เก้าอี้กินข้าวตัวหนึ่ง ผ่านมือช่างปั้น 23 คน

ไม่ใช่ 23 คนมายืนออกันทำพร้อมกัน แต่เป็น 23 คนที่แตะมันคนละขั้น ตั้งแต่เตรียมแม่พิมพ์ ตาก ไปจนถึงเผา แต่ละคนรู้งานของตัวเองดีอยู่แล้ว ส่งต่อกันไปเรื่อยๆ จนได้เก้าอี้ที่รับน้ำหนักคนได้จริง

เก้าอี้และโซฟาสีจัดจากเชือกถักของ Bethan Laura Wood
ภาพ: Bethan Laura Wood x Shore Studios via designboom

งานนั้นชื่อ Crockery เป็นของ Max Lamb ที่ทำร่วมกับ 1882 Ltd โรงงานเซรามิกในสโต๊คออนเทรนต์ เมืองเครื่องปั้นดินเผาเก่าของอังกฤษ

Lamb เป็นหนึ่งในสามดีไซเนอร์ลอนดอนที่กำลังทำเรื่องคล้ายกันอยู่ อีกสองคนคือ Bethan Laura Wood กับ Andu Masebo ทั้งสามไม่ได้นัดกันทำ แต่พอเอางานมาวางข้างกันแล้วมันพูดเรื่องเดียวกัน

เรื่องนั้นคือ ของในบ้านไม่จำเป็นต้องทำจากวัสดุที่เราคุ้นว่ามันควรทำจากอะไร

ดินที่ปกติทำจาน เอามาทำที่นั่ง

สโตนแวร์คือดินที่เราเจอทุกวันในรูปของจาน ชาม แก้ว ของที่วางบนโต๊ะ ไม่ใช่ของที่โต๊ะวางอยู่บน

Lamb ย้ายมันข้ามฝั่ง จากของที่ถูกวาง กลายเป็นของที่ต้องรับน้ำหนัก ซึ่งดินเผาไม่ได้ถนัดเรื่องนี้เลย มันเปราะ มันหดตอนเผา มันแตกถ้าคำนวณผิด

เก้าอี้เซรามิกสโตนแวร์ในคอลเลกชัน Crockery ของ Max Lamb
ภาพ: Max Lamb x 1882 Ltd, courtesy of Gallery Fumi via designboom

ที่เราชอบคือเขาไม่ได้ปิดเรื่องคนทำ ตัวเลข 23 คนถูกพูดออกมาตรงๆ เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของงาน ไม่ใช่เบื้องหลังที่เก็บไว้

เก้าอี้เลยอยู่กึ่งกลางระหว่างงานประติมากรรมกับของใช้ และก็อยู่กึ่งกลางระหว่างของที่คนเดียวทำ กับของที่ทั้งเมืองช่วยกันทำ

เชือกเรือ ระบาย และห่วง

Bethan Laura Wood ทำคอลเลกชันชื่อ Extra Trimmings ร่วมกับ Shore Studios เป็นเก้าอี้เลานจ์ โซฟา และสตูล ที่ถักจากเชือกเรือกับซิลิโคนที่ผูกปมด้วยมือ

รายละเอียดเชือกถัก ระบาย และห่วง บนเก้าอี้ของ Bethan Laura Wood
ภาพ: Bethan Laura Wood x Shore Studios via designboom

เชือกเรือถูกทำมาให้ทนน้ำเค็ม ทนแดด ทนแรงดึง มันเป็นของสายงาน ไม่ใช่ของสายสวย Wood เอามันมาปั้นเป็นระบาย เป็นขอบหยัก เป็นห่วง ซึ่งเป็นภาษาของผ้าม่านกับชุดเจ้าสาวมากกว่าภาษาของท่าเรือ

เธอบอกว่าวัสดุมันเล่าเรื่องได้ มันเชื่อมเรากับอดีตและความทรงจำ มันให้ความสบายและความเพลิน และมันบอกข้อมูลได้ด้วย

พอถามถึงบ้านตัวเอง เธอเล่าว่าเก็บของจากที่ต่างๆ ที่ไปมา ตั้งแต่นกหวีดสองสีอันจิ๋ว ไปจนถึงเสื้อกันฝนสานจากฟางของญี่ปุ่น แล้วเอามาวางเรียงกันเพื่อให้สี ผ้า และลาย มันคุยกันเอง

งานถักเชือกในคอลเลกชัน Extra Trimmings
ภาพ: courtesy of Shore Studios via designboom

อ้างอิงของเธอคืองานตกแต่งภายในยุค 70 ซึ่งเป็นยุคที่คนไม่กลัวสีและไม่กลัวลาย

ท่อไอเสียที่ไม่ได้ไปอยู่ใต้ท้องรถ

Andu Masebo ไปหาช่างทำท่อไอเสียในลอนดอน แล้วขอใช้ท่อสเตนเลสกับเครื่องดัดของเขา

Tubular Chair โครงท่อสเตนเลสดัดโค้งของ Andu Masebo
ภาพ: Andu Masebo via designboom

ผลลัพธ์คือ Tubular Chair ที่โครงอ้วนและโค้งกว่าที่เราคาดจากคำว่าท่อเหล็ก เพราะเขาไม่ได้สั่งให้เครื่องทำสิ่งที่มันไม่ถนัด เขาดูก่อนว่าเครื่องดัดได้แค่ไหน แล้วออกแบบให้อยู่ในนั้น

ข้อจำกัดของเครื่องเลยกลายเป็นรูปทรงของเก้าอี้

เบาะเป็นยางรีไซเคิลแบบชิป และรอยเชื่อมตรงข้อต่อเขาปล่อยให้เห็น ไม่ขัดทิ้ง ไม่กลบด้วยสี

รายละเอียดรอยเชื่อมและเบาะยางรีไซเคิลบนเก้าอี้ของ Andu Masebo
ภาพ: Andu Masebo, ถ่ายโดย Yeshen Venema via designboom

เรื่องเอาวัสดุจากที่ทางของมันมาทำเฟอร์นิเจอร์ เราเคยเขียนถึง Takuto Ohta ที่เอาท่อนซุงมาทั้งท่อน ไว้รอบหนึ่ง

สิ่งที่สามคนนี้ทำเหมือนกัน ไม่ใช่สไตล์ แต่เป็นท่าที

ทั้งสามเดินไปหาคนที่ทำวัสดุนั้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงงานเซรามิก สตูดิโอถักเชือก หรืออู่ท่อไอเสีย แล้วถามว่าของที่คุณทำทุกวันเนี่ย มันทำอย่างอื่นได้ไหม

คำตอบที่ได้ไม่ใช่วัสดุใหม่ แต่เป็นวัสดุเดิมที่ถูกถามคำถามใหม่

พอเก้าอี้ตัวหนึ่งบอกได้ว่ามันมาจากไหน ใครทำ และทำด้วยเครื่องอะไร ของในบ้านก็หยุดเป็นแค่ของในบ้าน

อ้างอิง: designboom (ข้อความโดย Jennifer Ring, Form & Trace)

Photo credit: Bethan Laura Wood x Shore Studios, Max Lamb x 1882 Ltd (courtesy of Gallery Fumi), Andu Masebo (บางภาพถ่ายโดย Yeshen Venema) via designboom


ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

Shoreline Yunomi Cup แก้วเซรามิกทำมือ

Shoreline Yunomi Cup ดินเผาที่อยู่ในที่ทางเดิมของมัน คือบนโต๊ะ และยังบอกร่องรอยมือคนทำได้อยู่

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด