ในหน้าเว็บของโรงหล่อตัวอักษรแห่งหนึ่ง มีประโยคหนึ่งวางอยู่ใต้ชื่อฟอนต์ เขาเขียนว่าฟอนต์นี้ออกแบบมาโดยมีคำถามใหญ่ข้อเดียวอยู่ในหัว คือมันผ่านการทดสอบ Voight-Kampff ของคุณหรือเปล่า
ใครที่ดู Blade Runner จะรู้ทันทีว่านั่นคือแบบทดสอบที่ใช้แยกว่าตรงหน้าเป็นคนหรือเป็นเรพลิแคนต์ และ NaN Holo คือฟอนต์ที่ตั้งใจให้เราตอบไม่ได้

คนทำคือ NaN โรงหล่อที่ทำงานกันแบบกระจายอยู่หลายเมือง มี Luke Prowse เป็นหัวหน้าโครงการ และมีนักออกแบบอีกเจ็ดคนช่วยกันต่อ งานชุดนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2021 เพิ่งขยับเป็นเวอร์ชัน 3.0 เมื่อกรกฎาคม 2026 แล้วประกาศตัวอีกรอบต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
เนื้อหนังบนโครงเหล็ก
คำที่ NaN ใช้อธิบายฟอนต์ตัวเองคือ fleshy neo-Grotesk แปลตรงๆ ก็คือซานส์เซริฟสายโกรเทสก์ที่มีเนื้อหนัง ฟังดูแปลกๆ แต่พอดูตัวอักษรจริงจะเข้าใจ
โครงของมันคืออุตสาหกรรม ตรง แข็ง เป็นกรอบสี่เหลี่ยม แต่เส้นโค้งข้างในกลับมนและนุ่มกว่าที่ควรเป็น ช่องว่างในตัว a ตัว e ตัว o ถูกทำให้เป็นเหลี่ยมในขณะที่ขอบนอกยังกลม สองอย่างนี้อยู่ในตัวอักษรเดียวกันโดยไม่ยอมกลืนกัน

ผลคือเวลาเอาไปใช้ตัวใหญ่ เราจะเห็นความไม่ลงรอยนั้นชัด มันมีอารมณ์ประหลาดๆ แบบของที่ดูคุ้นแต่บอกไม่ถูกว่าเคยเห็นที่ไหน พอย่อลงมาเป็นข้อความเล็ก รายละเอียดพวกนั้นก็ยุบรวมกันจนกลายเป็นฟอนต์ทำงานธรรมดาที่อ่านสบาย
NaN เขียนอธิบายไว้ประโยคหนึ่งซึ่งเราชอบมาก เขาบอกว่าให้นึกถึงช่างตัดผมเจ้าประจำที่เรารู้จักมาหลายปี แล้ว Holo คือหุ่นยนต์ที่ AI แนะนำมาแทนช่างคนนั้น โดยที่เราไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ
ตั้งชื่อน้ำหนักว่า Blond
รายละเอียดที่คนทั่วไปอาจข้าม แต่คนทำฟอนต์จะสังเกตทันที คือชื่อน้ำหนักที่เบาที่สุดของตระกูลนี้ไม่ใช่ Light หรือ Thin เขาเรียกว่า Blond

ความกว้างก็ตั้งชื่อแบบไม่ยอมอยู่ในกรอบเหมือนกัน ไล่จาก Compressed X-Condensed Condensed Narrow Standard Wide ExtraWide UltraWide ไปจบที่ GigaWide รวมเก้าความกว้าง บวกกับตัว Mono ที่ NaN เรียกว่าเป็นรหัสต้นทางของทั้งตระกูล คือผีในเครื่องจักร
ทั้งชุดตอนนี้มี 108 สไตล์ กลิฟรวมกันเกินสองแสนตัว รองรับภาษาที่ใช้อักษรละติน 539 ภาษา และรอบล่าสุดนี้เขาเติมสิ่งที่ควรมีมานานคือชุดอักขระสำหรับภาษาแอฟริกัน
ทำไมฟอนต์เมื่อสี่ปีก่อนถึงเพิ่งมาเข้าที่ตอนนี้
ตอนที่ NaN เริ่มทำ Holo ในปี 2021 คำถามเรื่องแยกคนออกจากเครื่องยังเป็นเรื่องหนัง เป็นมุกที่หยิบมาเล่นได้เพราะมันไกลตัว

ผ่านมาห้าปี เราอ่านข้อความที่ไม่รู้ว่าคนพิมพ์หรือเครื่องพิมพ์ทุกวัน ดูรูปที่ไม่รู้ว่าถ่ายหรือปั้น ฟังเสียงที่ไม่รู้ว่าอัดหรือสังเคราะห์ คำถามเดิมเลยไม่ได้อยู่ในหนังอีกแล้ว มันย้ายมาอยู่ในมือถือเรา
ฟอนต์ที่ตั้งใจให้ดูกึ่งคนกึ่งเครื่องเลยกลายเป็นของที่ตรงเวลาพอดี ไม่ใช่เพราะมันทำนายอะไรได้ แต่เพราะโลกเดินมาเจอมันเอง

ถ้าเทียบกับซานส์เซริฟที่เราคุ้นที่สุดอย่าง Helvetica ที่พยายามไม่มีความเห็น Holo เดินคนละทาง มันไม่ได้อยากหายไปในเนื้อหา มันอยากให้เรารู้สึกอะไรบางอย่างตอนอ่าน แต่ก็ไม่ยอมบอกว่าให้รู้สึกอะไร

ในบรรดาฟอนต์ที่ออกมาปีนี้ ตัวนี้ไม่ใช่ตัวที่แปลกที่สุดหรือทดลองที่สุด แต่มันเป็นตัวที่พูดถึงสิ่งที่เรากำลังเจอได้ตรงที่สุดตัวหนึ่ง โดยไม่ต้องเขียนคำว่า AI ลงไปสักคำ
แล้วถ้าวันหนึ่งเราแยกไม่ออกจริงๆ ว่าตัวอักษรตรงหน้าออกแบบโดยคนหรือไม่ คำถามจะเปลี่ยนจากมันทำโดยใคร เป็นเรายังอยากรู้อยู่ไหม
ที่มา: หน้าข้อมูล NaN Holo ของโรงหล่อ NaN และข่าวการอัปเดตเวอร์ชัน 3.0 เดือนสิงหาคม 2026
Photo credit: NaN
ชวนดูของในเว็บ

Inspo Gone Creativity Tee ตัวอักษรบนเสื้อก็ทำงานแบบเดียวกับตัวอักษรบนโปสเตอร์ คือคนอ่านตัดสินเราจากรูปทรงก่อนอ่านความหมายเสมอ
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


