ปี 1924 มีผู้ชายสองคนยื่นจดสิทธิบัตรเครื่องเรียงพิมพ์ด้วยแสงสำหรับภาษาญี่ปุ่นร่วมกัน คนหนึ่งชื่อ Ishii Mokichi อีกคนชื่อ Morisawa Nobuo

หลังจากนั้นทั้งสองแยกทางกันไปตั้งบริษัทของตัวเอง Ishii ตั้ง Shaken ส่วน Morisawa ตั้งบริษัทที่ใช้ชื่อตัวเอง แล้วสองบริษัทนี้ก็เป็นคู่แข่งกันยาวมากในวงการตัวอักษรญี่ปุ่น

ตัวอย่างฟอนต์ Ishii Maru Gothic ฟอนต์ไร้เซริฟปลายมนของ Shaken ที่ถูกทำใหม่
ภาพ: Morisawa

เรื่องที่ทำให้เรื่องนี้ค้างคาอยู่หลายสิบปีคือ Shaken เลือกไม่เอาฟอนต์ตัวเองเข้าคอมพิวเตอร์ ตอนที่วงการเปลี่ยนจากเครื่องเรียงพิมพ์ด้วยแสงมาเป็นดิจิทัลในยุค 90 ฟอนต์ของ Shaken ก็เลยค่อยๆ หายไปจากงานประจำวัน ทั้งที่มันเคยอยู่บนป้าย ปกนิตยสาร และหน้าหนังสือแทบทุกเล่มในญี่ปุ่นช่วงยุค 80

ของที่ถูกเก็บไว้ในตู้มาสามสิบปี

ปี 2021 Morisawa กับ Shaken ประกาศว่าจะทำฟอนต์ของ Shaken ออกมาเป็น OpenType ด้วยกัน แผนคือทยอยปล่อยให้ครบร้อยฟอนต์ภายในไม่กี่ปี

ชุดแรกมาปี 2024 จำนวน 43 ฟอนต์ ตรงกับวาระร้อยปีของสิทธิบัตรที่สองคนนั้นยื่นร่วมกันพอดี ในชุดนั้นมี Ishii Mincho กับ Ishii Gothic ที่วาดใหม่ แล้วก็มีชุดที่เรียกว่า Shaken Classics ซึ่งมี Gona กับ Naru อยู่ด้วย

ตัวอย่างฟอนต์ Gona ฟอนต์โกธิคเส้นหนาสม่ำเสมอของ Shaken
ภาพ: Morisawa

สองตัวนี้คือของใหญ่ Gona เป็นโกธิคเส้นหนาเท่ากันทั้งตัว สัดส่วนถูกจัดจนเรียบมาก ส่วน Naru เป็นตัวปลายมนที่หน้าตัวอักษรเต็มกรอบและช่องในตัวกว้าง อ่านแล้วให้ความรู้สึกสว่างและเป็นมิตร ใครที่เคยเห็นป้ายหรือสิ่งพิมพ์ญี่ปุ่นยุคนั้นจะจำหน้ามันได้ทันทีแม้เรียกชื่อไม่ถูก

ชุดปี 2026 ที่เพิ่งประกาศ

เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา Morisawa ประกาศชุดใหม่ 35 ครอบครัว เตรียมปล่อยวันที่ 14 ตุลาคม 2026 ใน Morisawa Fonts

ตัวที่คนรอคือ Ishii Maru Gothic ฟอนต์ปลายมนที่ Ishii Mokichi วาดไว้เอง โครงตัวค่อนข้างเล็กและกระชับ ส่วนตัวคานะยังมีความเป็นลายมืออยู่ในเส้นโค้ง รอบนี้เขาวาดใหม่ให้เข้ากับหน้าจอสมัยนี้ แล้วขยายจากเดิมสามน้ำหนักเป็นห้าน้ำหนัก ให้ล้อกับ Ishii Gothic ที่ปล่อยไปปี 2024

ตัวอย่างฟอนต์ Honran Mincho ฟอนต์มินโจสำหรับเนื้อความของ Shaken
ภาพ: Morisawa

อีกตัวคือ Honran Mincho ที่ Shaken ทำไว้สำหรับเรียงเนื้อความ รอบนี้ปรับคอนทราสต์ใหม่ให้อ่านบนจอง่ายขึ้น เส้นนอนหนา ตัวอักษรใหญ่ ช่องในตัวกว้าง ออกมาเป็นเจ็ดน้ำหนักตั้งแต่เนื้อความยันพาดหัว

ส่วน Gona กับ Naru ไม่ได้มาเป็นตัวใหม่ แต่มาเป็นน้ำหนักที่ขาดไป ปี 2024 Naru ปล่อยมาแค่ EL กับ E ส่วน Gona มีแค่ E รอบนี้เติม L M DB ให้ทั้งคู่

ตัวอย่างฟอนต์ Naru ฟอนต์ปลายมนที่หน้าตัวอักษรเต็มกรอบ
ภาพ: Morisawa

ฟังดูเป็นข่าวเล็ก แต่มันคือส่วนที่ทำให้ฟอนต์กลับมาใช้ได้จริง มีแต่น้ำหนักหนาสุดกับบางสุดก็ทำได้แค่พาดหัว พอมีน้ำหนักกลางถึงจะวางระบบทั้งงานได้

ไม่ได้มีแต่ของเก่า

ชุดนี้ไม่ได้เป็นงานขุดอย่างเดียว มี Keyaki Maru Gothic Oldstyle ที่เอาโครงจากตัวพิมพ์โลหะมาทำเป็นตัวปลายมน ต่อจากซีรีส์ Keyaki ที่ปล่อยมาตั้งแต่ปี 2023 และมีตัวเลขแบบ oldstyle มาให้ด้วย

ตัวอย่างฟอนต์ Keyaki Maru Gothic Oldstyle
ภาพ: Morisawa

แล้วก็มี Taka Peak ที่โครงตัวเล่นมาก ปลายเส้นทั้งสองข้างบานออกเป็นแฉกจนดูหนามๆ เป็นตัวพาดหัวที่ไม่ได้พยายามสุภาพกับใคร

ตัวอย่างฟอนต์ Taka Peak ที่ปลายเส้นบานออกเป็นแฉก
ภาพ: Morisawa

วิธีที่โรงหล่อค่อยๆ ปล่อยของออกมาทีละล็อตแบบนี้ ชวนให้นึกถึงที่เราเขียนถึง Kante ที่ฟอนต์ถูกขายตั้งแต่ยังทำไม่เสร็จ ต่างกันตรงที่ Kante โตไปข้างหน้า ส่วนชุดนี้คือของที่วาดเสร็จไปตั้งนานแล้ว แค่รอทางกลับ

สิ่งที่เราคิดตามคือ ตัวอักษรพวกนี้หายไปจากสายตาคนทั้งรุ่นหนึ่ง เด็กที่โตมาหลังปี 2000 แทบไม่เคยพิมพ์งานด้วยมันเลย พอมันกลับมาในไฟล์ที่เปิดบนโน้ตบุ๊กได้ มันจะกลายเป็นของเก่าที่คนหยิบมาใช้เพราะคิดถึงยุคนั้น หรือกลายเป็นฟอนต์ธรรมดาที่คนใช้โดยไม่รู้ว่ามันเคยหายไป

ที่มา: Morisawa · PR TIMES

Photo credit: Morisawa


ชวนดูของในเว็บ

Inspo Gone Creativity Tee เสื้อยืดลายตัวอักษรจาก Portjolio

Inspo Gone Creativity Tee เสื้อที่ปล่อยให้ตัวอักษรทำงานเองโดยไม่ต้องมีรูปมาช่วย เป็นงานที่วัดกันที่การเลือกตัวอักษรล้วนๆ

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด