มีข้อความหนึ่งที่คนทำงานอาร์ตต้องเคยพิมพ์ ไม่ร้อยครั้งก็พันครั้ง คือ "รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวส่งราคาให้" แล้วก็เลื่อนหาไฟล์เก่าในเครื่อง หารูปที่เคยถ่ายไว้ หาราคาที่เคยตอบคนอื่นไปเมื่อสามเดือนก่อน กว่าจะได้คำตอบกลับไป อีกฝ่ายก็เงียบไปแล้ว
เราถามคนที่ขายงานผ่านแชทมาหลายปีว่าเหนื่อยตรงไหนที่สุด คำตอบไม่ใช่เรื่องวาดยาก ไม่ใช่เรื่องลูกค้าเรื่องมาก แต่เป็นเรื่องที่ต้องอธิบายของชิ้นเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก ราคาเท่าไหร่ ส่งยังไง ค่าส่งเท่าไหร่ มีสีอื่นไหม โอนแล้วส่งสลิปที่ไหน ทุกคำถามเหมือนกันหมด แค่คนถามเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ
บทความนี้เทียบให้เห็นตรงๆ ว่า การเปิดร้านขายงานอาร์ตบนระบบที่มีหน้าร้านจริง ต่างจากการรับงานผ่านแชทยังไง ต่างตรงไหนที่ช่วยเราจริง และตรงไหนที่แชทยังทำได้ดีกว่าอยู่ เราใช้หน้าร้านที่เปิดจริงบน Portjolio เป็นตัวอย่างประกอบทั้งหมด ไม่ได้ทำภาพจำลองขึ้นมาใหม่
แชททำงานได้ดี จนถึงจุดที่งานเริ่มเยอะ
ตอนเริ่มต้น แชทคือเครื่องมือที่ดีที่สุดจริงๆ ไม่ต้องตั้งค่าอะไร ไม่ต้องเรียนรู้ระบบ ลูกค้าทักมา เราตอบ จบ ถ้าเดือนหนึ่งมีคนถามสามสี่คน แชทเอาอยู่สบาย
ปัญหาเริ่มตอนที่ของเราเยอะขึ้น หรือคนถามเยอะขึ้น เพราะข้อมูลทั้งหมดของร้านอยู่ในหัวเราคนเดียว ราคาอยู่ในหัว ค่าส่งอยู่ในหัว ของชิ้นไหนเหลือกี่ชิ้นก็อยู่ในหัว เวลาลูกค้าถามพร้อมกันห้าคน เราต้องดึงข้อมูลชุดเดิมออกมาห้ารอบ
อีกเรื่องที่เจ็บกว่าคือ งานเก่าหายไปหมด รูปที่เคยลงในสตอรี่หายไปใน 24 ชั่วโมง โพสต์ที่เคยลงเมื่อปีที่แล้วจมอยู่ล่างสุดจนไม่มีใครเลื่อนไปเจอ คนที่เพิ่งมารู้จักเราวันนี้ จะไม่มีทางเห็นงานที่เราทำมาสามปี เขาเห็นแค่โพสต์ล่าสุดสามโพสต์
หน้าร้านแก้เรื่องนี้ด้วยวิธีที่ไม่ซับซ้อนเลย คือเอาข้อมูลออกจากหัวเรา ไปวางไว้ในที่ที่ลูกค้าเปิดดูเองได้ตลอดเวลา
หน้าร้านตอบคำถามซ้ำๆ แทนเรา
ลองดูหน้าร้านจริงหน้าหนึ่ง เป็นร้านของ Naive Flora Tattoo ที่ลงของขายไว้สามชิ้น สิ่งที่เห็นในจอเดียวคือ รูปงาน ราคาของทุกชิ้น ปุ่มติดตาม ปุ่มแชร์ร้าน แล้วก็แท็บแยกไว้ห้าอัน ผลงาน คอมมิชชัน ฟีด รีวิว และเกี่ยวกับ

คำถามที่เราเคยต้องพิมพ์ตอบทุกวัน อยู่ในหน้านี้หมดแล้ว ราคาเท่าไหร่ อยู่บนการ์ดสินค้า มีอะไรขายบ้าง อยู่ในแท็บผลงาน รับคอมมิชชันไหม อยู่ในแท็บคอมมิชชัน เราเป็นใคร ทำอะไรมา อยู่ในแท็บเกี่ยวกับ
ที่ต่างจากแชทชัดที่สุดคือ ลูกค้าเปิดดูเองได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเรา เขาไม่ต้องทักมาถามก่อนถึงจะรู้ราคา หลายคนไม่กล้าทักด้วยซ้ำ เพราะกลัวถามแล้วไม่ซื้อจะเสียมารยาท คนกลุ่มนี้เยอะกว่าที่เราคิด และเป็นกลุ่มที่เราไม่เคยเห็นเลยตอนขายผ่านแชท เพราะเขาเงียบหายไปตั้งแต่ก่อนพิมพ์ข้อความแรก
เรื่องเงิน ตรงนี้ต่างกันชัดที่สุด
ขายผ่านแชท ขั้นตอนเก็บเงินคือ ตกลงราคา ส่งเลขบัญชี รอสลิป เช็กยอด แล้วค่อยส่งของ ทุกขั้นตอนเราทำเอง และทุกขั้นตอนคือจุดที่งานหลุดได้ ลูกค้าหายหลังตกลงราคา สลิปปลอม ยอดไม่ตรง หรือเราลืมว่าคนไหนโอนมาแล้วบ้าง
บนหน้าสินค้า ขั้นตอนพวกนี้เป็นปุ่มไปแล้ว ลองดูของจริงชิ้นหนึ่ง เป็นถ้วยเซรามิกของร้าน workspace.ss ในจอเดียวมีราคา ฿320 มีป้ายบอกว่าเหลือ 1 ชิ้นสุดท้าย มีค่าส่ง ฿100 เมื่อสั่ง 1 ชิ้น แล้วก็ปุ่มเพิ่มลงตะกร้า

สังเกตค่าส่งที่ขึ้นมาให้เห็นก่อนกดซื้อ นี่คือคำถามที่คนขายผ่านแชทต้องตอบบ่อยที่สุดข้อหนึ่ง และเป็นข้อที่ทำให้คุยกันยาวที่สุดด้วย เพราะกว่าจะรู้ค่าส่งต้องถามที่อยู่ก่อน
ส่วนเงินไม่ได้วิ่งเข้ากระเป๋าเราทันที ระบบพักไว้ตรงกลางก่อนภายใต้ Portjolio Care แล้วปล่อยยอดให้เราถอนเมื่อลูกค้ากดรับของ หรือครบ 7 วันหลังเรากดส่ง อันไหนถึงก่อนก็อันนั้น ถ้าลูกค้าไม่กดอะไรเลย ระบบปล่อยให้เองอัตโนมัติ ส่วนออเดอร์ที่ยกเลิกหรือคืนเงินจะไม่ปล่อยยอด
เรื่องค่าธรรมเนียมพูดกันตรงๆ ดีกว่า อัตรามาตรฐานคือ 15% ของราคาสินค้า สำหรับแบบที่เราผลิตเองและส่งเอง ค่าส่งไม่ถูกหัก ถ้าอยากให้ทางระบบเก็บของและจัดส่งให้จะเหลือ 12% หรือให้ผลิตให้เลยจะเหลือ 10% สองแบบหลังต้องติดต่อไปคุยก่อนที่ info@portjolio.net ตัวเลขทั้งหมดนี้อ่านฉบับเต็มได้ใน ข้อตกลงผู้ขาย
15% ไม่ใช่ตัวเลขเล็ก และเราไม่บอกว่ามันถูก แต่มันเป็นค่าที่จ่ายเมื่อขายได้เท่านั้น เดือนที่ไม่มีออเดอร์เลยก็ไม่มีอะไรถูกหัก เพราะไม่มีค่าแรกเข้าและไม่มีค่ารายเดือน ลองเทียบกับต้นทุนที่เราจ่ายอยู่แล้วตอนขายผ่านแชท เช่น เวลาที่หมดไปกับการตอบคำถามซ้ำ หรือออเดอร์ที่หลุดเพราะตอบช้า
เปิดร้านขายงานอาร์ตใช้เวลาเท่าไหร่
อันนี้เป็นเรื่องที่คนกลัวมากที่สุด ว่าต้องเตรียมเอกสาร ต้องจดทะเบียน ต้องมีอะไรยุ่งยาก คำตอบจริงคือไม่ต้อง สมัครด้วยอีเมล กรอก OTP ตั้งชื่อร้าน แล้วได้ลิงก์ร้านเลย ไม่มีการขอเอกสารตอนสมัคร

ที่จะขอยืนยันตัวตนคือตอนถอนเงินครั้งแรก ไม่ใช่ตอนสมัคร ซึ่งเข้าใจได้ เพราะเป็นขั้นตอนที่มีเงินจริงเคลื่อนไหว
ลงงานแรกก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ใส่รูป ใส่ชื่อกับราคา แล้วกดโพสต์ ถ้าติดตรงเขียนคำโปรยไม่ออก ซึ่งเป็นจุดที่คนวาดรูปเก่งแต่เขียนไม่ถนัดมักจะค้างอยู่นาน ในหน้าลงสินค้ามีปุ่ม AI ช่วยเขียนให้จากรูป แก้ต่อเองได้
เสร็จแล้วก็แชร์ลิงก์ร้าน ถ้าอยากดูขั้นตอนจริงก่อนตัดสินใจ ใน ศูนย์ช่วยเหลือ มีตัวอย่างทีละขั้นตอนให้ดู แยกเป็นห้าเรื่อง เปิดร้าน ลงสินค้า ตั้งค่าจัดส่ง รับออเดอร์ และถอนเงิน ดูให้จบก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อน
ตรงนี้สำคัญกว่าข้อดี เพราะเป็นเรื่องที่คนเปิดร้านใหม่มักผิดหวัง
ข้อแรก หน้าร้านไม่ได้พาคนมาให้เรา ร้านที่เพิ่งเปิดจะขึ้นว่าผู้ติดตาม 0 คะแนนยังเป็น "ใหม่" เพราะยังไม่มีใครซื้อ คนที่จะมาดูร้านเราวันแรกคือคนที่เราพามาเอง จากไอจี จากทวิตเตอร์ จากคนที่เคยทักมาถามแล้วเรายังไม่ได้ตอบ หน้าร้านทำหน้าที่รับช่วงต่อ ไม่ได้ทำหน้าที่หาคนแทนเรา

ข้อสอง เงินไม่เข้าทันทีเหมือนโอนตรง ต้องรอลูกค้ากดรับของหรือครบ 7 วันหลังกดส่ง ใครที่ต้องหมุนเงินรายวันควรรู้ไว้ก่อน
ข้อสาม ถอนเงินได้เมื่อยอดที่พร้อมถอนถึง 300 บาท ข้อดีคือไม่มีรอบโอนรายเดือน ถึงเมื่อไหร่กดขอถอนได้เลย แต่ถ้าขายของชิ้นละร้อยกว่าบาทเดือนละชิ้น ก็ต้องรอสะสมสักพัก
ข้อสี่ ของที่ลงต้องเป็นงานของเราเอง หรือของที่เรามีสิทธิ์ขายจริง งานสะสมของแท้ที่ซื้อมาแล้วอยากส่งต่อขายได้ แต่เอางานคนอื่นมาทำซ้ำแล้วขายไม่ได้ ข้อนี้ตรงไปตรงมาและมีผลทางกฎหมายจริง
แชทไม่ได้หายไป มันแค่ย้ายที่ยืน
เรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่าเปิดหน้าร้านแล้วต้องเลิกคุยกับลูกค้า ซึ่งไม่ใช่ ในหน้าสินค้ายังมีปุ่มแชทกับร้านอยู่ งานคราฟต์และงานคอมมิชชันมีรายละเอียดที่ต้องคุยเสมอ ขอสีอื่นได้ไหม ทำขนาดใหญ่กว่านี้ได้ไหม ส่งทันวันเกิดไหม พวกนี้ไม่มีระบบไหนตอบแทนคนได้
สิ่งที่เปลี่ยนคือแชทกลายเป็นบทสนทนาที่มีความหมาย แทนที่จะเป็นการตอบราคาซ้ำสิบรอบต่อวัน คนที่กดแชทเข้ามาคือคนที่ดูราคาแล้ว ดูค่าส่งแล้ว ดูงานชิ้นอื่นแล้ว และยังอยากคุยต่อ อัตราการปิดการขายของคนกลุ่มนี้ต่างจากคนที่ทักมาถามราคาลอยๆ มาก

ช่องทางเดิมก็ไม่ต้องทิ้ง ในส่วนหัวของร้านใส่ลิงก์ Instagram เว็บไซต์ หรือ YouTube ของเราไว้ได้ คนที่มาเจอร้านก่อนก็ตามไปดูงานเบื้องหลังในไอจีต่อได้ คนที่ตามไอจีอยู่แล้วก็กดมาดูราคาที่ร้านได้ สองทางวิ่งหากันได้ ไม่ต้องเลือกข้าง
ถ้างานหลักของเราคือรับคอมมิชชัน มีอีกเรื่องที่เขียนแยกไว้ต่างหากแล้วเรื่องการจัดคิวและการส่งเดรฟ อ่านต่อได้ที่ รับวาดรูป คอมมิชชั่น เปิดคิวยังไงให้มีงานต่อเนื่อง
คำถามที่เจอบ่อย
เปิดร้านขายงานอาร์ตต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม
ตอนเปิดร้านไม่ต้อง ระบบขอแค่อีเมลกับ OTP ไม่ขอเอกสารใดๆ ตอนสมัคร การยืนยันตัวตนจะเกิดตอนถอนเงินครั้งแรกเท่านั้น ส่วนเรื่องภาษีและการจดทะเบียนตามกฎหมาย เป็นคนละเรื่องกับการเปิดร้านบนแพลตฟอร์ม และขึ้นกับรายได้รวมของเราในปีนั้น ถ้าไม่แน่ใจควรถามผู้รู้ด้านภาษีโดยตรง
มีงานแค่สองสามชิ้น เปิดร้านเลยได้ไหม
ได้ ร้านที่ยกมาเป็นตัวอย่างในบทความนี้ร้านหนึ่งมีของขายสามชิ้น อีกร้านมีเก้าชิ้น ทั้งคู่เป็นหน้าร้านที่ใช้งานได้จริงเหมือนกัน จำนวนชิ้นไม่ได้ทำให้หน้าร้านทำงานได้ดีขึ้นหรือแย่ลง สิ่งที่มีผลมากกว่าคือรูปชัดไหม ราคาชัดไหม และค่าส่งตั้งไว้หรือยัง
ขายผ่านไอจีอยู่แล้ว ต้องย้ายมาทั้งหมดไหม
ไม่ต้อง วิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้คือเก็บไอจีไว้เป็นที่โพสต์งานและเบื้องหลังเหมือนเดิม แล้วใช้หน้าร้านเป็นที่วางราคากับปุ่มซื้อ เวลามีคนทักมาถามราคาในไอจี ก็ส่งลิงก์หน้าสินค้าไปแทนการพิมพ์ตอบทีละคน
ค่าธรรมเนียม 15% หักจากค่าส่งด้วยไหม
ไม่ หักจากราคาสินค้าอย่างเดียว ค่าส่งไม่ถูกหัก และอัตราของร้านเราจะขึ้นให้เห็นในหน้าลงสินค้าทุกครั้งที่ตั้งราคา ไม่ต้องเปิดเทียบกับหน้าอื่น
จะเริ่มตรงไหนดี
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังลังเล ลองทำแค่ขั้นเดียวก่อนก็ได้ คือเปิดร้าน ตั้งชื่อ แล้วลงงานที่ถ่ายรูปไว้แล้วสักชิ้น ไม่ต้องลงครบทุกชิ้นในวันแรก ไม่ต้องแต่งร้านให้สวยที่สุด แค่มีลิงก์หนึ่งลิงก์ที่ส่งให้คนที่ทักมาถามราคาได้ นั่นก็เปลี่ยนวิธีทำงานของเราไปแล้วพอสมควร แล้วค่อยเติมของทีละชิ้นตอนที่ว่าง เปิดร้านฟรี ไม่มีค่าแรกเข้า จ่ายค่าธรรมเนียมเมื่อขายได้เท่านั้น



