แผ่นกลมบนหัวโคมมีลายอยู่ข้างใน ไม่ใช่แค่สีทาทับผิว โคมไฟ TL-1 ของ Juba ใช้แผ่นนั้นรับแสงและสะท้อนกลับออกมา พอเปิดไฟ สิ่งที่เราเห็นจึงมีทั้งความสว่างกับชั้นสีของวัสดุอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน จะมองเป็นโคมไฟก็ได้ แต่ถ้านั่งดูมันเฉย ๆ สักพัก เรื่องลายบนแผ่นกลมอาจแย่งความสนใจไปก่อน

นี่คือผลงานเปิดตัวของสตูดิโอจากมอนทรีออลที่นำโดย Nick Trudel และเคยนำไปเปิดตัวในงานแสดงสินค้า IDS Toronto เมื่อเดือนมกราคม 2026 ตัวโคมประกอบจากวัสดุหลักสามส่วน คือแผ่นสะท้อนแสงเซลลูโลสอะซิเตต ก้านอะลูมิเนียมกลึงแล้วขัดด้วยมือ และฐานหล่อจากวัสดุผสมแร่ โครงสร้างไม่ได้มีชิ้นส่วนให้ตามองเยอะ แต่แต่ละส่วนทำหน้าที่ต่างกันชัดเจน
ลายที่เปลี่ยนระหว่างขึ้นรูป
Juba ระบุว่าอะซิเตตที่ใช้มาจากเยื่อไม้และฝ้าย เริ่มจากวัสดุที่มีชั้นอยู่ภายใน ก่อนใช้ความร้อนขึ้นรูปให้ได้ทรงที่ต้องการ ระหว่างนั้นลายจะยืดและบีบตัวไปด้วย ความเข้มของสี ความหนาแน่น และความลึกที่มองเห็นจึงแตกต่างกันในแต่ละชิ้น แบรนด์บอกว่าไม่มีแผ่นไหนเหมือนกันเป๊ะ
จุดนี้ทำให้ลายมีหน้าที่มากกว่าการตกแต่ง เพราะมันเกิดร่วมกับกระบวนการทำแผ่นสะท้อนแสง ถ้าเปลี่ยนวิธีขึ้นรูป ภาพที่เราเห็นก็เปลี่ยนตาม เราอาจเลือกรุ่นเดียวกันและสีเดียวกันได้ แต่ไม่ได้เลือกตำแหน่งของทุกริ้วให้เหมือนภาพสินค้า เหมือนซื้อของที่มีแบบกำกับไว้ แล้วปล่อยให้ขั้นตอนผลิตมีส่วนตัดสินหน้าตาของมันอีกนิด

ตัวเลือกสีใช้ชื่อ Earth และ Heaven ชื่อพาให้นึกถึงคนละบรรยากาศ แต่สิ่งที่ทั้งคู่ใช้ร่วมกันคือการปล่อยให้เนื้อวัสดุเป็นคนสร้างรายละเอียด สีจึงไม่ได้จบตรงการจับคู่กับโซฟาหรือผนังห้องเท่านั้น พอหรี่ไฟหรือเปลี่ยนมุมมอง ชั้นสีที่ตาเรารับรู้ก็เปลี่ยนไปด้วย โคมหนึ่งดวงเลยไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาเดียวตลอดวัน
ด้านหน้ากับด้านหลังให้แสงคนละแบบ
TL-1 ออกแบบให้ใช้แสงทางอ้อม โดยให้แสงสะท้อนก่อนออกมาสู่พื้นที่รอบตัว แบรนด์อธิบายว่าด้านหน้าจะดูสว่างกว่า ส่วนด้านหลังจะเห็นแสงผ่านอะซิเตตโปร่งแสงและเกิดวงแสงจาง ๆ บนพื้นผิวถัดไป นั่นทำให้ตำแหน่งวางมีผลกับงานชิ้นนี้มากพอ ๆ กับการเลือกสี

ถ้าวางชิดผนัง เราก็คงสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นด้านหลังโคมมากขึ้น แต่ถ้าวางบนโต๊ะที่เดินผ่านได้หลายด้าน รูปร่างของมันจะเข้ามามีส่วนด้วย นี่เป็นข้อสังเกตจากวิธีทำงานของแสงที่สตูดิโออธิบาย ไม่ใช่ผลทดสอบการใช้งานจริง และก็เป็นเหตุผลว่าทำไมภาพโคมบนฉากว่าง ๆ อาจบอกเราได้ไม่หมดว่าอยู่ในห้องแล้วจะรู้สึกยังไง
คนที่เคยอ่านเรื่อง โคมไฟพิมพ์สามมิติของ Charlie Firth อาจเห็นจุดร่วมตรงการปล่อยให้วิธีผลิตกลายเป็นรายละเอียดที่มองเห็นได้ สำหรับ TL-1 รายละเอียดนั้นอยู่ในเนื้อแผ่นสะท้อนแสง พอมีไฟผ่านเข้ามา สิ่งที่เคยเป็นลายบนวัสดุก็มีหน้าที่กำหนดบรรยากาศรอบโต๊ะด้วย

ของใช้ที่ยังเหลือพื้นที่ให้มือคนทำ
ฐานของแต่ละดวงหล่อในสตูดิโอ ก่อนนำมาประกอบด้วยมือและตรวจทีละชิ้น ส่วนก้านอะลูมิเนียมใช้การกลึงเพื่อกำหนดรูปทรงแล้วขัดผิว งานจึงมีทั้งส่วนที่ต้องคุมให้แม่นและส่วนที่ยอมให้ต่างกันได้อยู่ด้วยกัน เราไม่ได้ต้องเลือกระหว่างของที่ทำซ้ำได้กับของที่มีร่องรอยการทำเสมอไป
สิ่งที่ชอบในแนวทางนี้คือมันไม่ต้องเพิ่มของตกแต่งเข้าไปอีกชั้น แผ่นที่ทำให้แสงเปลี่ยนทิศก็เป็นแผ่นเดียวกับที่เราอยากมองตอนปิดไฟ ส่วนฐานและก้านช่วยให้แผ่นนั้นอยู่ในตำแหน่งของมัน ทั้งหมดเป็นชิ้นส่วนของโคมจริง ๆ ไม่ได้แปะเรื่องเล่าตามมาทีหลัง

บางทีของบนโต๊ะก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหน้าที่เพื่อให้เราอยากมองมันซ้ำ แค่ตอนเช้ากับตอนเปิดไฟ มันมีรายละเอียดให้เห็นไม่เท่ากันก็พอแล้ว
รายละเอียดงานและแนวทางของสตูดิโออยู่ที่ Juba
อ้างอิง: ข้อมูลวัสดุและการผลิต TL-1 จาก Juba และ บทความเปิดตัวใน Design Milk
Photo credit: Juba · ภาพสินค้าปิดท้ายจาก Workspace SS บน Portjolio
อีกชิ้นสำหรับวางบนโต๊ะ

Shoreline Yunomi Cup เป็นของใช้อีกชิ้นที่ชวนให้เราใช้เวลามองพื้นผิวระหว่างพักจากงานบนโต๊ะ
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


