ในรูปแรกของชุดนี้มีสตูลวางซ้อนกันแปดตัว ตัวบนสุดเบาะสีชมพูอ่อนเกือบขาว ไล่ลงมาเรื่อย ๆ จนตัวล่างสุดเป็นสีน้ำตาลแดงเข้ม ทั้งแปดตัวคือรุ่นเดียวกันหมด ต่างกันแค่เวลาที่ผ่านไป นี่คือวิธีที่ Hender Scheme กับ Artek เลือกอธิบายงานร่วมกันของพวกเขา แทนที่จะอธิบายด้วยคำ

สตูล Stool 60 วางซ้อนกันโดยเบาะหนังไล่สีจากชมพูอ่อนไปน้ำตาลเข้มตามอายุการใช้งาน
ภาพ: Hender Scheme และ Artek

Hender Scheme เป็นแบรนด์หนังจากโตเกียวที่ Ryo Kashiwazaki ตั้งขึ้นเมื่อปี 2010 คนส่วนใหญ่รู้จักเขาจากไลน์ MIP ที่เอาทรงสนีกเกอร์ดัง ๆ มาทำใหม่ด้วยหนังฟอกฝาดสีธรรมชาติ ส่วน Artek คือโรงงานเฟอร์นิเจอร์ฟินแลนด์ที่ Alvar Aalto ร่วมก่อตั้งไว้ตั้งแต่ปี 1935 และเป็นเจ้าของ Stool 60 สตูลสามขาที่ออกแบบไว้ตั้งแต่ปี 1933 สองแบรนด์นี้ใช้เวลาห้าปีคุยกันจนได้ของออกมาแปดชิ้น

รองเท้าสำหรับขาเก้าอี้

ชิ้นที่คนพูดถึงมากที่สุดคือปลอกหนังเล็ก ๆ ที่สวมปลายขาไม้ ทำจากหนังฟอกฝาดขึ้นรูปด้วยมือ ใช้วิธีเย็บแบบ storm welt ซึ่งเป็นเทคนิคทำรองเท้ากันน้ำ Kashiwazaki เคยทำงานซ่อมรองเท้ามาก่อน เขาเลยมองขา L-leg ของ Aalto เป็นเท้าตั้งแต่ต้น

ที่จริงมันไม่ได้เป็นแค่มุกด้วย ปลอกพวกนี้กันพื้นเป็นรอย และลดเสียงตอนลากเก้าอี้ ใครเคยอยู่คอนโดที่พื้นเป็นไม้จะเข้าใจทันทีว่าปัญหานี้มีจริง แต่ปกติเราแก้ด้วยแผ่นสักหลาดสีเทาจากร้านฮาร์ดแวร์ ซึ่งไม่มีใครอยากให้ใครเห็น

ภาพมุมสูงของสตูลหลายตัวบนพื้นปูน เบาะหนังแต่ละใบมีเฉดสีต่างกัน
ภาพ: Hender Scheme และ Artek

ของที่ยังไม่เสร็จตอนซื้อ

Kashiwazaki พูดถึงงานของตัวเองไว้ประโยคหนึ่งว่า "Our products are not finished at the point of sale, they are completed by the user, through the process of ageing and daily use" ซึ่งฟังดูเท่ แต่จริง ๆ มันคือคำอธิบายทางเทคนิคตรงตัว

หนังฟอกฝาดที่ไม่ย้อมสีจะเริ่มจากสีครีมอมชมพู แล้วค่อยเข้มขึ้นจากแดด เหงื่อ และน้ำมันจากมือ ส่วนไม้เบิร์ชของ Artek ก็เข้มขึ้นตามเวลาเหมือนกัน แต่คนละอัตรา สองอย่างนี้เลยเดินไปพร้อมกันโดยไม่เท่ากัน และนั่นคือสิ่งที่ทำให้สตูลตัวที่บ้านเราไม่มีทางเหมือนตัวในรูปโปรโมต

สตูลสองตัวบนพื้นไม้ก้างปลา ตัวหนึ่งเบาะยังอ่อน อีกตัวเข้มขึ้นแล้ว
ภาพ: Hender Scheme และ Artek

ตรงนี้แหละที่มันต่างจากงาน collab เฟอร์นิเจอร์ทั่วไป ส่วนใหญ่เวลาแบรนด์แฟชั่นมาแตะเก้าอี้คลาสสิก สิ่งที่เกิดขึ้นคือเปลี่ยนสี ใส่โลโก้ แล้วขายเป็นรุ่นลิมิเต็ด อย่างที่เคยเห็นใน Stool 60 เวอร์ชันของ Paul Smith ซึ่งก็สนุกในแบบของมัน แต่รอบนี้เขาไม่ได้แตะเปลือก เขาไปแตะเรื่องว่าของชิ้นนี้จะแก่ตัวยังไง

สตูลสี่ตัวซ้อนกัน เบาะหนังเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนแล้วทั้งหมด
ภาพ: Hender Scheme และ Artek

โคมไฟที่ต้องพิมพ์แม่พิมพ์ขึ้นมาใหม่

ชิ้นที่ยากที่สุดน่าจะเป็นโคม A330 Golden Bell ของ Aalto ที่ถูกหุ้มหนังทั้งใบ ทรงระฆังของมันโค้งสองทาง หนังแผ่นเดียวจึงขึ้นรูปตามไม่ได้ตรง ๆ ทีมงานเลยต้องพิมพ์แม่พิมพ์สามมิติขึ้นมาก่อน แล้วค่อยดันหนังลงไป ผลที่ได้คือโคมที่พอเปิดไฟแล้วขอบหนังเรืองสีส้มออกมา

โคมไฟ A330 Golden Bell หุ้มหนังแขวนอยู่เหนือโต๊ะไม้ในห้องสีขาว
ภาพ: Hender Scheme และ Artek

ที่เหลือเป็นของเล็ก ที่รองแก้ว พวงกุญแจ นาฬิกาแขวน ซึ่งได้รูปทรงมาจากกระถางเซรามิกของ Aino Aalto และมีโต๊ะ 90C ที่ใส่ปลอกขาชุดเดียวกัน ทั้งหมดจะไปโชว์ที่ London Design Festival ก่อน แล้วเปิดขายจริงวันที่ 10 ตุลาคม ที่ Artek Helsinki กับ Artek Tokyo ร้าน Hender Scheme ในญี่ปุ่น และร้านที่เลือกไว้บางแห่ง จำนวนน้อยมาก

โต๊ะ 90C ขาไม้เบิร์ชสวมปลอกหนังที่ปลายขา วางอยู่ริมหน้าต่าง
ภาพ: Hender Scheme และ Artek

สิ่งที่เราคิดต่อคือเราซื้อของแบบนี้ด้วยความหวังว่ามันจะสวยขึ้นเมื่อใช้ไปนาน ๆ แต่ในทางปฏิบัติ คนส่วนใหญ่กลัวรอยแรกมากจนไม่กล้าใช้ แล้วของก็ค้างอยู่ที่สภาพวันแรกไปตลอด คำถามคือของที่ออกแบบมาให้เปลี่ยน เราจะกล้าปล่อยให้มันเปลี่ยนจริงหรือเปล่า

อ้างอิง: Hypebeast, Wallpaper*

Photo credit: Hender Scheme และ Artek


ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

Shoreline Yunomi Cup แก้วเซรามิกงานปั้นมือ

Shoreline Yunomi Cup แก้วเซรามิกที่ผิวเก็บคราบชากับรอยนิ้วมือไว้ทีละนิด เป็นของอีกชิ้นที่ยิ่งใช้ยิ่งเปลี่ยนหน้าตา

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด