ไม่ใช่คอมมิชชัน เรียงจากชิ้นใหม่ไปเก่า มีสามอย่างที่ช่วยให้มันดูเป็นพอร์ตมากขึ้น
ปักหมุดงานที่อยากให้เห็นก่อน ในหน้าจัดการสินค้ากดปักหมุดได้ ชิ้นที่ปักไว้จะขึ้นก่อนชิ้นอื่น และชิ้นที่ปักไว้อันดับแรกจะขยายเป็นการ์ดใหญ่กินพื้นที่สองช่องคูณสองช่อง เหมาะกับงานที่เป็นตัวแทนสไตล์เรามากที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นชิ้นที่แพงที่สุด
งานที่ขายไปแล้วยังอยู่ ชิ้นที่มีคนซื้อไปแล้วจะยังอยู่ในกริด มีป้าย SOLD มุมขวาบน และการ์ดจะจางลงนิดหน่อย ส่วนชิ้นที่สต๊อกหมดจะขึ้นคำว่า "สินค้าหมด" แทนราคา ตรงนี้สำคัญกับคนที่ใช้หน้าร้านเป็นพอร์ต เพราะงานที่ขายไปแล้วก็เป็นหลักฐานว่ามีคนเชื่อใจซื้องานเรา ดูตัวอย่างได้จากกริดของ workspace.ss ที่มีหลายชิ้นขึ้นว่าสินค้าหมด แต่ยังทำหน้าที่โชว์งานอยู่
รูปปกต้องเล่าเรื่องได้ในช่องสี่เหลี่ยม สินค้าแต่ละชิ้นใส่รูปได้สูงสุด 5 รูป รูปแรกคือรูปปกที่ขึ้นในกริด ถ้าพื้นหลังทุกรูปโทนเดียวกัน กริดทั้งหน้าจะดูเป็นชุดเดียว เรื่องนี้เคยเขียนละเอียดไว้ใน ถ่ายรูปสินค้าขายออนไลน์ด้วยมือถือ
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อน ทุกชิ้นในแท็บผลงานคือสินค้า ระบบยังไม่มีโหมดลงงานไว้โชว์เฉยๆ แบบไม่มีราคา ถ้าอยากเอางานเก่าที่ไม่ขายแล้วมาโชว์ วิธีที่ใกล้ที่สุดคือลงเป็นสินค้าแล้วตั้งสต๊อกเป็นศูนย์ ชิ้นนั้นจะอยู่ในกริดพร้อมคำว่าสินค้าหมด ส่วนสินค้าที่กดพักขายไว้จะไม่โชว์ในหน้าร้านเลย อย่าสับสนสองอย่างนี้
ใช้แท็บที่เหลือเติมสิ่งที่พอร์ตปกติไม่มี
พอร์ตทั่วไปบอกได้แค่ว่าเราทำอะไร แต่ไม่ได้บอกว่าตอนนี้รับอะไร และทำงานด้วยแล้วเป็นยังไง สามแท็บที่เหลือมาเติมตรงนี้
- คอมมิชชัน ถ้ารับวาดหรือรับทำตามสั่ง ลงเป็นบริการแยกไว้ คนจะเห็นราคาและระยะเวลาทำงานของแต่ละแบบ วิธีตั้งคิวให้มีงานต่อเนื่องอ่านต่อได้ที่ รับวาดรูป คอมมิชชั่น เปิดคิวยังไง
- ฟีด ที่ลงภาพระหว่างทำงาน ภาพสเก็ต หรือประกาศเปิดคิว เป็นส่วนที่ทำให้หน้าร้านดูมีคนอยู่ ไม่ใช่หน้าที่ทำทิ้งไว้
- รีวิว มาจากผู้ซื้อที่สั่งซื้อจริงเท่านั้น เขียนได้หลังร้านส่งของแล้ว คนเลยเชื่อรีวิวตรงนี้มากกว่าภาพแคปแชทที่ร้านโพสต์เอง
แท็บเกี่ยวกับจะรวมข้อความแนะนำตัวฉบับเต็ม ลิงก์ทุกช่องทาง วันที่เปิดร้าน และถ้าร้านเคยถูกพูดถึงในบทความบน Spotlight ก็จะมีลิงก์บทความนั้นขึ้นตรงนี้ด้วย อย่างร้าน Thireq Pecko ที่มีลิงก์บทความซึ่งเคยพูดถึงงานของร้านแปะอยู่ท้ายแท็บ
ทริกเล็กๆ ที่ใช้ได้เลย ลิงก์หน้าร้านเปิดเข้าแท็บที่ต้องการได้ตรงๆ โดยเติมท้ายลิงก์ เช่น portjolio.net/store/ชื่อร้าน#commissions จะเปิดแท็บคอมมิชชันทันที หรือ #about สำหรับแท็บเกี่ยวกับ เวลาโพสต์เปิดคิวใน IG ส่งลิงก์แบบนี้ไป คนไม่ต้องไปหาเอง
เอาลิงก์เดียวไปวางทุกที่
พอหน้าร้านพร้อม ขั้นสุดท้ายคือทำให้มันเป็นลิงก์หลักของเรา วางลิงก์หน้าร้านใน bio ของ IG, TikTok หรือ X แทนลิงก์หลายอัน ใส่ไว้ท้ายอีเมลรับงาน และเวลาใครถามว่ามีพอร์ตไหม ส่งลิงก์นี้ลิงก์เดียว ในหน้าร้านก็มีปุ่มแชร์ร้านไว้ให้ส่งต่อได้สะดวก
เรื่องเงิน การเปิดร้านและลงงานไม่มีค่าใช้จ่าย ค่าบริการ 15% ของราคาสินค้าจะหักเมื่อขายได้เท่านั้น ค่าส่งไม่ถูกหัก และพอยอดที่พร้อมถอนถึง 300 บาท กดขอถอนได้ รายละเอียดทั้งหมดอยู่ใน ข้อตกลงการใช้งาน ถ้าอยากเทียบว่าหน้าร้านต่างจากการขายผ่านแชทยังไง อ่านต่อได้ที่ มีหน้าร้านของตัวเอง ต่างจากรับงานผ่านแชทยังไง
คำถามที่เจอบ่อย
ทำ portfolio ศิลปินออนไลน์บน Portjolio ต้องมีงานกี่ชิ้นถึงจะเริ่มได้
ไม่มีขั้นต่ำ ร้านที่มีงานชิ้นเดียวก็เปิดได้ แต่ถ้าอยากให้หน้าแรกของแท็บผลงานดูเต็ม ลองเริ่มที่ 6-9 ชิ้น ซึ่งพอดีกับกริดสามคอลัมน์สองถึงสามแถว แล้วค่อยเติมเรื่อยๆ
ใช้หน้าร้านแทนเว็บไซต์พอร์ตส่วนตัวได้ไหม
สำหรับคนที่อยากโชว์งานและขายงานไปพร้อมกัน ใช้แทนได้ค่อนข้างดี เพราะมีลิงก์เป็นของตัวเองและ Google ค้นเจอได้ แต่ถ้าต้องการหน้าเล่าโปรเจกต์ยาวๆ หลายหน้า หรือจัดเลย์เอาต์อิสระ เว็บไซต์ส่วนตัวยังเหมาะกว่า ใช้คู่กันก็ได้ ใส่ลิงก์เว็บไซต์ไว้ในหน้าตั้งค่าร้าน
งานที่ไม่อยากขาย แต่อยากโชว์ ลงได้ไหม
ตอนนี้ระบบยังไม่มีโหมดโชว์อย่างเดียว ทางที่ใกล้ที่สุดคือลงเป็นสินค้าแล้วตั้งสต๊อกเป็นศูนย์ การ์ดจะขึ้นคำว่าสินค้าหมดแทนราคา หรือลงเป็นโพสต์ในฟีดแทนก็ได้
เปลี่ยนชื่อร้านหรือข้อความแนะนำทีหลังได้ไหม
แก้ได้ตลอดที่หน้าตั้งค่าร้าน ข้อความแนะนำที่แก้แล้วจะใช้เป็นคำอธิบายหน้าร้านชุดใหม่ด้วย แต่ Google อาจใช้เวลาสักพักกว่าผลค้นหาจะอัปเดตตาม
ถ้าตอนนี้พอร์ตของคุณยังกระจายอยู่สามสี่ที่ ลองย้ายมารวมไว้ในหน้าเดียวดู เริ่มจากรูปโปรไฟล์ ข้อความแนะนำตัวหนึ่งประโยค กับงานที่ชอบที่สุดหกชิ้น แค่นี้ก็มีลิงก์เดียวไว้ส่งให้คนที่ถามหาพอร์ตแล้ว เปิดร้านฟรี



