ช่างเอาไม้ไผ่ไปลนไฟแก๊สจนอ่อน แล้วค่อยดัดให้โค้ง เป็นวิธีที่คนทำรั้วไผ่ในเกียวโตใช้กันมานาน ปลายทางของมันปกติคือรั้วเตี้ยๆ หน้าบ้าน ไม่ใช่ชั้นวางของที่พิงกำแพงอยู่ในห้องนั่งเล่น

ชั้นวางของไม้ไผ่สีแดงชื่อ n shelf พิงผนังในห้อง
ภาพ: WACOH สำหรับ Kenta Yoshizawa Studio via designboom

ชุดนี้ชื่อ Red Craft หรือ Akai Kogei เป็นงานของ Kenta Yoshizawa ดีไซเนอร์จากเกียวโต เขาหยิบงานคราฟต์ญี่ปุ่นสี่แขนงมาทำเป็นของใช้ในบ้าน ได้แก่ การสานรั้วไผ่ การถักเชือกคุมิฮิโมะ กระดาษวาชิ และการลงรักอุรุชิ แล้วทาสีแดงเหมือนกันหมดทั้งชุด

สีคือสิ่งแรกที่คนเห็น และเราคิดว่ามันคือการตัดสินใจที่กล้าที่สุดในงานนี้ ปกติของคราฟต์ญี่ปุ่นชอบโชว์สีวัสดุตามธรรมชาติ ไผ่สีไผ่ กระดาษสีกระดาษ พอทาแดงทับหมด ความต่างของวัสดุก็หายไปหนึ่งชั้น เหลือแต่รูปทรงกับพื้นผิวให้ดู

สี่เทคนิค สี่ชิ้น

ชิ้นแรกชื่อ n shelf เป็นชั้นวางแบบพิงผนัง รูปทรงมาจากโซเดะงาคิ ซึ่งเป็นฉากไผ่เตี้ยที่คนญี่ปุ่นวางไว้ข้างทางเดินในสวน ช่างดัดปลายบนกับปลายล่างด้วยการลนไฟ ไม่ได้ตัดต่อ ไผ่เลยยังยืดหยุ่นอยู่เหมือนเดิม ผู้ผลิตคือ Nagaoka Meichiku

สตูลสีแดงชื่อ kumino ที่ใช้เชือกถักคุมิฮิโมะเป็นโครงสร้าง
ภาพ: WACOH สำหรับ Kenta Yoshizawa Studio via designboom

ชิ้นที่สองชื่อ kumino เป็นสตูลที่เป็นโต๊ะข้างได้ด้วย ตัวมันสร้างจากกระบวนการถักคุมิฮิโมะตรงๆ เชือกร้อยผ่านโครงบนกับโครงล่าง แล้วถ่วงปลายไว้ด้วยหินลาวา หินพวกนี้อ้างถึงตุ้มถ่วงที่เรียกว่าทามะ ซึ่งช่างถักเชือกใช้ดึงความตึงตอนทำงาน

พูดอีกอย่างคือเขาไม่ได้เอาเชือกถักมาแปะเป็นของตกแต่ง แต่เอาแรงตึงที่ทำให้เชือกถักได้ มาเป็นสิ่งที่ทำให้เก้าอี้ตั้งอยู่ได้จริง ช่างคุมิฮิโมะที่ทำคือ Shoen Kumihimo

สตูลกับโต๊ะข้าง kumino สีแดงพร้อมหินถ่วงปลายเชือก
ภาพ: WACOH สำหรับ Kenta Yoshizawa Studio via designboom

ของที่ขยับได้กับกระต่ายลงรัก

ชิ้นที่สามชื่อ stickstick เป็นโคมไฟ ประกอบด้วยแท่งโลหะเรียวๆ หลายอัน ปลายแต่ละอันติดกระดาษวาชิที่ทำมือไว้ พอมีลมพัด แท่งพวกนี้จะแกว่ง แล้วแสงจากข้างล่างก็ส่องกระดาษที่แกว่งอยู่ ไม่มีตำแหน่งไหนเป็นตำแหน่งถาวร กระดาษมาจากอินชูวาชิ

กล่องรูปกระต่ายทำจากกระดาษวาชิลงรักสีแดง ชื่อ usahako
ภาพ: WACOH สำหรับ Kenta Yoshizawa Studio via designboom

ชิ้นสุดท้ายชื่อ usahako เป็นกล่องรูปกระต่าย ทำจากกระดาษวาชิแล้วเคลือบด้วยรักอุรุชิ ซึ่งทำสองอย่างพร้อมกันคือทำให้กระดาษแข็งขึ้นและได้ผิวเงา ใช้ใส่ของจุกจิกตรงทางเข้าบ้าน หรือจะวางเฉยๆ ก็ได้ คนลงรักคือ COCOO

ในสี่ชิ้นนี้เราชอบ usahako ที่สุด เพราะมันเป็นชิ้นเดียวที่ไม่พยายามอธิบายเทคนิคของตัวเอง มันเป็นแค่กระต่ายแดงเงาๆ ตัวหนึ่ง คนที่ไม่รู้ว่าอุรุชิคืออะไรก็ยังอยากหยิบขึ้นมาดู

โคมไฟ stickstick แท่งโลหะเรียวติดกระดาษวาชิที่ปลาย
ภาพ: WACOH สำหรับ Kenta Yoshizawa Studio via designboom

คราฟต์ที่ไม่ต้องทำหน้าเคร่ง

งานคราฟต์ญี่ปุ่นเวลาถูกเล่าในสื่อ มักมาพร้อมภาพช่างแก่ๆ นั่งทำงานเงียบๆ ในเวิร์กช็อปไม้ แสงเข้าทางเดียว ซึ่งก็จริงส่วนหนึ่ง แต่มันทำให้ของพวกนี้ดูเป็นของสำหรับดูมากกว่าของสำหรับใช้ พอเล่าซ้ำๆ ก็กลายเป็นว่าคนรุ่นใหม่ไม่กล้าซื้อมาวางในห้องเช่าของตัวเอง

Red Craft เลือกทางตรงข้าม สีแดงสด รูปทรงตลก กระต่ายอ้วนๆ โคมไฟที่แกว่งไปมา ไม่มีอะไรในชุดนี้ที่บอกให้คนดูสำรวม แต่ทุกชิ้นยังทำโดยช่างจริงด้วยวิธีเดิม ชื่อผู้ผลิตแต่ละเจ้าถูกใส่ไว้ในเครดิตครบ ไม่ได้ถูกกลืนเป็นแค่คำว่า handmade

โคมไฟ stickstick ตอนเปิดไฟ แสงส่องผ่านกระดาษวาชิที่ปลายแท่ง
ภาพ: WACOH สำหรับ Kenta Yoshizawa Studio via designboom

เราเคยเขียนถึงอีกวิธีหนึ่งของการเอาไม้ไผ่กลับมาอยู่ในบ้านไว้ที่ เก้าอี้ไผ่ปี 1937 ที่กลับมาในสีดำเงา ซึ่งเลือกทางที่นิ่งกว่านี้มาก เทียบกันแล้วจะเห็นว่าวัสดุเดียวกันพาไปคนละที่ได้ขนาดไหน

ตอนนี้ Red Craft ยังเป็นชุดผลงานที่เผยแพร่ผ่านการส่งเข้ามาที่ designboom ไม่ได้เป็นของที่วางขายทั่วไป คำถามที่ตามมาคือถ้าของแบบนี้ต้องทำจำนวนมากจริงๆ ช่างสี่เจ้าจะไปด้วยกันไหวหรือเปล่า หรือสุดท้ายมันจะเหมาะกับการเป็นของทีละชิ้นแบบที่เป็นอยู่มากกว่า

ข้อมูลผลงานจาก designboom (DIY submissions) เผยแพร่ 8 สิงหาคม 2026 · ดีไซเนอร์ Kenta Yoshizawa Studio

Photo credit: WACOH สำหรับ Kenta Yoshizawa Studio via designboom


ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

Shoreline Yunomi Cup ถ้วยยูโนมิเซรามิก

Shoreline Yunomi Cup ถ้วยยูโนมิที่ปั้นทีละใบ อยู่ในตระกูลเดียวกับของในเรื่องนี้ คือของที่ใช้ทุกวันแต่ยังเห็นรอยมือคนทำ

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด