ในบรูคลิน มีอาคารหลังหนึ่งที่คนแถวนั้นเรียกกันว่า Batcave มันเคยเป็นโรงไฟฟ้าเก่าริมคลองโกวานัส คลองที่หน่วยงานสิ่งแวดล้อมสหรัฐขึ้นทะเบียนไว้เป็นพื้นที่ปนเปื้อนและยังบำบัดไม่จบจนถึงวันนี้ ตอนนี้ข้างในอาคารนั้นมีสัตว์ยืนอยู่เก้าสิบตัว
นิทรรศการชื่อ The Ark ที่ Powerhouse Arts รวมประติมากรรมและงานติดตั้งกว่าเก้าสิบชิ้นจากศิลปินมากกว่าห้าสิบคน คัดโดยศิลปิน Eric Fischl เปิดถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2026 ชื่อยืมมาจากเรือโนอาห์ แต่สิ่งที่น่าสังเกตกว่าคือมันไม่ได้เล่าเรื่องน้ำท่วมตรงๆ สักนิด

สัตว์กลับมาเป็นตัวเอกอีกครั้ง
งานประติมากรรมร่วมสมัยช่วงหลายปีที่ผ่านมาเดินไปทางวัตถุ ทางวัสดุ ทางร่างกายมนุษย์ สัตว์ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์บ้าง เป็นของประดับบ้าง แต่ไม่ค่อยได้ยืนกลางห้องในฐานะตัวละครหลัก
The Ark จับมันกลับขึ้นมาไว้ตรงกลาง แล้วเลือกวิธีที่ไม่ใช่การเทศนา ไม่มีป้ายบอกอุณหภูมิโลก ไม่มีกราฟ มีแค่นก ม้า วัว นกพิราบ และงูที่ทำจากขนนก ยืนอยู่ในโรงงานเก่า
ผลที่ได้แปลกกว่าที่คิด เพราะเมื่อไม่มีข้อมูลมาบอกว่าควรรู้สึกอะไร คนดูก็เหลือแค่การมองหน้าสัตว์ตัวนั้นจริงๆ

ของสามชิ้นที่ทำให้ห้องนี้ไม่เงียบ
Sentry ของ Kiki Smith หล่อสำริดเมื่อปี 2020 ตั้งอยู่แบบไม่เชิญชวนใคร ชื่อของมันแปลว่ายาม และท่าทางก็ทำหน้าที่นั้นจริง คือยืนเฝ้าโดยไม่บอกว่าเฝ้าอะไร
Deborah Butterfield ทำม้าที่ดูเหมือนประกอบจากไม้ที่ลอยมาเกยฝั่ง ทั้งที่จริงมันเป็นสำริดที่หล่อเลียนไม้ทีละท่อน ความรู้เรื่องวัสดุตรงนี้เปลี่ยนงานทั้งชิ้น จากของที่ดูเปราะกลายเป็นของที่หนักและอยู่ไปอีกนาน
Kate MccGwire ทำงานที่ขดตัวเหมือนงู แต่ผิวของมันคือขนนกจริงเรียงซ้อนกันจนเป็นเกล็ด มันสวยในระยะไกลและชวนขนลุกในระยะใกล้ ซึ่งเป็นระยะที่นิทรรศการนี้ชอบเล่นด้วย


ช่วงเวลาที่ต่างกันสี่สิบปี วางอยู่ห้องเดียวกัน
สิ่งที่การคัดงานชุดนี้ทำได้ดีคือการไม่แยกยุค Bittem and Beetle ของ William Kent แกะจากหินชนวนอิตาลีสีดำตั้งแต่ปี 1968 ถูกวางอยู่ในระบบเดียวกับงานสำริดปี 2025 ของ Nichola Theakston และ Anthony Theakston
Urban Trickster ของ Jaune Quick-to-See Smith หล่อสำริดปี 2021 พูดถึงหมาป่าโคโยตี้ที่ย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง ส่วน Maurizio Cattelan ส่งนกพิราบเข้ามาเกาะตามขอบอาคาร ซึ่งเป็นงานที่เขาทำมาหลายครั้งและยังได้ผลทุกครั้ง คือทำให้คนดูรู้สึกว่าถูกมองกลับ
Jeffrey Gibson ทำนกที่ปักลูกปัดทั้งตัว งานของเขาอยู่กึ่งกลางระหว่างเครื่องประดับพิธีกรรมกับของเล่นสีจัด และมันวางอยู่ได้สบายในห้องที่มีทั้งหินและสำริด


ที่ตั้งคือส่วนหนึ่งของงาน
ก่อนมาบรูคลิน นิทรรศการชุดนี้เคยจัดที่ The Church ในซากฮาร์เบอร์ เมืองที่เคยอยู่ได้ด้วยการล่าวาฬ พอย้ายมาอยู่ในโรงงานเก่าข้างคลองที่ยังบำบัดไม่เสร็จ ความหมายก็ขยับอีกที
เรือโนอาห์ในเรื่องเล่าเป็นที่หลบภัย แต่อาคารหลังนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่คนเป็นคนทำให้เสียเอง สัตว์เก้าสิบตัวจึงไม่ได้ถูกช่วยไว้ พวกมันแค่ถูกพามาไว้ในที่ที่เรายังไม่ได้ทำความสะอาด
วิธีวางแบบนี้ทำให้คำว่าวิกฤตไม่ต้องถูกพูดออกมาสักคำ ซึ่งใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเคยเขียนถึงตอน Genesis Belanger แทรกประติมากรรมของเธอเข้าไปแทนของเดิมใน City Hall Park คืองานพูดผ่านตำแหน่งที่มันยืน ไม่ใช่ผ่านคำอธิบาย

นิทรรศการปิดสิ้นเดือนนี้ หลังจากนั้นสัตว์ทั้งหมดจะกลับเข้าคลัง กลับแกลเลอรี กลับบ้านนักสะสม ส่วนคลองข้างนอกก็ยังอยู่ตรงนั้น กำลังถูกบำบัดต่อไปอีกหลายปี
คำถามที่ค้างอยู่ไม่ใช่ว่าเรือลำนี้จะพาใครรอด แต่คือว่าเราตั้งใจดูหน้าสัตว์พวกนี้ตอนที่มันยังอยู่ในห้องเดียวกับเราหรือเปล่า
อ้างอิง: Colossal, Powerhouse Arts
Photo credit: Kiki Smith / Pace Gallery (Richard Gary), Deborah Butterfield, Kate MccGwire, Jaune Quick-to-See Smith, William Kent (Cloe Poisson), Anthony Theakston, installation views by Xavier Petromelis via Colossal
ชวนดูของในเว็บ

Daydream Ring Black Cat แหวนตัวเล็กที่เอาสัตว์มาไว้บนนิ้ว ในวันที่หอศิลป์กำลังเอาสัตว์มาไว้กลางห้อง
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด