ถนน Howard ในซานฟรานซิสโกช่วงบ่าย คนเดินผ่านหน้าต่างสูงสองชั้นของ SFMOMA แล้วชะงัก ข้างในไม่มีรูปแขวนผนัง ไม่มีป้ายอธิบายตัวโต มีแต่อะไรบางอย่างสีจัดลอยเต็มเพดาน ห้อยลงมาเป็นชั้น เหมือนเมฆที่ใครสั่งให้หยุดนิ่ง สิ่งนั้นคือ Giant Arc งานติดตั้งชิ้นใหม่ของ Jacob Hashimoto

มันประกอบจากว่าวเล็ก ๆ เกือบ 75,000 ตัว ทำมือทั้งหมด โครงไม้ไผ่ขึงกระดาษญี่ปุ่นที่พิมพ์ลายไว้ก่อน แล้วร้อยเข้ากับเส้นด้าย แขวนไล่ระดับจนเต็มห้องตั้งแต่เพดานลงมาเกือบถึงพื้น เปิดให้ดูตั้งแต่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา และจะอยู่ยาวไปถึงกลางปี 2028 เป็นงานชิ้นใหญ่ที่สุดเท่าที่ Hashimoto เคยทำมา
ทำไมต้องเป็นว่าว
เขาทำแบบนี้มาสามสิบปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งคิดออก ตอนเริ่มต้นเขาอยากเป็นจิตรกรแต่รู้สึกว่าการป้ายสีลงผ้าใบมันตันสำหรับตัวเอง เลยหันไปหาสิ่งที่บ้านฝั่งญี่ปุ่นคุ้นเคยอย่างว่าว แล้วใช้มันเป็นหน่วยเล็กที่สุดของภาพ ว่าวหนึ่งตัวคือหนึ่งพิกเซล ทีนี้ภาพจะไม่แบนอีกต่อไป เพราะมันมีชั้น มีเงา มีอากาศคั่นอยู่ระหว่างกัน
เราชอบตรงที่มันไม่ได้พยายามหลอกตาใคร ยืนใกล้ ๆ ก็เห็นชัดว่าไม้ไผ่ผูกกับกระดาษยังไง เห็นด้ายที่ขึงอยู่ เห็นว่ามีคนนั่งประกอบทีละตัว งานใหญ่ระดับนี้ปกติจะพยายามซ่อนวิธีทำ แต่อันนี้เปิดให้ดูหมด

ห้องที่ไม่ต้องซื้อตั๋วเข้า
รายละเอียดที่คนมักข้ามคือห้องที่ใช้จัด Roberts Family Gallery เป็นห้องชั้นล่างที่เข้าฟรี ไม่ต้องซื้อตั๋วพิพิธภัณฑ์ และผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกสูงสองชั้นหันออกถนน แปลว่างานชิ้นนี้ถูกวางไว้ให้คนที่ไม่ได้ตั้งใจมาดูศิลปะเห็นด้วย คนรอรถ คนเดินไปทำงาน คนที่วันนั้นไม่มีอารมณ์เข้าพิพิธภัณฑ์
ข้างในก็ไม่มีเชือกกั้น เขาอนุญาตให้เดินลอด นั่ง หรือนอนดูข้างใต้ได้เลย ซึ่งเปลี่ยนวิธีมองไปคนละเรื่อง เพราะถ้ายืนดูจากด้านข้างมันคือภาพ แต่พอนอนหงายมันกลายเป็นท้องฟ้า

แสงก็เป็นวัสดุอีกชิ้นที่เขานับรวมไว้ตั้งแต่แรก แดดจากหน้าต่างเปลี่ยนองศาทั้งวัน ผสมกับไฟในห้อง ทำให้เงาบนกระดาษขยับตลอด เช้ากับเย็นจึงไม่ใช่งานเดียวกัน คนที่มาสองรอบจะเห็นสองอย่าง
ลายที่มาจากพื้นที่นั้นจริง ๆ
ว่าวชุดนี้ไม่ได้ยกมาจากงานเก่า เขาทำลายใหม่เฉพาะสำหรับที่นี่ โดยดึงมาจากพืชและสัตว์ของแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ ฟังดูเป็นรายละเอียดเล็ก แต่มันคือเหตุผลว่าทำไมงานถึงไม่รู้สึกเหมือนของที่ขนมาลง งานติดตั้งขนาดนี้ส่วนใหญ่ย้ายที่ได้ ชิ้นนี้ย้ายไม่ได้โดยความตั้งใจ

Hashimoto พูดถึงงานตัวเองไว้ว่า "The gravity of Giant Arc is its universality" แล้วขยายต่อว่าความเป็นกลางแบบนี้ทำให้คนหยิบเอาสิ่งที่ตัวเองต้องการออกไปได้ ใครอยากได้ความลึกลับก็มี ใครอยากได้เรื่องเล่าก็มี ใครอยากมองเป็นแผนที่หรือภาพถ่ายทางอากาศก็ได้เหมือนกัน
ปกติประโยคทำนองนี้ฟังแล้วน่าหมั่นไส้ เพราะศิลปินชอบพูดว่างานตัวเองเปิดกว้างทั้งที่จริงมันบังคับอ่านทางเดียว แต่กับกองว่าวเจ็ดหมื่นห้าพันตัวที่ไม่มีรูปคน ไม่มีคำ ไม่มีเรื่องให้ตาม มันเปิดกว้างจริง และตรงนั้นแหละที่เสี่ยง เพราะงานที่ไม่บังคับอะไรเลยก็ล้มง่ายพอกัน ถ้าไม่สวยพอคนจะเดินผ่าน

ทางรอดของมันเลยอยู่ที่เรื่องพื้นฐานมาก สี ความต่าง และการซ้ำ Hashimoto ไม่ได้เล่นเกมความหมาย เขาเล่นเกมองค์ประกอบ เอาหน่วยเดิมมาวางซ้ำเป็นหมื่นครั้งจนความซ้ำนั้นกลายเป็นจังหวะ คล้ายกับที่ Craig & Karl แขวนของไว้บนเพดานตึกกลางดูไบ แล้วปล่อยให้คนข้างล่างจัดการความรู้สึกตัวเอง

สิ่งที่ค้างอยู่ในหัวเราหลังดูรูปชุดนี้จบ ไม่ใช่ตัวเลขเจ็ดหมื่นห้า แต่เป็นคำถามว่าของที่ต้องอยู่ในห้องเดิมไปอีกเกือบสองปี ควรทำหน้าที่อะไรกับคนที่เดินผ่านมันทุกวัน จนไม่ทันสังเกตแล้วว่ามีอะไรอยู่ข้างบน
อ้างอิง: SFMOMA, Colossal
Photo credit: Don Ross ภาพจากศิลปินและ SFMOMA และ Jacob Hashimoto Studio
ชวนดูของในเว็บ

โปสการ์ด Floral Childlike Art กระดาษแผ่นเล็กที่มีลายพืชอยู่บนนั้น อยู่คนละสเกลกับว่าวเจ็ดหมื่นตัว แต่เป็นวัสดุเดียวกันและใช้ตาแบบเดียวกัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


