งานนิทรรศการจบลง คนเก็บของ ไฟดับ แล้วไม้ที่ใช้ทำโครงสร้างทั้งหมดก็กลายเป็นปัญหาของใครสักคน ครั้งนี้ไม้ที่ค้างอยู่คือซีดาร์โยชิโนะจากจังหวัดนาระประมาณ 200 ท่อน และคนที่ยกมือรับไปทั้งกองคือ Takuto Ohta นักออกแบบชาวญี่ปุ่น

กองไม้ซีดาร์โยชิโนะที่เหลือจากงานนิทรรศการ ตั้งเรียงอยู่ในพื้นที่ SKWAT
ภาพ: Takuto Ohta via designboom

เขาไม่ได้ซื้อเฉพาะท่อนที่สวย แต่รับไปทั้งกองรวมของที่บิดเบี้ยวและมีตำหนิ แล้วขนไปที่ SKWAT ย่านคาเมอาริ โตเกียว เพื่อทำงานต่อสองเดือน ผลที่ออกมาคือเฟอร์นิเจอร์ประมาณ 50 ชิ้น ชื่อโปรเจกต์ว่า log x

รอยผ่าที่ตั้งใจให้มี

ไม้ล็อตนี้มีลักษณะเฉพาะอยู่อย่างหนึ่ง มันถูกผ่าร่องไว้ตั้งแต่ต้นทาง ช่างเรียกร่องนี้ว่า kerf เป็นรอยกรีดยาวตามท่อนที่เปิดไว้ให้ไม้คลายตัวตอนแห้ง ถ้าไม่มีร่องนี้ ไม้จะแตกเองแบบควบคุมไม่ได้

ปกติร่องแบบนี้คือเรื่องหลังบ้าน คนทำงานไม้รู้กันแต่ไม่มีใครโชว์ ทีนี้พอเอาไม้ทั้งท่อนมาทำเฟอร์นิเจอร์โดยไม่ไสไม่ปิดผิว ร่องนั้นก็ยังอยู่ กลายเป็นเส้นที่วิ่งพาดไปตามขาโต๊ะและที่นั่ง

ท่อนซีดาร์ที่เห็นรอยผ่า kerf ตามความยาวของไม้
ภาพ: Takuto Ohta via designboom

เราชอบตรงนี้ เพราะมันไม่ใช่การเอาร่องรอยมาขายว่าดิบว่าจริง ร่องนี้มีเหตุผลของมันอยู่แล้ว Ohta แค่ไม่ลบทิ้ง

ไม่มีคอลเลกชันในหัวตั้งแต่แรก

สิ่งที่ต่างจากงานเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปคือลำดับการคิด นักออกแบบส่วนใหญ่จะร่างคอลเลกชันก่อน แล้วค่อยไปหาไม้ที่ตรงสเปก Ohta ทำกลับด้าน คือมีไม้อยู่ก่อน แล้วค่อยถามว่าไม้กองนี้ยอมเป็นอะไรได้บ้าง

สองเดือนที่ SKWAT เลยเป็นการลองมากกว่าการผลิต ตัดตรงไหน ต่อยังไง วางทับกันได้ไหม เจอวิธีที่เวิร์กก็ทำต่อ เจอทางตันก็ทิ้ง ของที่ออกมาเลยมีทั้งสตูล ม้านั่ง โต๊ะ และเก้าอี้ ปนกันอยู่ในตระกูลเดียว

สตูลและม้านั่งจากไม้ซีดาร์ในโปรเจกต์ log x
ภาพ: Takuto Ohta via designboom

ชื่อ log x ก็มาจากตรงนี้ คำว่า log เป็นทั้งท่อนไม้และฟังก์ชันลอการิทึม ส่วน x คือค่าที่ยังไม่รู้ ซึ่งตรงกับวิธีทำงานพอดี

ของชั่วคราวที่ยังไม่จบ

ประโยคที่ Ohta ทิ้งไว้กับโปรเจกต์นี้คือ ชั่วคราว ไม่จำเป็นต้องแปลว่า จบแล้ว

ฟังดูเป็นคำสวยๆ แต่มันชี้ปัญหาจริงของวงการ งานอีเวนต์ บูธ นิทรรศการ ป๊อปอัป ใช้ไม้มหาศาลต่อปี และเกือบทั้งหมดถูกออกแบบมาให้อยู่ไม่กี่สัปดาห์ พอจบงานไม้พวกนั้นไม่ได้หายไปไหน มันแค่ย้ายไปเป็นภาระของคนอื่น

โต๊ะและเก้าอี้ที่ประกอบขึ้นจากท่อนไม้เหลือใช้
ภาพ: Takuto Ohta via designboom

ข้อดีของ log x คือมันไม่ได้เสนอทางออกแบบระบบใหญ่ ไม่ได้บอกให้ใครเปลี่ยนอุตสาหกรรม มันแค่แสดงให้ดูว่าถ้ามีคนสักคนยอมรับของทั้งกองไปโดยไม่คัดเกรด แล้วให้เวลากับมันสองเดือน ผลจะออกมาหน้าตาแบบนี้

วิธีมองวัสดุแบบนี้ทำให้เรานึกถึงงานของ Lina Lapelytė กับก้อนไม้สี่แสนก้อนที่ Hamburger Bahnhof ที่ปล่อยให้วัสดุเป็นตัวกำหนดว่างานจะจบยังไง

เฟอร์นิเจอร์ที่ยังไม่หยุดนิ่ง

คำว่า evolving ที่ใช้เรียกโปรเจกต์นี้ไม่ได้แปลว่าของมันขยับได้ แต่หมายถึงระบบยังเปิดอยู่ ท่อนที่เหลือยังทำเพิ่มได้ ชิ้นที่ทำแล้วยังถอดกลับไปประกอบใหม่ได้ เพราะการต่อส่วนใหญ่ใช้วิธีวางและล็อกมากกว่าติดตาย

ชิ้นงานหลายแบบจาก log x วางรวมกันในพื้นที่จัดแสดง
ภาพ: Takuto Ohta via designboom

เอาจริงเฟอร์นิเจอร์กลุ่มนี้ไม่ได้เนี้ยบ ผิวไม้ยังหยาบ สัดส่วนบางชิ้นดูตันกว่าที่ควร แต่นั่นก็เป็นผลของการตั้งต้นจากของที่มี ไม่ใช่จากภาพในหัว

รายละเอียดผิวไม้ซีดาร์ที่ไม่ผ่านการไสจนเรียบ
ภาพ: Takuto Ohta via designboom

คำถามที่ค้างอยู่หลังดูงานชุดนี้จบไม่ใช่ว่าเราจะเอาไม้เหลือไปทำอะไร แต่คือเราตัดสินตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าของชิ้นหนึ่งใช้เสร็จแล้ว

อ้างอิง: designboom

Photo credit: Takuto Ohta (ภาพโปรเจกต์ log x เผยแพร่ผ่าน designboom)


ของในเว็บที่เข้ากับเรื่องนี้

Shoreline Yunomi Cup ถ้วยเซรามิกทำมือ

Shoreline Yunomi Cup ถ้วยที่ปล่อยให้ผิวและรอยจากการขึ้นรูปยังอยู่ครบ เป็นของอีกชิ้นที่ไม่พยายามลบร่องรอยของวิธีทำ

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด