คืนหน้าร้อนปี 2017 Douglas Hayes นั่งดู Ascenseur pour l'Échafaud หนังฝรั่งเศสปี 1958 ของ Louis Malle ไตเติ้ลค่อย ๆ ไหลผ่านจอในโทนเทาเย็น มีเพลงของ Miles Davis คลอ ตัวอักษรมีปลายแหลมเกินพอดี แต่ถูกฟิล์มกับหมึกกับแสงทำให้นุ่มลง

เขาชอบมากจนต้องไปหาว่าใครเป็นคนเขียนตัวอักษรชุดนั้น ค้นเน็ตแล้วไม่เจอ ไม่มีใครบันทึกไว้ สิ่งที่เขาทำต่อคือไล่ดูฟอนต์ที่มาจากประเทศเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน แล้วไปเจอตัวที่ใกล้ที่สุดชื่อ Vendôme ความสนใจกลายเป็นความหมกมุ่น และเก้าปีต่อมามันกลายเป็นฟอนต์ Rempart ที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อ 26 สิงหาคม 2026

สเปซิเมนฟอนต์ Rempart บนเว็บไซต์ Douglas Hayes Studio
ภาพ: Douglas Hayes Studio

ฟอนต์ตัวเดียวในชีวิตของคนทำฉากละคร

Vendôme ถูกออกแบบระหว่างปี 1950 ถึง 1957 โดย François Ganeau และเป็นฟอนต์ตัวเดียวที่เขาทำในชีวิต โดยมี Roger Excoffon เป็นคนคุมงานให้ Fonderie Olive มันคือการเอาโครงแบบการามงด์มาเล่นให้ดูเป็นละครเวทีขึ้น เส้นแน่นแบบงานเขียนพู่กัน สัดส่วนคลาสสิก และเซริฟที่ใหญ่จนมองข้ามไม่ได้

บูธของ Fonderie Olive ที่จัดแสดงฟอนต์ Vendôme ในยุคห้าศูนย์
ภาพ: จากบันทึกการออกแบบ Rempart โดย Douglas Hayes Studio

Excoffon เคยให้สัมภาษณ์ไว้ปี 1951 ว่า Ganeau อยากให้ตัวอักษรชุดนี้ทำให้หน้ากระดาษดูสง่า เก็บเสน่ห์แบบวรรณกรรมไว้ โดยที่ไม่ทำให้มันดูเก่า ฟังดูเป็นโจทย์ที่คนทำฟอนต์ปี 2026 ก็ยังตั้งให้ตัวเองอยู่เลย

สมุดสเปซิเมนฟอนต์ Vendôme ของ Fonderie Olive
ภาพ: จากบันทึกการออกแบบ Rempart โดย Douglas Hayes Studio

ภาพเบลอที่กลายเป็นแนวทาง

Hayes ไปถาม Sasha Tochilovsky ว่าที่ Lubalin Center มีอะไรเกี่ยวกับ Vendôme บ้าง คำตอบคือมีแค่แผ่นพับของ VGC ที่ค่อนข้างหายากชิ้นเดียว พอได้เห็นของจริงใกล้ ๆ ครั้งแรก เขาพบว่าตัวอักษรในแผ่นนั้นถูกพิมพ์มาสว่างเกินไปนิดหนึ่ง ขอบเลยฟุ้ง

แผ่นสเปซิเมนเก่าของ Vendôme ที่พิมพ์บนกระดาษสีเหลือง
ภาพ: จากบันทึกการออกแบบ Rempart โดย Douglas Hayes Studio

ความฟุ้งนี่แหละที่ติดหัวเขา เพราะแบบร่างของ Fonderie Olive คมกริบทุกเส้น แต่ของที่ออกมาจากแท่นพิมพ์กลับนุ่มและบวม เขาเลยเจอคำถามที่คนทำฟอนต์ฟื้นของเก่าต้องเจอทุกคน คือจะวาดตามแบบร่างของคนออกแบบ หรือจะวาดตามสิ่งที่ตาเราเห็นจริงบนกระดาษ

สองอย่างนี้ไม่เหมือนกันเลย และไม่มีคำตอบถูกผิด

ไฟล์ที่ชื่อ Baby Ruth

ปี 2020 ห่อลูกอม Baby Ruth เก่า ๆ หลุดเข้าไปอยู่ในมู้ดบอร์ดงานหนึ่งของเขา ตัวอักษรบนห่อนั้นหนา เซริฟมน สัดส่วนอัดแน่น เขาเลยลองวาดตาม แล้วเบื่อ จึงเอาโครงของ Vendôme Condensed มาผสมกับน้ำหนักและสัดส่วนของโลโก้ลูกอม

ห่อลูกอม Baby Ruth เก่าที่เป็นจุดตั้งต้นของฟอนต์
ภาพ: จากบันทึกการออกแบบ Rempart โดย Douglas Hayes Studio

งานนั้นค้างอยู่หลายปี เขาบอกเองว่ามันพยายามทำสองอย่างพร้อมกัน คือเข้าใกล้ Vendôme ให้มากที่สุดและหนีให้ไกลที่สุดในเวลาเดียวกัน ผลคือติดตัน ไฟล์ก็ยังตั้งชื่อว่า Baby Ruth อยู่อย่างนั้น

ป้ายร้านในปารีสที่ทำให้เขาเลิกหนี

ปี 2024 เขาไปปารีสสองครั้ง ไม่ได้ไปทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แค่เดิน กิน แล้วถ่ายรูปหน้าร้าน เขาเจอ Vendôme บนปกหนังสือมือสองและบนป้ายหลายอัน แต่ที่สะดุดตากว่าคือป้ายที่ตัวอักษรเพี้ยนไปจากของจริง บางอันตั้งใจเลียนแบบอย่างซื่อสัตย์ บางอันลอกแล้วแก้พอให้ไม่เหมือน บางอันเพี้ยนเพราะวัสดุที่ใช้ทำป้ายมันบังคับ

ป้ายหน้าร้านในปารีสที่ตัวอักษรได้เค้าโครงมาจาก Vendôme
ภาพ: Douglas Hayes Studio

เขาบอกว่าที่ผ่านมาเขาพยายามหนีจากการวาด Vendôme ซ้ำ เพราะรู้สึกว่าฟอนต์ตัวนี้แตะไม่ได้ มันสมบูรณ์อยู่แล้ว และมันควรได้รับการฟื้นฟูอย่างถูกต้องตามประวัติศาสตร์ ซึ่งเขายอมรับตรง ๆ ว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ควรทำเรื่องนั้น

โปสเตอร์หนัง Ascenseur pour l'Échafaud ที่ตัวอักษรได้อิทธิพลจาก Vendôme
ภาพ: จากบันทึกการออกแบบ Rempart โดย Douglas Hayes Studio

แต่พอเห็นช่างทำป้ายรีมิกซ์มันกันเต็มเมือง เขาก็เริ่มสงสัยว่าคนพวกนั้นคิดอะไรอยู่ตอนลากเส้น แล้ววันหนึ่งก็เปลี่ยนคำถามในหัวเป็น ถ้าเลิกพยายามหนีจากสิ่งที่ตัวเองชอบ แล้วหันไปยอมรับมันตรง ๆ จะเป็นยังไง Rempart เริ่มเป็นรูปเป็นร่างในฤดูใบไม้ร่วงปี 2024

สิ่งที่ออกมา

Rempart มีหกน้ำหนักและสี่ความกว้าง เซริฟกว้างและหนักแบบ Vendôme แต่ในตัวที่มีที่ว่างเยอะอย่าง F G K N P R T Y เซริฟจะยืดยาวขึ้นเป็นสองหรือสามเท่าเพื่อถมช่องว่างและดันสายตาไปข้างหน้า ปลายเส้นและปลายเซริฟมนแทนที่จะคม เหมือนหมึกที่ซึมออกตอนกดลงกระดาษ ซึ่งก็คือความฟุ้งจากแผ่นพับเก่านั่นเอง

เส้นตั้งของ Rempart ไม่ตรงเป๊ะ แต่โค้งนิดหนึ่งแบบที่เรียกว่า entasis ซึ่งเป็นวิธีเพิ่มความอบอุ่นแทนการเอียงไปข้างหน้าอย่างที่ Vendôme ทำ

ปกนิตยสารฝรั่งเศสปี 1959 ที่ใช้ฟอนต์ Vendôme
ภาพ: จากบันทึกการออกแบบ Rempart โดย Douglas Hayes Studio

ชุดที่แคบที่สุดคือ Rempart Compressed ซึ่งบีบจนเกินพอดีไปเลย แล้วเอาไปคำนวณรวมกับชุดความกว้างปกติเพื่อสร้าง Condensed กับ Narrow ขึ้นมาอีกสองชุด รองรับภาษาที่ใช้อักษรละตินกว่าสองร้อยภาษา มีตัว Q ทางเลือก และมีอิโมจิรูปปราสาทมาให้ด้วย ซึ่งเข้ากับชื่อ เพราะ rempart เป็นคำฝรั่งเศสแปลว่ากำแพงเมือง

วิธีทำงานแบบนี้ชวนให้นึกถึง Resan ฟอนต์เซริฟที่ดันคอนทราสต์ของตัวพิมพ์ยุคเก่าให้สูงขึ้นจนเปลี่ยนบุคลิก คือไม่ได้ก๊อปของเก่ามาทั้งดุ้น แต่เลือกหยิบบางอย่างแล้วดันมันไปให้สุด

สิ่งที่เราติดใจที่สุดในเรื่องนี้ไม่ใช่ตัวฟอนต์ แต่เป็นคำถามที่เขาเจอตอนดูแผ่นพับเก่า ว่าของชิ้นหนึ่งควรถูกจำจากสิ่งที่คนทำตั้งใจ หรือจากสิ่งที่มันกลายเป็นตอนออกไปเจอโลกจริง

ป้ายร้านในปารีสที่ลากเส้นเพี้ยนไปนิดหน่อยนั้น อาจเป็นคำตอบที่ตรงที่สุดแล้วก็ได้

อ้างอิง: บันทึก On Designing Rempart โดย Douglas Hayes Studio · douglashayes.studio

Photo credit: Douglas Hayes Studio


ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

โปสการ์ด Floral Childlike Art

โปสการ์ด Floral Childlike Art ของพิมพ์บนกระดาษที่ต้องเห็นตัวจริงถึงจะรู้ว่าหมึกลงไปแล้วหน้าตาเป็นยังไง

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด