ถ้ามองเก้าอี้ตัวนี้จากด้านข้าง จะเห็นว่าขาหลังหายไป มีแค่โครงที่โค้งลงจากใต้ที่นั่งแล้ววกกลับมาเป็นฐานสี่เหลี่ยมแบนๆ วางบนพื้น น้ำหนักคนนั่งไม่ได้ถ่ายลงเสา แต่ถ่ายลงความยืดหยุ่นของวัสดุ

Bamboo Chair ถูกออกแบบไว้ตั้งแต่ปี 1937 โดย Umonji Kidokoro ซึ่งตอนนั้นทำงานอยู่ในห้องออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของห้างมิตสึโคชิ หน่วยงานนั้นวันนี้คือ Mitsukoshi Seisakusho
เกือบเก้าสิบปีถัดมา WILDSIDE Yohji Yamamoto หยิบมันมาทำใหม่ในสีดำเงา และนั่นคือการเปลี่ยนแปลงเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเก้าอี้ตัวนี้
สิ่งที่สีดำทำกับไม้ไผ่
ไม้ไผ่ในรูปเดิมของ Bamboo Chair มีสีอ่อน ผิวมัน และมีลายเส้นตามธรรมชาติที่ดึงสายตาไปที่ตัวเนื้อวัสดุก่อนเสมอ พอทาดำทั้งตัวจนเงาแบบเครื่องเขิน ลายนั้นหายไป เหลือแค่รูปทรง

ผลคือซี่ไม้ไผ่ที่เรียงถี่บนพนักและที่นั่งกลายเป็นจังหวะของเงามากกว่าจังหวะของเส้น แต่ละซี่สะท้อนแสงเป็นแถบยาวขนานกัน เก้าอี้ที่เคยดูเป็นงานฝีมือพื้นบ้านจึงดูเหมือนงานประติมากรรมมากขึ้น
ทางแบรนด์อธิบายว่าสีดำแบบที่พบในเครื่องเขินและสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นไม่ได้ทำหน้าที่แค่ให้สี แต่มันรัดพื้นผิวให้แน่นขึ้นและดันโครงสร้างกับเส้นขอบให้เด่นออกมา

โรงงานที่ทำเก้าอี้ทีละตัว
Mitsukoshi Seisakusho ก่อตั้งปี 1910 เป็นโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่รับงานสั่งทำให้สำนักพระราชวัง อาคารรัฐสภา ศาลฎีกา โรงแรมห้าดาว และแบรนด์หรู รวมถึงงานบูรณะเฟอร์นิเจอร์ในอาคารประวัติศาสตร์
เก้าอี้ตัวนี้เป็นงานสั่งทำล้วน ช่างหนึ่งคนทำหนึ่งตัวตั้งแต่ต้นจนจบ ระยะเวลาผลิตประมาณหนึ่งปีหกเดือนนับจากวันสั่ง ราคาอยู่ที่ 1,100,000 เยนรวมภาษี

ตัวเลขหนึ่งปีหกเดือนบอกอะไรบางอย่างที่แคตตาล็อกไม่ได้เขียน มันแปลว่าคนสั่งต้องยอมลืมไปก่อนว่าสั่งอะไรไว้ แล้วค่อยได้มันคืนมาในอีกฤดูกาลหนึ่ง
โลโก้ที่ตั้งใจให้มองไม่เห็น
ด้านหลังพนักมีโลโก้ WILDSIDE YOHJI YAMAMOTO สลักด้วยเลเซอร์ ส่วนที่สลักถูกทำให้ด้าน ตัดกับผิวเงารอบข้าง ผลคือตัวอักษรจะโผล่ขึ้นมาก็ต่อเมื่อแสงตกมาในองศาที่ใช่

แบรนด์ที่โตมาจากวัฒนธรรมสตรีทมักวางโลโก้ให้อ่านออกจากอีกฝั่งถนน การเลือกซ่อนมันไว้หลังพนักในสีเดียวกับตัวเก้าอี้จึงเป็นการตัดสินใจที่พูดถึงลูกค้าอีกแบบหนึ่ง
ประวัติของ Kidokoro เองก็ไม่ได้อยู่ในสายเฟอร์นิเจอร์ญี่ปุ่นแบบปิดตัว งานของเขาถูกบันทึกว่าส่งอิทธิพลถึง Charlotte Perriand และเขาเดินทางไปตามแหล่งผลิตทั่วญี่ปุ่นร่วมกับ Sori Yanagi และ Junzo Sakakura จนออกมาเป็นเก้าอี้เอนไม้ไผ่อีกตัวหนึ่ง

เมื่อเทียบกับ Nychair X ที่กลับมาพร้อมผ้าทอ จะเห็นสองวิธีคิดที่ต่างกันในการหยิบของเก่ามาทำใหม่ ทางหนึ่งเปลี่ยนวัสดุที่สัมผัสตัวคน อีกทางเปลี่ยนแค่สิ่งที่ตาเห็น แล้วปล่อยโครงสร้างไว้เท่าเดิมทุกมิลลิเมตร

ไม้ไผ่ที่ถูกดัดไว้ตั้งแต่ปี 1937 ยังคงยืดหยุ่นเท่าเดิมใต้สีดำนั้น และมันจะขยับทุกครั้งที่มีคนนั่งลง โดยไม่สนใจว่าใครเป็นคนสั่งทำ
อ้างอิง: ข่าวประชาสัมพันธ์ WILDSIDE YOHJI YAMAMOTO และ 三越製作所 ผ่าน PR TIMES
Photo credit: WILDSIDE YOHJI YAMAMOTO และ 三越製作所 via PR TIMES
ของชิ้นเล็กที่เข้ากับเรื่องนี้

Daydream Ring Black Cat ของชิ้นเล็กที่ดัดเส้นให้จบในรูปทรงเดียว ทำทีละวงด้วยมือเหมือนกัน ต่างกันแค่ขนาด
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด