บนแผ่นสเปซิเมนไม่มีคำว่า Hamburgefonstiv ไม่มีพยางค์มั่ว ๆ ที่คนทำฟอนต์ชอบเอามาเรียงให้ดูครบตัวอักษร มีแต่คำว่า Bisbigliando · Notes Inégales · Cavalleresco · Sospirando
ทั้งหมดนั้นเป็นคำที่นักแต่งเพลงเขียนกำกับไว้บนโน้ต บอกคนเล่นว่าท่อนนี้ให้กระซิบ ท่อนนี้ให้ถอนหายใจ ท่อนนี้ให้เล่นแบบสง่า
Canon Grotesque คือฟอนต์ที่เลือกคำพวกนี้มาโชว์ตัวเอง คนทำใช้ชื่อ Vee Ratchanon ในประวัติเขียนไว้ว่า Ratchanon Boongsrithong เป็นคนกรุงเทพที่ตอนนี้ทำงานอยู่เดอะเฮก

ตัวที่ถูกบีบจนต้องยืนชิดกัน
Canon Grotesque เป็นซานส์เซริฟทรงแคบ ข้างตัวอักษรโค้งมน ปลายเส้นปิดเข้าหากันนิดหนึ่งแบบโกรเตสก์ต้นศตวรรษที่ 20 ระยะระหว่างตัวถูกตั้งมาให้ชิด
ผลคือพอเรียงเป็นคำ มันแน่นจนเกือบเป็นก้อนเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทำฟอนต์สำหรับอ่านยาว ๆ จะเลี่ยง แต่สำหรับพาดหัว โปสเตอร์ ป้ายใหญ่ หรือโลโก้ ความแน่นนี่แหละคือของที่ต้องการ
เวอร์ชันปัจจุบันคือ v0.3 ปล่อยเมื่อ 7 กันยายน 2026 มีเก้าน้ำหนัก ชื่อน้ำหนักบางสุดคือ Air แล้วไล่ไปจนหนาสุดชื่อ Black

ในตารางกลิฟมีตัวสองตัวถูกระบายเทาไว้ คือ M กับ a นั่นคือตัวสำรองที่เปิดใช้ได้ผ่าน style set ss02 กับ ss03 ส่วน ss01 เป็นชุดตัวอ้วนกว้างสำหรับตัวอักษรทรงกลม
ชุดกว้างนี่คือจุดที่เราว่าเล่นสนุกที่สุด เพราะพอสลับตัว O หรือ S ให้กว้างขึ้นกลางคำ จังหวะของทั้งบรรทัดก็เปลี่ยน จากที่ทุกตัวยืนชิดเท่ากัน จะมีบางตัวกางออกมา เหมือนมีคนหายใจแทรกอยู่กลางประโยค

ทำไมถึงเป็นดนตรีทั้งแผ่น
ไล่ดูสเปซิเมนทุกแผ่นแล้วจะเห็นว่าคำที่เลือกมาเรียงไม่เคยหลุดจากวงดนตรีเลย
แผ่นหนึ่งเป็น Quartet, Orchestral, Pipe Organ, Accelerando อีกแผ่นเป็นชื่อคนแต่งเพลงล้วน ๆ Messiaen, Saariaho, Lagidze
ตัวชื่อฟอนต์เองก็อยู่ในโลกเดียวกัน canon เป็นรูปแบบการประพันธ์ที่ทำนองไล่ตามกันเป็นชั้น ๆ ส่วน air ก็เป็นชื่อบทเพลงช้าแบบหนึ่ง เราไม่รู้ว่าเขาตั้งใจให้มันร้อยกันขนาดนั้นหรือเปล่า แต่พอเห็นทั้งชุดวางเรียงกัน มันก็อ่านเหมือนสูจิบัตรคอนเสิร์ตมากกว่าแคตตาล็อกฟอนต์

พอไปถึงน้ำหนัก Air เส้นบางจนเกือบขาด ตัวกลม ๆ ที่กางออกทำให้คำดูโปร่งไปหมด เป็นคนละฟอนต์กับตัว Black บนพื้นส้มที่เห็นตอนเปิดเรื่อง ทั้งที่มันมาจากโครงเดียวกัน

ของที่ยังทำไม่เสร็จ แล้วบอกตรง ๆ ว่ายังไม่เสร็จ
Canon Grotesque ขายอยู่บน Future Fonts ซึ่งเป็นร้านที่ให้คนขายฟอนต์ตั้งแต่ยังไม่เสร็จ ซื้อเวอร์ชัน 0.3 วันนี้ แล้วได้อัปเดตต่อไปฟรีจนกว่ามันจะถึง 1.0
สิ่งที่เราชอบคือหน้าขายมันมีช่องให้คนทำเขียนสถานะของงานไว้ตรง ๆ ช่องเคิร์นนิ่งเขียนว่ายังไม่มีเคิร์นนิ่ง ช่องคุณภาพการวาดเขียนว่าใกล้แล้ว ช่องระยะห่างเขียนว่าพอใช้ได้ ยังเกลาได้อีกตอนปลายทาง
แล้วยังมีรายการสิ่งที่จะทำต่อ คือเพิ่มภาษา เพิ่มสัญลักษณ์กับสกุลเงิน แล้วก็เคิร์นนิ่ง โดยมีวงเล็บต่อท้ายว่าหวังว่านะ
อ่านแล้วรู้สึกว่ามันตรงข้ามกับวิธีที่โรงหล่อใหญ่ ๆ เปิดตัวฟอนต์กันมาก เราเคยเล่าเรื่องโมเดลนี้ไว้ตอนที่ Kante เรียนจบจาก Future Fonts ไปอยู่โรงหล่อจริง

อีกอย่างที่คนอ่านบ้านเราน่าจะสนใจ คือมี Canon Grotesque Thai อยู่ด้วย ตอนนี้อยู่ที่เวอร์ชัน 0.2 รองรับไทยคู่กับละติน คนทำเป็นคนเดียวกัน
ฟอนต์ละตินจากนักออกแบบไทยมีเยอะขึ้นเรื่อย ๆ แต่ตัวที่ทำไทยควบไปด้วยตั้งแต่ยังเป็นเวอร์ชัน 0.x ยังไม่ค่อยเห็น ส่วนใหญ่จะเป็นงานที่ทำละตินให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับมาคิดเรื่องไทยทีหลัง
เก้าน้ำหนักที่ยังไม่มีเคิร์นนิ่ง กับคำสั่งดนตรีที่เอามาเรียงแทนคำทดสอบ สองอย่างนี้บอกอะไรเกี่ยวกับคนทำได้พอสมควร ว่าเขาอยากให้เราฟังก่อนอ่าน
ดูฟอนต์และเวอร์ชันล่าสุดได้ที่ Future Fonts · เว็บไซต์ผู้ออกแบบ veeratchanon.com · อินสตาแกรม @v.ratchanon_
Photo credit: Vee Ratchanon / Future Fonts
ชวนดูของในเว็บ

Inspo Gone Creativity Tee ตัวอักษรบนหน้าอกก็ทำงานแบบเดียวกับพาดหัว คือต้องอ่านออกตั้งแต่ระยะที่ยังไม่ทันเดินเข้าไปใกล้
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


