เดือนสิงหาคมที่ดูไบ อุณหภูมิข้างนอกวิ่งอยู่แถวสี่สิบองศา คนที่เดินหลบร้อนเข้ามาในโถงตึก ICD Brookfield Place คงไม่ได้ตั้งใจจะมาดูงานศิลปะอะไร แต่พอเงยหน้าขึ้นก็จะเจอ Under the Sun ของ Craig & Karl ห้อยเต็มเพดานโค้ง ทั้งห่วงยาง ลูกบอลชายหาด ดอกไม้ และดวงอาทิตย์หน้ายิ้ม

มันคือปาร์ตี้ริมสระที่ไม่มีสระ ของทุกอย่างที่เราคุ้นว่าต้องอยู่บนน้ำหรือบนพื้นทราย ถูกยกขึ้นไปแขวนไว้เหนือหัวคนหมดเลย ซึ่งพอไม่มีน้ำรองรับ ตัวเป่าลมพวกนี้ก็ดูแปลกไปอีกแบบ เหมือนกำลังลอยอยู่จริง ๆ
สองคนนี้บอกเองว่าอยากจับความอบอุ่นกับความสดของหน้าร้อนมากองรวมไว้ในที่เดียว แล้วให้คนมายืนอยู่ข้างในนั้น เป็นวิธีเอาฤดูกาลเข้ามาไว้ในร่ม ฟังดูง่ายมาก แต่พอคิดต่ออีกนิดจะเห็นว่ามันย้อนแย้งอยู่ในตัว เพราะดูไบเป็นเมืองที่หน้าร้อนคือสิ่งที่คนพยายามหนี ไม่ใช่สิ่งที่คนอยากได้เพิ่ม

ตระกูล Mateys ที่โผล่มาแล้วทั่วโลก
งานชิ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ มันเป็นสมาชิกใหม่ของจักรวาลที่ Craig & Karl เรียกว่า Mateys กองตัวละครเป่าลมหน้าตาทะเล้นที่พวกเขาปล่อยไปโผล่ตามที่ต่าง ๆ มาหลายปี บางทีขึ้นไปนั่งอยู่บนสะพานที่บริสเบน บางทีห้อยลงมาจากเพดานอย่างที่ดูไบ
สิ่งที่ Mateys เลือกยึดครองซ้ำ ๆ คือพื้นที่ที่ไม่มีใครมอง โถงตึก ทางเดินเชื่อม ใต้สะพาน ที่ว่างซึ่งสถาปนิกออกแบบมาให้คนเดินผ่าน ไม่ได้ออกแบบมาให้คนหยุด พอมีของสีสดหน้ายิ้มไปแขวนไว้ พื้นที่พวกนี้ก็เปลี่ยนสถานะทันที จากทางผ่านกลายเป็นที่ที่คนยืนแหงนคอ

เรื่องการเปลี่ยนพื้นที่ผ่านให้กลายเป็นที่ที่คนอยากอยู่ต่อ เราเคยเขียนถึงมาแล้วในงานอีกแบบหนึ่งที่ ลำโพงเมอบิอุสของ Yingjie Bei ซึ่งใช้เสียงแทนสี คนละวิธีกันคนละขั้ว แต่คำถามตั้งต้นเหมือนกันคือ จะทำยังไงให้คนหยุดอยู่ตรงนี้นานขึ้นอีกหน่อย
ทำงานกันคนละทวีป
อีกเรื่องที่น่าคิดคือวิธีทำงานของสองคนนี้ Craig อยู่นิวยอร์ก Karl อยู่ลอนดอน แต่ยังทำงานชื่อเดียวกันมาตลอด พวกเขาอธิบายว่างานแต่ละชิ้นเดินไปแบบบทสนทนาสองทาง ตั้งแต่ไอเดียแรกจนจบ ต่างคนต่างโยนของทิ้ง ต่อยอดของอีกคน แล้วก็รู้เองว่าตรงไหนคือใช่แล้ว
ที่มันเวิร์กส่วนหนึ่งเพราะสองคนเจอกันตั้งแต่สมัยเรียน และเคยอยู่สตูดิโอเดียวกันมานาน ความไว้ใจแบบนั้นสร้างใหม่ทางวิดีโอคอลไม่ได้ ต้องเคยนั่งข้างกันมาก่อน

ของเป่าลมกำลังกลับมาเป็นภาษาของงานสาธารณะ
ถ้าดูรอบ ๆ จะเห็นว่าตัวเป่าลมไม่ได้เป็นแค่ของเล่นเด็กมาสักพักแล้ว ปีนี้ที่กรุงเฮกก็มีเทศกาลที่ยกงานเป่าลมมาตั้งกลางเมืองทั้งงาน เหตุผลที่ศิลปินชอบวัสดุนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมา มันเบา ขนง่าย ทำใหญ่ได้โดยไม่ต้องมีฐานรากอะไรมาก และที่สำคัญคือมันไม่ขู่ใคร
ของที่ทำจากลมพูดกับคนด้วยน้ำเสียงคนละแบบกับหินหรือเหล็ก ไม่มีใครกลัวห่วงยาง ไม่มีใครรู้สึกว่าต้องอ่านป้ายก่อนถึงจะดูรู้เรื่อง เด็กเข้าใจทันที ผู้ใหญ่ก็เข้าใจทันทีเหมือนกัน แค่บางคนอาจจะเขินที่จะยอมรับ

เราชอบที่งานแบบนี้ไม่พยายามลึก สีมันจัด รูปทรงมันตรง ความหมายก็อยู่บนผิว ไม่มีอะไรซ่อน แล้วเราว่าอันนี้แหละที่ยากกว่าที่คิด เพราะงานที่เล่นแล้วสนุกจริงมีน้อยกว่างานที่พยายามทำให้ดูฉลาดเยอะมาก
ความรื่นเริงมักถูกจัดให้เป็นอารมณ์ชั้นรอง ในวงการที่ยังเชื่อว่าของหนัก ๆ เท่านั้นถึงจะเรียกว่าจริงจัง แต่ถ้าลองยืนดูคนที่เดินเข้าโถงนั้นแล้วเผลอยิ้ม ก็เถียงยากอยู่ว่ามันทำงานหรือเปล่า

สิ่งที่เหลืออยู่หลังงานนี้ถูกถอดลง คงไม่ใช่ตัวห่วงยาง แต่เป็นนิสัยเล็ก ๆ ที่คนแถวนั้นอาจจะติดไปอีกพักหนึ่ง คือการเดินเข้าตึกแล้วเผลอเงยหน้าขึ้นดูว่าข้างบนมีอะไร
ติดตามงานของ Craig & Karl ได้ที่ Instagram @craigandkarl
อ้างอิง: Colossal, ICD Brookfield Place
Photo credit: ภาพทั้งหมดจาก Craig & Karl
ชวนดูของในเว็บ

Inspo Gone Vision Cap Yellow สีเหลืองแบบเดียวกับดวงอาทิตย์ที่ห้อยอยู่บนเพดานนั้น เป็นสีที่ใส่แล้วคนมองเห็นก่อนเพื่อน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


