กล้วยเป็นผลไม้ที่เราเห็นทุกวันจนแทบไม่ทันมอง วางอยู่ในตะกร้าหน้าร้านสะดวกซื้อ อยู่ในกระเป๋าคนไปยิม อยู่บนโต๊ะประชุมตอนบ่ายสามที่ไม่มีใครหยิบ แต่พอมันไปโผล่ในการ์ตูน มันกลายเป็นเรื่องตลกทันที คนเหยียบเปลือกแล้วลื่นล้ม เป็นมุกที่เก่าจนไม่มีใครรู้แล้วว่าใครคิดขึ้นมาก่อน

Studio Trikken สองคนจากสวีเดน John Schulisch กับ Johan Elmehag มองกล้วยแล้วเห็นอย่างอื่น พวกเขาเลยทำหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งชื่อ Banana Art Book หนา 192 หน้า เนื้อหาคือกล้วยล้วน ๆ วาดโดยศิลปินกว่าร้อยคนจากทั่วโลก

ปกหนังสือ Banana Art Book ของ Studio Trikken วางอยู่บนพื้นสีเรียบ
ภาพ: Studio Trikken via It's Nice That

ทำไมต้องกล้วย

คำตอบของ Elmehag ตรงไปตรงมามาก เขาบอกว่า "รูปทรงมันประหลาด สีมันสดใส แล้วตัวการ์ตูนก็ลื่นล้มเพราะมัน" แล้วเขาก็เสริมอีกประโยคที่เราชอบ คือกล้วยเป็นได้ทั้งตัวตลก นักบัญชี และเผด็จการ พร้อมกันในลูกเดียว

ฟังดูเป็นเรื่องเล่น แต่ลองคิดตามดี ๆ มันคือการอธิบายว่าทำไมของชิ้นนี้ถึงใช้เป็นโจทย์ได้ กล้วยไม่มีความหมายตายตัว มันไม่ศักดิ์สิทธิ์เหมือนดอกไม้ ไม่จริงจังเหมือนกะโหลก ไม่มีใครหวงว่าห้ามเอาไปล้อ ใครจับมันก็ได้ แล้วมันก็ยอมเป็นอะไรก็ได้ตามที่คนจับอยากให้เป็น

หน้าคู่ในหนังสือที่ศิลปินสองคนตีความกล้วยคนละแบบ
ภาพ: Studio Trikken via It's Nice That

เรื่องนี้เราเคยเจอมาแล้วในอีกรูปแบบ ตอนเขียนถึง งานดินเผาของ Koji Kasatani ที่ปั้นเปลือกกล้วยจนเหมือนของจริง ของสิ่งเดียวกันนี่แหละ พอเปลี่ยนมือเปลี่ยนวัสดุ มันก็เล่าเรื่องคนละเรื่องเลย

ตัวแปรเดียวคือคน

ที่เล่มนี้ไม่ได้จบลงเป็นหนังสือรวมภาพน่ารัก ๆ เพราะเขาคุมโจทย์เป็น Schulisch บอกว่าพวกเขาอยากให้ทุกหน้าไม่เหมือนกัน เลยตั้งใจเลือกให้หลากหลายทั้งสไตล์ เทคนิค และประเภทของคนที่ชวนมา

คนที่อยู่ในเล่มมีตั้งแต่นักศึกษา นักวาดที่เพิ่งเริ่ม ไปจนถึงสตูดิโอที่ทำงานมานาน อยู่ปนกันในเล่มเดียว ไม่มีการแยกชั้น ไม่มีหน้าพิเศษให้คนดัง

หน้าหนังสือที่วางงานของนักวาดหลายคนต่อเนื่องกัน
ภาพ: Studio Trikken via It's Nice That

พอโจทย์ถูกล็อกไว้ที่ของชิ้นเดียว สิ่งที่เหลือให้ดูก็คือคน เราจะเห็นเลยว่าคนนี้คิดเป็นรูปทรง คนนี้คิดเป็นมุก คนนี้เห็นกล้วยเป็นสีเหลืองก้อนหนึ่งที่เอาไปจัดองค์ประกอบได้ มันเหมือนสเปซิเมนของฟอนต์ ที่เอาคำเดียวกันไปเรียงด้วยตัวอักษรคนละแบบ เพื่อให้เห็นว่าแต่ละแบบมีนิสัยยังไง เพียงแต่คราวนี้ตัวอักษรคือมนุษย์

อีกอย่างที่คนมักมองข้ามเวลาเห็นหนังสือแบบนี้ คือแรงที่ใช้ไปกับการจัดการ ศิลปินร้อยกว่าคนแปลว่าอีเมลร้อยกว่าสาย ไฟล์ร้อยกว่าชุดที่ส่งมาคนละขนาดคนละโหมดสี และการตามงานอีกไม่รู้กี่รอบ ส่วนที่ยากของโปรเจกต์รวมคนไม่เคยอยู่ที่ไอเดีย มันอยู่ตรงที่ว่าใครจะยอมนั่งทำงานน่าเบื่อตรงนี้จนจบ

รายละเอียดที่เขาไม่ปล่อยผ่าน

ส่วนที่บอกว่าคนทำคิดเยอะจริง อยู่ในของประกอบรอบ ๆ ภาพ เล่มนี้มีคำนำโดย Ritupriya Basu มีบทความโดย Heejae Kim และมีบทสัมภาษณ์ศิลปินบางคนแทรกอยู่ ไม่ได้ปล่อยให้เป็นอัลบั้มรูปเฉย ๆ

ตัวอักษรในเล่มใช้ฟอนต์ชื่อ Banana Grotesk ของ MNKY Type ส่วนดัชนีท้ายเล่มตั้งชื่อว่า Yellow Pages ซึ่งเป็นมุกที่เห็นแล้วต้องยิ้ม และบางหน้าเขาดัดบรรทัดข้อความให้โค้งเป็นทรงกล้วย

หน้าที่จัดข้อความให้โค้งไปตามรูปทรงของกล้วย
ภาพ: Studio Trikken via It's Nice That

รายละเอียดพวกนี้ไม่ได้ทำให้หนังสือขายดีขึ้น แต่มันบอกว่าคนทำสนุกกับงานตัวเองแค่ไหน และมันทำให้เล่มทั้งเล่มรู้สึกเป็นก้อนเดียวกัน ไม่ใช่งานที่รวมภาพมาแล้วจับยัดเข้าเครื่องพิมพ์

เทียบกับหนังสือรวมงานที่เราเห็นกันบ่อย ที่มักจบลงด้วยการวางภาพเรียงกันไปหน้าละคน ใส่ชื่อตัวเล็ก ๆ ไว้มุมล่าง แล้วเรียกว่าเสร็จ เล่มนี้เลือกทำตรงข้าม คือยอมออกแบบรอบ ๆ งานคนอื่น โดยไม่กลบงานเขา ซึ่งเป็นเส้นที่เดินยากกว่าที่คิด

ออกเงินเอง

อีกเรื่องที่ควรพูดถึงคือ Studio Trikken ออกเงินทำเล่มนี้เอง ไม่มีสปอนเซอร์ ไม่มีแบรนด์ไหนมาแปะโลโก้ ซึ่งแปลว่าไม่มีใครมาบอกว่าหน้านี้ควรใส่อะไร หรือควรตัดใครออก

ภาพเปิดเล่มให้เห็นสันหนังสือและหน้าคู่ด้านใน
ภาพ: Studio Trikken via It's Nice That

งานรวมศิลปินแบบที่มีทุนจากแบรนด์มักจบลงที่หน้าตาคล้ายกันหมด เพราะทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่ากำลังทำงานให้ใครดู พอตัดตรงนั้นออก คนวาดก็เหลือแค่โจทย์กับตัวเอง

เราไม่ได้จะบอกว่าทุนเป็นผู้ร้าย แต่มันน่าคิดว่าหนังสือที่หน้าตาอิสระที่สุดในปีนี้ กลับเป็นเล่มที่ไม่มีใครจ่ายให้

กองหนังสือ Banana Art Book ที่พิมพ์เสร็จวางซ้อนกัน
ภาพ: Studio Trikken via It's Nice That

ถ้าวันหนึ่งมีคนเอาโจทย์แบบนี้มาตั้งในไทย ของชิ้นนั้นจะเป็นอะไรก็ไม่รู้ ถุงกาแฟเย็น เก้าอี้พลาสติกสีแดง หรือพัดลมตั้งพื้น ของที่เราเดินผ่านทุกวันจนไม่เคยหยุดมองมันจริง ๆ สักที

ข้อมูลจาก It's Nice That และ Studio Trikken

Photo credit: Studio Trikken via It's Nice That


ชวนดูของในเว็บ

โปสการ์ด Floral Childlike Art จากร้าน Naive Flora Tattoo

โปสการ์ด Floral Childlike Art ลายเส้นแบบที่ไม่พยายามวาดให้เนี้ยบ เป็นอารมณ์เดียวกับหน้าที่เราชอบที่สุดในเล่ม

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด