ตัว S ของฟอนต์ Suspiria ที่ Latinotype เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อวานนี้ ปลายเส้นมันมนแต่ไม่ได้มนแบบนุ่มนิ่ม มันบานออกนิดหนึ่งตรงปลายเหมือนโดนกดแล้วเนื้อล้นออกมา แล้วเส้นทแยงข้างในก็ตึงกว่าที่ตาคาดไว้ ดูแวบเดียวเหมือนซานส์ธรรมดา ดูนานอีกหน่อยจะรู้สึกว่ามันไม่ยอมนิ่ง

หน้าปกสเปซิเมนฟอนต์ Suspiria ของ Latinotype
ภาพ: Latinotype

คนออกแบบคือ Felipe Sanzana ทำร่วมกับทีมของ Latinotype โรงหล่อจากชิลี ตัวฟอนต์มีแปดน้ำหนักตั้งแต่ ExtraLight ถึง Black มีอักขระ 530 ตัว รวมชุดลูกศรมาให้ด้วย

ตัวอักษร A ถึง Z ของ Suspiria น้ำหนัก Regular
ภาพ: Latinotype

ประโยคที่โรงหล่อกล้าเขียน

สิ่งที่สะดุดตาเรามากกว่าตัวอักษร คือคำที่เขาใช้อธิบายมัน Latinotype เขียนไว้ตรง ๆ ว่า Suspiria ปฏิเสธความเป็นกลาง และเลือกเดิมพันกับการถูกจำได้ มากกว่าการกลมกลืนไปกับของอื่น

คำแบบนี้ฟังดูเป็นคำโฆษณา แต่ถ้ามองว่าตลาดฟอนต์สิบปีที่ผ่านมาเดินมาทางไหน มันมีน้ำหนักอยู่พอสมควร แบรนด์แทบทุกเจ้าย้ายไปใช้ซานส์เรียบ ๆ ที่ตั้งใจไม่มีบุคลิก เพราะมันปลอดภัย ใช้ได้ทุกที่ และไม่ทำให้ใครรู้สึกอะไรเลย ผลคือโลโก้ของบริษัทคนละอุตสาหกรรมเริ่มหน้าตาเหมือนกัน

ตัวอย่างการใช้ Suspiria น้ำหนัก Semibold พร้อมลูกศรในชุดอักขระ
ภาพ: Latinotype

Suspiria เดินสวนทางด้วยของเล็ก ๆ ไม่กี่อย่าง ปลายเส้นมนที่มีการบานออกบาง ๆ มุมที่ถูกทำให้คมกว่าปกติ และเส้นทแยงที่ตึง ตัวพิมพ์ใหญ่ถูกวางจุดศูนย์กลางทางสายตาไว้ค่อนข้างสูง ส่วนตัวพิมพ์เล็กทำให้กว้างและหนาแน่น สามอย่างนี้รวมกันแล้วทำให้คำที่พิมพ์ออกมามีจังหวะของมันเอง ไม่ใช่แค่แถวตัวอักษรที่เรียงกัน

น้ำหนัก Black คือที่ที่มันสนุกที่สุด

Suspiria น้ำหนัก Black ตัวหนาที่ปลายเส้นชนกันจนกลายเป็นบล็อกทึบ
ภาพ: Latinotype

พอไล่ไปถึง Black ปลายเส้นในตัวอักษรหลายตัวจะชนกัน ช่องว่างข้างในเหลือแค่รูเล็ก ๆ แล้วระยะห่างระหว่างตัวก็ถูกบีบให้แน่นขึ้นอีก ผลคือคำหนึ่งคำกลายเป็นก้อนดำก้อนเดียว อ่านออกอยู่ แต่ตาเห็นเป็นรูปทรงก่อนจะเห็นเป็นตัวหนังสือ

วิธีนี้ไม่ใช่ของใหม่ โกรเทสก์รุ่นแรก ๆ ก็ดันตัวเองไปสุดทางแบบนี้เหมือนกัน สิ่งที่ใหม่คือมันถูกทำขึ้นในปีที่ฟอนต์ส่วนใหญ่พยายามทำตรงข้าม

ชื่อกับหน้าตาที่ไม่ค่อยไปด้วยกัน

คำว่า suspiria เป็นภาษาละติน แปลว่าการถอนหายใจ และเป็นชื่อหนังสยองขวัญปี 1977 ที่คนดูหนังรู้จักกันดี พอเห็นชื่อ เราก็เดาไปเองว่าสเปซิเมนคงมืด ๆ เลือด ๆ

Suspiria บนแพ็กเกจครีมกันแดดสีชมพูและดำ
ภาพ: Latinotype

ที่ Latinotype ทำจริงคือตรงข้าม สเปซิเมนของเขาเป็นสีชมพูกับดำ วางบนหลอดครีมกันแดด ซองอาหารเสริม แดชบอร์ดตัวเลข ป้ายแขวนกระเป๋าเดินทาง และเสื้อผ้าสายเอาต์ดอร์ ทั้งหมดเป็นหมวดที่ปกติจะเลือกฟอนต์เรียบที่สุดเท่าที่จะหาได้

ตัวอย่างการใช้ Suspiria บนการ์ดข้อมูลโภชนาการและหน้าจอ
ภาพ: Latinotype

เราว่านี่คือส่วนที่ฉลาดที่สุดของงานชุดนี้ เพราะการเอาฟอนต์ที่มีบุคลิกไปใส่ในโปสเตอร์ดนตรีหรือปกนิตยสารมันง่ายเกินไป ของพวกนั้นรับได้อยู่แล้ว แต่การเอาไปวางบนซองโปรตีนกับกราฟตัวเลข คือการบอกว่าของที่ดูน่าเบื่อที่สุดก็มีสิทธิ์มีเสียงของตัวเอง

ถ้าสนใจฝั่งโกรเทสก์ที่เล่นกับความกว้างจนสุดทาง ลองอ่าน NaN Holo เทียบดูได้ คนละวิธีคิดกันคนละขั้ว

คำถามที่ค้างอยู่ในหัวเราคือ ฟอนต์แบบนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนในงานจริง เพราะสิ่งที่ทำให้มันน่าจำวันนี้ คือสิ่งเดียวกับที่จะทำให้มันดูเป็นของปี 2026 ในอีกสิบปี ซึ่งอาจจะไม่ใช่ปัญหาก็ได้ ถ้าเรายอมรับว่าฟอนต์ไม่จำเป็นต้องอยู่ตลอดไปทุกตัว

อ้างอิง: หน้าฟอนต์ Suspiria ของ Latinotype และ Typecache

Photo credit: Latinotype


ชวนดูของในเว็บ

สติกเกอร์ Portcha Set 1

สติกเกอร์ Portcha Set 1 ของชิ้นเล็กที่ต้องตัดสินใจเรื่องเดียวกับหน้าปกสเปซิเมน คือจะให้เหลือเท่าไหร่ถึงจะยังเป็นตัวเอง

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด