ลองนึกภาพว่ามีคนขายฟอนต์ที่มีแต่สระ ไม่มีพยัญชนะสักตัว ซื้อไปแล้วใช้เดี่ยว ๆ ไม่ได้ ต้องเอาไปจับคู่กับฟอนต์อื่นเสมอ ฟังดูเหมือนของเสีย
แต่ในญี่ปุ่นของแบบนี้มีขายจริง เรียกว่า 仮名書体 หรือฟอนต์คานะ คือฟอนต์ที่บรรจุแค่ฮิรางานะ คาตากานะ กับสัญลักษณ์บางตัว ไม่มีคันจิเลย และเมื่อ 17 กันยายน 2026 Monotype เพิ่งประกาศเพิ่มฟอนต์ประเภทนี้เข้าคลังทีเดียว 469 ตัว

ทำไมถึงแยกขายแค่ครึ่งเดียวของภาษา
ภาษาญี่ปุ่นเขียนด้วยระบบสามอย่างปนกันในประโยคเดียว คันจิที่ยืมมาจากจีน ฮิรางานะที่ใช้ผูกไวยากรณ์ และคาตากานะที่ใช้กับคำต่างประเทศกับเสียงเลียนธรรมชาติ ทีนี้คันจิหนึ่งชุดมีเป็นพันตัว การวาดฟอนต์คันจิครบชุดใช้เวลาหลายปี ส่วนคานะมีอย่างละไม่ถึงร้อย
ผลคือคนออกแบบตัวอักษรญี่ปุ่นจะขยับตัวได้ไวที่สุดตรงคานะ นักออกแบบเลยใช้วิธีเอาฟอนต์คันจิที่นิ่งและอ่านง่ายเป็นพื้น แล้วสลับเฉพาะคานะเข้าไปเพื่อเปลี่ยนน้ำเสียงของทั้งประโยค งานโฆษณา ปกนิตยสาร ปกหนังสือ ใช้ท่านี้กันเป็นเรื่องปกติ

คนไทยน่าจะพอนึกออก เพราะเราก็ต้องจับคู่ฟอนต์ไทยกับฟอนต์ละตินอยู่ทุกงาน แต่ของเราเป็นการจับคู่ข้ามภาษา ของญี่ปุ่นคือการจับคู่กันเองในภาษาเดียว ประโยคหนึ่งประโยคมาจากฟอนต์สองเจ้าได้โดยไม่มีใครมองว่าแปลก
ชุดที่ Monotype ยกเข้ามา
เจ้าของฟอนต์ชุดนี้คือ たかデザインプロダクション หรือ Taka Design Production ของนักออกแบบ Shinichi Takahara ที่ทำตัวอักษรให้งานโฆษณาและสิ่งพิมพ์มานาน รวมทั้งหมด 67 ครอบครัว 469 ฟอนต์ แต่ละครอบครัวมี 6 ถึง 8 น้ำหนัก ทำเป็น OpenType ครอบคลุมฮิรางานะ คาตากานะ และสัญลักษณ์บางส่วน

ในกองนี้มีสามซีรีส์ที่เขายกมาโชว์ ใช้แนวคิดเดียวกันแต่ขยับไปคนละทาง Kana Taka Hope เป็นชุดที่จัดระเบียบ รูปทรงออกไปทางเรขาคณิต มี 7 แบบ แบบละ 7 น้ำหนัก Kana Taka Happy เอาโครงของ Hope มาแล้วใส่มุมเอียงหลายทิศเข้าไปให้ขยับขึ้น ส่วน Kana Taka Lucky เติมเส้นทแยงเข้าไปเป็นจังหวะและจุดเน้น สามซีรีส์นี้รวมกัน 21 ครอบครัว 147 ฟอนต์
ชื่อ Hope Happy Lucky ฟังดูเหมือนชื่อร้านมากกว่าชื่อฟอนต์ ซึ่งเราว่าตรงกับงานของมันดี ฟอนต์พวกนี้ไม่ได้ทำมาเรียงเนื้อความยาว ๆ มันทำมาเพื่อวางบนหัวโฆษณา ปกนิตยสาร หรือชื่อสินค้า ที่ต้องให้อารมณ์ภายในสองสามคำ

ของเก่าที่เพิ่งเข้าระบบใหม่
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในข่าวนี้ไม่ใช่การออกแบบฟอนต์ใหม่ แต่เป็นการเอาคลังฟอนต์ที่มีอยู่แล้วมาใส่ในช่องทางที่คนทั่วโลกกดใช้ได้ ตอนนี้หาได้จากบริการ Monotype Fonts บริการ LETS ของ FontWorks และ MyFonts ส่วนบริการเว็บฟอนต์ FONTPLUS ไม่มี
เรื่องช่องทางอาจฟังดูน่าเบื่อ แต่มันคือเรื่องเดียวกับที่เราเขียนถึงฟอนต์ Shaken ที่ Morisawa ทยอยแปลงเป็นดิจิทัล เมื่อไม่กี่วันก่อน ตัวอักษรที่วาดไว้ดีแค่ไหน ถ้าไม่ได้อยู่ในระบบที่คนทำงานหยิบใช้ทัน มันก็หายไปจากงานประจำวันเงียบ ๆ

อีกอย่างที่เราคิดถึงคือ 469 ฟอนต์ที่ใช้เดี่ยวไม่ได้เลยสักตัว มันบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวิธีมองงานออกแบบ ว่าของบางอย่างถูกทำขึ้นมาเพื่อเป็นครึ่งหนึ่งของอะไรสักอย่างตั้งแต่แรก ไม่ได้ทำมาให้ครบในตัวเอง

ถ้าวันหนึ่งมีคนทำฟอนต์ไทยที่ขายแยกเฉพาะสระกับวรรณยุกต์ ให้เอาไปสลับบนพยัญชนะฟอนต์ไหนก็ได้ เราจะเรียกมันว่าอะไร แล้วจะมีคนซื้อไหม
อ้างอิง: PR TIMES (ข่าวประชาสัมพันธ์ Monotype 17 กันยายน 2026), Monotype, たかデザインプロダクション
Photo credit: Monotype / たかデザインプロダクション via PR TIMES
ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

โปสการ์ด Floral Childlike Art กระดาษใบเล็กที่รอให้เราเขียนอะไรลงไปเอง เป็นอีกแบบของงานที่ต้องมีอีกครึ่งมาต่อถึงจะสมบูรณ์
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


