นักออกแบบทุกคนมีฟอนต์ประจำตัวอยู่ไม่กี่ตัว ที่หยิบมาใช้จนแทบไม่ต้องคิด เปิดไฟล์ปุ๊บก็พิมพ์ชื่อมันลงช่องค้นหาไปแล้ว ของ Laura Pappa คือ Venus ฟอนต์ซานส์ที่ Bauer Type Foundry ปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 1907

เธอใช้มันบ่อยจนถึงจุดที่คนส่วนใหญ่จะหยุดอยู่แค่นั้น แต่เธอเลือกอีกทาง คือไปทำฟอนต์ตัวใหม่ขึ้นมาแทน ชื่อว่า Vee ทำร่วมกับ Tüpokompanii โรงหล่อฟอนต์จากทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย

สเปซิเมนฟอนต์ Vee ของ Tüpokompanii ที่แสดงตัวอักษรหลายน้ำหนัก
ภาพ: Tüpokompanii

น้องสาวที่ซนกว่า

คำที่โรงหล่อใช้อธิบาย Vee เองคือ น้องสาวที่อายุน้อยกว่าและซนกว่าของ Venus ซึ่งเป็นคำอธิบายที่ตรงและไม่ต้องแปลอะไรเพิ่ม

Venus เป็นฟอนต์ที่อยู่คู่งานพิมพ์มาตลอดครึ่งแรกของศตวรรษที่ยี่สิบ บุคลิกมันเรียบร้อย ใช้ได้กับเกือบทุกอย่าง ส่วน Vee หยิบโครงกับนิสัยเด่น ๆ ของรุ่นพี่มา แล้วเติมอะไรของตัวเองเข้าไป ไม่ได้พยายามเป็นสำเนาที่ซื่อสัตย์

ตัวอย่างการใช้ฟอนต์ Vee ในงานเรียงพิมพ์
ภาพ: Tüpokompanii

ตรงนี้คือจุดที่ต่างจากงาน revival ทั่วไป ปกติคนทำฟอนต์ฟื้นของเก่ามักตั้งเป้าว่าจะซื่อตรงกับต้นฉบับให้มากที่สุด ไปขุดแบบพิมพ์เดิม วัดสัดส่วนเดิม แล้วพยายามไม่ใส่ตัวเองลงไป Vee ทำตรงข้าม คือยอมรับตั้งแต่ต้นว่านี่เป็นการอ่านของเก่าด้วยสายตาปี 2026

เราเคยเห็นท่าคล้ายกันใน Rempart ที่ Douglas Hayes ตีความ Vendôme ใหม่ คือไม่ได้ลอกกลับมา แต่เอาความทรงจำที่มีต่อมันมาวาดใหม่

อีกอย่างที่ควรพูดถึงคือ Venus ไม่ใช่ฟอนต์ที่คนทั่วไปรู้จักชื่อ แต่เป็นตัวที่นักออกแบบสายหนึ่งรู้จักกันดี มันอยู่ในงานพิมพ์ยุโรปยุคนั้นเต็มไปหมด ตั้งแต่ป้ายไปจนถึงแบบฟอร์มราชการ การหยิบของแบบนี้มาต่อ จึงไม่ใช่การขุดตำนานขึ้นมาขาย แต่เป็นการหยิบของที่ยังใช้งานอยู่จริงมาทำต่อ

โรงหล่อที่สนใจความผิดพลาด

Tüpokompanii ก่อตั้งโดย Aimur Takk กับ Andree Paat ที่ทาลลินน์ สิ่งที่ทั้งคู่พูดถึงบ่อยที่สุดไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่เป็นการอ่านผิด ความผิดพลาด และการรบกวนที่มีความหมาย

งานฟอนต์และงานพิมพ์ของโรงหล่อ Tüpokompanii
ภาพ: Tüpokompanii via It's Nice That

พวกเขาเก็บคลังของพิมพ์เก่าไว้เยอะมาก ทั้งหนังสือ นิตยสาร แสตมป์ และแพ็กเกจยุคโซเวียต แล้วดึงเอาสิ่งที่คนอื่นข้ามไปมาใช้ ป้ายเขียนมือ ตัวอักษรที่คนไม่ใช่นักออกแบบวาดเอง หรือแม้แต่ความผิดพลาดจากการพิมพ์คุณภาพต่ำ

คลังสิ่งพิมพ์เก่าที่โรงหล่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิง
ภาพ: Tüpokompanii via It's Nice That

ที่น่าคิดคือพวกเขาไม่ได้ทำงานอยู่แต่ในหน้าจอ ยังลงมือทำตัวอักษรด้วยมือจริงผ่านซิลค์สกรีน เลตเตอร์เพรส โฟโตไทป์ และการกัดด้วย CNC เพราะเชื่อว่าวิธีทำงานแบบดิจิทัลที่ลื่นเกินไปทำให้พลาดไอเดียบางอย่างไป

ฟังดูเหมือนคำโรแมนติกเรื่องงานคราฟต์ แต่จริง ๆ มันเป็นเรื่องเทคนิคล้วน ๆ หมึกที่บวมเกินขอบ เส้นที่ขาดตอนเพราะตะแกรงตัน รอยที่เครื่องกัดทิ้งไว้ สิ่งเหล่านี้คือรูปทรงที่ไม่มีใครนั่งวาดขึ้นมาเองได้

การทดลองทำตัวอักษรด้วยวิธีพิมพ์แบบต่าง ๆ ของ Tüpokompanii
ภาพ: Tüpokompanii via It's Nice That

สิบสไตล์ กับตัวแปรผัน

Vee ออกมาเป็นสิบสไตล์ ไล่จาก Thin, Light, Regular, Medium ไปถึง Bold พร้อมตัวเอียงครบทุกน้ำหนัก และมีเวอร์ชัน Vee Variable ที่ครอบคลุมช่วงเดียวกัน ระบุปีออกแบบไว้ที่ 2026 โดยมีชื่อ Laura Pappa, Aimur Takk และ Andree Paat อยู่ในช่องผู้ออกแบบ

ค่าความสูงที่เขาเปิดเผยไว้คือ cap height 700 x-height 500 ascender 985 และ descender -322 ตัวเลขชุดนี้บอกว่า x-height ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับความสูงตัวใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่มันยังอ่านง่ายตอนย่อเล็ก ทั้งที่หน้าตาไม่ได้เรียบร้อยเท่ารุ่นพี่

โรงหล่อขนาดเล็กแบบนี้มีข้อได้เปรียบที่โรงใหญ่ไม่มี คือไม่ต้องทำฟอนต์ให้ถูกใจลูกค้าองค์กรทั่วโลก เลยกล้าเก็บนิสัยแปลก ๆ ไว้ในตัวอักษรได้ ส่วนโรงใหญ่มักต้องขัดจุดพวกนั้นออกจนเกลี้ยง เพราะฟอนต์ตัวเดียวต้องไปอยู่ได้ทั้งบนแอปธนาคารและบนกล่องสินค้า

หนังสือที่ชื่อบอกทุกอย่าง

ของแถมที่ออกมาพร้อมฟอนต์คือสิ่งพิมพ์เล่มหนึ่ง เป็นบทสนทนาระหว่างโรงหล่อกับ Pappa ว่าด้วยที่มาของวิธีทำงาน การพัฒนา Vee และสิ่งที่พวกเขาให้ค่าในฟอนต์ที่ทำ

สิ่งพิมพ์และโปสเตอร์ที่ใช้ฟอนต์ของ Tüpokompanii
ภาพ: Tüpokompanii via It's Nice That

ชื่อเล่มคือ Let yourself be bad at things ซึ่งแปลประมาณว่าอนุญาตให้ตัวเองทำอะไรได้ห่วย ๆ บ้าง

เอาจริง ๆ ชื่อนี้อธิบายฟอนต์ได้ดีกว่าสเปกทั้งหมดรวมกัน คนที่ใช้ Venus มาเป็นสิบปีย่อมวาดฟอนต์ที่เนี้ยบกว่านี้ได้ถ้าอยากทำ การเลือกไม่ทำจึงเป็นการตัดสินใจ ไม่ใช่ข้อจำกัด

งานออกแบบทุกวันนี้มีเครื่องมือที่ช่วยเก็บงานให้เรียบร้อยขึ้นเรื่อย ๆ ตัวไหนเบี้ยวก็ดัดให้ตรงได้ในคลิกเดียว คำถามที่เหลือเลยไม่ใช่ว่าทำให้เนี้ยบได้ไหม แต่เป็นว่าจะเก็บความไม่เนี้ยบตรงไหนไว้บ้าง

ข้อมูลจาก Tüpokompanii และ It's Nice That

Photo credit: Tüpokompanii (บางภาพผ่าน It's Nice That)


ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

เสื้อยืด Inspo Gone Creativity Tee จากร้าน Portjolio

Inspo Gone Creativity Tee ตัวหนังสือบนเสื้อที่ไม่ได้พยายามจะเรียบร้อย ซึ่งก็เป็นคนละเรื่องกับการทำไม่เป็น

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด