งานที่ทำเสร็จแล้วกองอยู่ในกล่องกี่ชิ้นแล้ว แก้วที่เผาออกมาสวยกว่าที่คิด พวงกุญแจที่ปั้นเล่นแล้วเพื่อนแย่งกันเอา กระเป๋าผ้าที่เย็บไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ของพวกนี้มีคนอยากได้แน่ๆ แต่มันยังไม่เคยถูกวางไว้ในที่ที่คนหาเจอสักที

ที่ผ่านมาเราขายกันในไอจี ลงรูป ใส่แคปชัน แล้วรอคนทัก พอมีคนทักจริงก็ต้องพิมพ์ราคาซ้ำ พิมพ์ค่าส่งซ้ำ ส่งเลขบัญชี รอสลิป แล้วก็ต้องไล่หาว่าใครโอนแล้วใครยังในแชทที่ยาวเป็นหางว่าว ขายได้สามชิ้นก็เหนื่อยเท่ากับทำงานสามวัน พอมีคนถามว่า "มีอะไรขายอีกไหม" เราก็ตอบได้แค่ให้เขาเลื่อนดูฟีดย้อนหลังเอาเอง

บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเลย จนถึงมีหน้าร้านที่ส่งลิงก์เดียวแล้วจบ เขียนจากการกดใช้ระบบจริงบน Portjolio ทีละหน้า ไม่ได้พูดถึงแต่ข้อดี ตรงไหนที่ยังต้องออกแรงเองก็จะบอกตรงๆ

เช็กของในมือก่อน ว่ามีอะไรพร้อมขายจริงบ้าง

ก่อนจะไปแตะปุ่มอะไรบนเว็บ เอาของออกมาวางบนโต๊ะก่อน แล้วแยกเป็นสามกอง

กองแรกคือของที่พร้อมส่งวันนี้ มีอยู่ในมือ นับจำนวนได้ ถ่ายรูปได้เลย กองที่สองคือของที่ทำซ้ำได้ เช่นแก้วทรงเดิม สติกเกอร์ชุดเดิม พวงกุญแจแบบเดิม ของกองนี้สำคัญมากเพราะมันคือสิ่งที่ทำให้ร้านไม่ตายหลังขายหมดรอบแรก กองที่สามคือของชิ้นเดียวในโลก ทำซ้ำไม่ได้ หรือทำซ้ำแล้วไม่เหมือนเดิม

ทีนี้จับเวลาจริงว่าของแต่ละแบบใช้เวลาทำกี่ชั่วโมง รวมเวลาที่นั่งรอมันแห้ง รอมันเผา รอกาวเซ็ต ตัวเลขนี้จะเอาไปใช้ตอนตั้งราคา คนทำงานคราฟต์พลาดตรงนี้กันเยอะ เพราะเราคุ้นกับการคิดแค่ค่าวัสดุ แล้วลืมไปว่าเวลาของตัวเองก็เป็นต้นทุน

ถ้าตอนนี้มีของพร้อมขายแค่สามสี่ชิ้นก็เปิดร้านได้แล้ว ไม่ต้องรอให้ครบสิบ ร้านที่มีของสามชิ้นแต่มีลิงก์ให้ส่ง ดีกว่าร้านสมบูรณ์แบบที่ยังไม่ได้เปิด

เปิดร้านขายงาน handmade ออนไลน์ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง

ในหน้า ศูนย์ช่วยเหลือ เขาเขียนไว้ว่าเริ่มขายใน 3 สเต็ป คือเปิดร้าน ลงงานแรก แล้วแชร์ลิงก์ร้าน ซึ่งตรงกับที่กดจริง สมัครด้วยอีเมล กรอก OTP ตั้งชื่อร้าน แล้วได้ลิงก์ร้านมาทันที ตอนสมัครไม่มีการขอเอกสารอะไรเลย ไม่ต้องแนบบัตร ไม่ต้องมีทะเบียนการค้า

หน้าศูนย์ช่วยเหลือของ Portjolio แสดงขั้นตอนเริ่มขายใน 3 สเต็ป คือเปิดร้านฟรีใน 30 วิ ลงงานแรก และแชร์ลิงก์ร้าน พร้อมแถบคู่มือผู้ขายห้าหัวข้อ
ภาพ: หน้า /help ของ Portjolio

ที่ต้องรู้ไว้คือการยืนยันตัวตนไม่ได้หายไป มันแค่ถูกเลื่อนไปอยู่ตอนถอนเงินครั้งแรก ตามที่เขียนไว้ใน ข้อตกลงผู้ขาย แปลว่าเราเริ่มขายก่อนได้ แต่ก่อนจะได้เงินก้อนแรกออกมาก็ต้องยืนยันตัวตนอยู่ดี เตรียมใจไว้ตั้งแต่ตอนนี้จะได้ไม่งงตอนหลัง

ใต้ 3 สเต็ปนั้นมีคู่มือผู้ขายแบบกดดูได้ ห้าหัวข้อคือ เปิดร้าน ลงสินค้า ตั้งค่าจัดส่ง รับออเดอร์ ถอนเงิน เป็นภาพจำลองหน้าจอมือถือทีละสเต็ป แนะนำให้กดดูหัวข้อ "ตั้งค่าจัดส่ง" กับ "ถอนเงิน" ให้จบก่อนลงงานชิ้นแรก เพราะสองเรื่องนี้คือจุดที่คนใหม่มักตั้งค่าผิดแล้วมารู้ตัวตอนมีออเดอร์เข้ามาแล้ว

ส่วนหน้าร้านที่ได้มา หน้าตาเป็นแบบเดียวกับที่เห็นในร้าน workspace.ss ที่ทำเซรามิกปั้นมือ มีรูปปกร้าน รูปโปรไฟล์ คำอธิบายร้านสั้นๆ ชิปลิงก์ไปไอจี ตัวเลขจำนวนผลงานกับผู้ติดตาม ปุ่มติดตาม ปุ่มแชร์ร้าน แล้วก็แท็บ ผลงาน คอมมิชชัน ฟีด รีวิว เกี่ยวกับ ใส่ข้อมูลให้ครบทุกช่องตั้งแต่วันแรก เพราะร้านที่มีแค่ชื่อกับของสองชิ้น คนกดเข้ามาแล้วก็กดออก

ลงงานชิ้นแรก รูปกับคำอธิบายคือด่านที่คนตัดสินใจ

หน้าลงสินค้าขอสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ไม่กี่อย่าง คือรูป ชื่องาน ราคา จำนวนที่มี หมวดหมู่ แท็ก แล้วก็คำอธิบาย มีปุ่ม AI ช่วยร่างคำโปรยจากรูปให้ด้วย ซึ่งใช้เป็นตัวตั้งต้นได้ดีเวลาคิดคำไม่ออก แต่อย่าปล่อยตามที่มันร่างมาทั้งดุ้น เพราะสิ่งที่ AI ไม่รู้คือเรื่องของงานชิ้นนั้น ว่าดินตัวนี้เผาแล้วสีเปลี่ยนยังไง ทำไมขอบถึงไม่เท่ากัน คนซื้องานคราฟต์อ่านตรงนี้แหละ

หน้าค้นหาสินค้าบน Portjolio แสดงแถบหมวดหมู่ให้เลือก เช่น Art and Decor, Home Decor, Gift Ideas พร้อมแท็กยอดนิยมและการ์ดสินค้างานทำมือ
ภาพ: หน้าค้นหาของ Portjolio

หมวดหมู่บนเว็บมีให้เลือกสิบกว่าหมวด และหลายหมวดตรงกับงานคราฟต์อยู่แล้ว เช่น Home Decor, Jewelry and Accessories, Keychains and Souvenirs, Zines and Handmade Books, Stickers and Cards เลือกหมวดที่ตรงที่สุดหมวดเดียว อย่าเลือกหมวดกว้างเพราะคิดว่าคนจะเห็นเยอะกว่า คนที่กดเข้าหมวด Home Decor เขาตั้งใจมาหาของแต่งบ้าน ถ้าเจอของเราอยู่ในนั้นพอดี โอกาสขายมันสูงกว่าการไปลอยอยู่ในกองรวม

ส่วนแท็ก ให้คิดจากคำที่คนพิมพ์หาจริง ไม่ใช่คำที่เราเรียกงานตัวเอง คนไม่ค่อยพิมพ์ว่า "เซรามิกสโตนแวร์เผาสูง" แต่พิมพ์ว่า "แก้วเซรามิก" "ถ้วยปั้นมือ" "ของขวัญขึ้นบ้านใหม่" เขียนแบบที่คนหา แล้วค่อยไปอวดเทคนิคในคำอธิบาย

เรื่องรูป ไม่ต้องมีสตูดิโอ ถ่ายกลางวันข้างหน้าต่าง ใช้กระดาษขาวรองสักแผ่น ถ่ายให้ครบสี่ห้ามุม มุมตรง มุมเฉียง มุมมองจากด้านบน แล้วก็รูปที่มีมือถือของอยู่ด้วยเพื่อให้เห็นขนาดจริง รูปสุดท้ายนี้ช่วยลดคำถาม "ใหญ่แค่ไหน" ได้เกินครึ่ง

ตั้งราคาและค่าส่ง ให้เหลือเงินจริงในมือ

ค่าบริการของ Portjolio เขียนไว้ชัดในหน้าข้อตกลง คือเปิดร้านและลงงานฟรี ขายได้แล้วค่อยหัก อัตรามาตรฐาน 15% ของราคาสินค้า และค่าส่งไม่ถูกหัก สำหรับแบบที่เราผลิตและจัดส่งเอง ถ้าอยากให้ทางเว็บช่วยเก็บของและจัดส่งให้จะเป็น 12% หรือถ้าให้ผลิตให้เลยจะเป็น 10% สองแบบหลังต้องติดต่อไปคุยที่ info@portjolio.net ไม่ใช่กดเปิดเองในระบบ

หน้าข้อตกลงผู้ขายของ Portjolio หัวข้อค่าธรรมเนียมและการรับเงิน ระบุค่าคอมมิชชั่น 15 เปอร์เซ็นต์ และยอดขั้นต่ำถอนเงิน 300 บาท
ภาพ: หน้า /terms ของ Portjolio

ข้อดีของการรู้ตัวเลขนี้ตั้งแต่แรกคือเราคำนวณย้อนกลับได้ ถ้าอยากได้เงินในมือ 300 บาทต่อชิ้น ก็ตั้งราคาประมาณ 355 บาท ระบบยังขึ้นอัตราของร้านให้เห็นในหน้าลงสินค้าทุกครั้งที่ตั้งราคา จะได้ไม่ต้องมานั่งเปิดเครื่องคิดเลขเอง เรื่องวิธีคิดราคาแบบละเอียด เคยเขียนแยกไว้แล้วในบทความ ตั้งราคางานศิลปะ คิดยังไงให้ไม่ขาดทุน และเรื่องค่าธรรมเนียมล้วนๆ อยู่ในบทความ เปิดร้านออนไลน์ ฟรี ค่าธรรมเนียมหักตอนขายได้เท่านั้น

ค่าส่งตั้งได้สองชั้น ชั้นแรกคือค่าส่งมาตรฐานของร้าน ตั้งเป็นค่าส่งชิ้นแรกกับชิ้นถัดไปชิ้นละเท่าไร ชั้นที่สองคือกดทับรายชิ้นได้ สำหรับของที่ต้องใช้กล่องใหญ่หรือกันกระแทกหนากว่าปกติ เวลาลูกค้าสั่งหลายชิ้น ระบบจะคิดค่าเริ่มต้นก้อนที่แพงสุดครั้งเดียว ที่เหลือคิดในอัตราชิ้นถัดไป

หน้าสินค้าบนมือถือ แสดงถ้วยเซรามิก Shoreline Yunomi Cup ราคา 320 บาท ป้ายเหลือ 1 ชิ้นสุดท้าย บรรทัดค่าส่ง 100 บาท และปุ่มเพิ่มลงตะกร้าติดขอบล่างจอ
ภาพ: หน้าสินค้าของร้าน workspace.ss บน Portjolio

ดูตัวอย่างจริงจากถ้วย Shoreline Yunomi Cup ของร้าน workspace.ss ราคา 320 บาท ค่าส่ง 100 บาทเมื่อสั่งหนึ่งชิ้น มีป้ายบอกว่าเหลือชิ้นสุดท้าย และมีคำอธิบายที่เล่าเรื่องเคลือบกับผิวดินไว้จริงๆ ค่าส่ง 100 บาทฟังดูสูงสำหรับถ้วยใบเดียว แต่กับของที่แตกได้ นี่คือราคาของกล่องที่ใหญ่พอและกันกระแทกที่หนาพอ ซึ่งดีกว่าตั้งค่าส่ง 50 บาทแล้วต้องมานั่งเคลมทีหลัง

งานเปราะ ต้องคิดเรื่องแพ็กตั้งแต่ก่อนกดลงขาย

นี่คือจุดที่งานคราฟต์ต่างจากงานพิมพ์หรือสติกเกอร์ชัดที่สุด เพราะของเราแตกได้ บิ่นได้ ยับได้ และค่าเสียหายตกอยู่ที่เราเสมอ ตาม ข้อตกลงผู้ขาย คนขายเป็นคนรับผิดชอบเรื่องการจัดส่งกับการดูแลลูกค้าเมื่อเกิดปัญหา

วิธีที่ประหยัดแรงที่สุดคือกำหนดกล่องมาตรฐานของร้านไว้ก่อน สองหรือสามขนาดพอ วัดของที่จะขายทั้งหมดแล้วจับลงกล่องพวกนั้น ซื้อกันกระแทกกับกล่องเป็นแพ็ก แล้วเอาราคาต่อกล่องมาบวกในค่าส่ง วิธีนี้ทำให้ตอนมีออเดอร์เข้ามา เราแค่หยิบกล่องแล้วแพ็ก ไม่ต้องคิดใหม่ทุกครั้ง

ของที่มีหูจับ มีส่วนยื่น หรือมีขอบบาง ให้พันเฉพาะจุดนั้นเพิ่มอีกชั้น แล้วเขย่ากล่องเบาๆ ก่อนปิดเทป ถ้ายังได้ยินเสียงของขยับข้างใน แปลว่ากันกระแทกยังไม่พอ ใส่กระดาษยัดช่องว่างจนนิ่งสนิท

อีกเรื่องที่ช่วยได้มากคือเขียนไว้ในคำอธิบายเลยว่าใช้เวลาทำกี่วันก่อนส่ง งานคราฟต์หลายชิ้นทำสดหลังมีออเดอร์ ลูกค้าไม่ได้ซีเรียสว่าต้องได้พรุ่งนี้ เขาซีเรียสว่าไม่รู้ว่าเมื่อไร บอกไปตรงๆ ว่าเจ็ดวันก็เจ็ดวัน แล้วส่งให้ตรงตามนั้น

ขายได้แล้วเงินไปไหน และกว่าจะถอนออกมาได้

เงินค่าสินค้าทุกออเดอร์ไม่ได้วิ่งเข้าบัญชีเราทันที แต่พักไว้กับ Portjolio Care ก่อน ยอดจะพร้อมถอนเมื่อลูกค้ากดรับของ หรือครบเจ็ดวันหลังเรากดส่ง โดยระบบปล่อยให้อัตโนมัติแม้ลูกค้าจะไม่ได้กดอะไรเลย ส่วนออเดอร์ที่ยกเลิกหรือคืนเงินจะไม่ปล่อยยอด

ตรงนี้คือข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ ถ้าคุ้นกับการโอนตรงแล้วเงินเข้าทันที ระบบนี้จะรู้สึกช้ากว่า แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือคนซื้อที่ไม่รู้จักเราก็กล้าจ่าย เพราะเงินไม่ได้ไปอยู่ในมือคนที่เขายังไม่เคยเจอ สำหรับร้านใหม่ที่ยังไม่มีรีวิวสักอัน อันนี้คือสิ่งที่ทำให้ออเดอร์แรกเกิดขึ้นได้

การถอนไม่มีรอบโอนรายเดือน พอยอดที่พร้อมถอนถึง 300 บาท ก็กดขอถอนในหน้าการเงินได้เลย แล้วทีมงานโอนเข้าบัญชีที่บันทึกไว้และแจ้งกลับ แปลว่าขายของชิ้นละร้อยกว่าบาท สองสามชิ้นก็ถอนได้แล้ว ไม่ต้องรอสิ้นเดือน

คำถามที่เจอบ่อย

ขายงาน handmade ออนไลน์ ต้องจดทะเบียนอะไรก่อนไหม

ตอนเปิดร้านกับ Portjolio ไม่ต้องใช้เอกสารใดๆ ใช้แค่อีเมล และจะขอยืนยันตัวตนตอนถอนเงินครั้งแรก ส่วนเรื่องภาษีและการจดทะเบียนตามกฎหมาย ขึ้นกับรายได้และรูปแบบการทำงานของแต่ละคน เรื่องนี้ให้ยึดข้อมูลจากกรมสรรพากรเป็นหลัก อย่าเชื่อตัวเลขที่คนบอกต่อกันในกลุ่ม

มีงานแค่สามสี่ชิ้น เปิดร้านเลยได้ไหม หรือควรรอให้ครบสิบ

เปิดได้เลย เพราะการเปิดร้านไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีค่าแรกเข้า ระหว่างที่ทำงานชิ้นต่อไป ร้านก็ทำงานของมันไปด้วย คือถูกค้นเจอและมีลิงก์ให้ส่ง ข้อแนะนำคือลงของกองที่ทำซ้ำได้ก่อน ร้านจะได้ไม่ว่างเปล่าหลังขายหมด

ขายในไอจีอยู่แล้ว ต้องเลิกใช้ไอจีไหม

ไม่ต้อง ใช้คู่กันได้และควรใช้คู่กัน ไอจีเก่งเรื่องทำให้คนเห็นงานและติดตามความเคลื่อนไหว หน้าร้านเก่งเรื่องปิดการขายโดยที่เราไม่ต้องพิมพ์ตอบทีละคน วิธีที่ง่ายที่สุดคือเอาลิงก์ร้านไปแปะไว้ในไบโอ แล้วเวลามีคนทักถามราคาก็ส่งลิงก์สินค้าชิ้นนั้นให้เขาไปเลย

ของหมดแล้ว หรืออยากรับทำตามสั่ง ทำได้ไหม

ระบบมีสต๊อกรายชิ้นและรายตัวเลือก พอหมดจะขึ้นป้ายสินค้าหมดให้เอง ไม่ต้องมานั่งลบโพสต์ ส่วนงานรับทำตามสั่ง หน้าร้านมีแท็บคอมมิชชันแยกไว้ให้อยู่แล้ว เปิดคิวรับงานควบคู่กับการขายของสำเร็จรูปได้ ใครสนใจเรื่องนี้จริงจัง อ่านต่อได้ในบทความ รับวาดรูป คอมมิชชั่น เปิดคิวยังไงให้มีงานต่อเนื่อง

สรุปสั้นๆ ของทั้งหมดนี้คือ งานคราฟต์ไม่ได้ขายยากเพราะไม่มีคนอยากได้ แต่ขายยากเพราะคนทำต้องแบกงานขายทั้งกระบวนการไว้คนเดียว ตั้งแต่ตอบแชทยันตามสลิป การมีหน้าร้านที่จัดการเรื่องพวกนี้แทนได้ ทำให้เวลาที่เหลือกลับไปอยู่กับการทำงาน ซึ่งเป็นเหตุผลที่เราเริ่มทำของขายตั้งแต่แรก ถ้าพร้อมแล้ว เปิดร้านฟรี แล้วลงงานชิ้นแรกในวันนี้เลย ของที่กองอยู่ในกล่องจะได้มีที่ไป