Ovo ของ Lumio เป็นโคมไฟตั้งโต๊ะที่ Max Gunawan ออกแบบให้เอียงเหมือนไม้กระดก ปลายด้านหนึ่งให้แสงสำหรับอ่านหนังสือ อีกด้านเป็นลูกแก้วส่องแสงอุ่น แค่เปลี่ยนด้านที่เอียงลงก็สลับการใช้งานได้ เราชอบตรงที่เห็นรูปทรงแล้วพอจะเดาได้ว่าต้องลองจับตรงไหน (และคงอดเขี่ยเล่นไม่ได้ด้วย)

โคมไฟ Ovo สีทองของ Lumio กับคานที่ทรงตัวบนฐาน
ภาพ: Lumio

งานชิ้นนี้เปิดตัวในปี 2024 และได้รับรางวัล iF Design Award ปี 2025 จึงไม่ใช่สินค้าที่เพิ่งเปิดตัวสัปดาห์นี้ เหตุผลที่เราเลือกมาเล่าคือวิธีใช้ซึ่งผูกอยู่กับตัวโคมเลย คานยาวที่วางบนเสาตรงกลางมีทั้งส่วนให้แสงและส่วนที่ต้องรักษาสมดุลอยู่ด้วยกัน มองตอนปิดไฟก็ยังเห็นโครงสร้างได้ครบ

สลับไฟด้วยการเอียง

โคมไฟตั้งโต๊ะทั่วไปมักแยกการปรับทิศออกจากการเปิดไฟ เราหมุนหัวโคมก่อนแล้วค่อยกดสวิตช์ ส่วน Ovo ใช้การเอียงซ้ายขวาเลือกแสงสองแบบ ด้านโดมให้แสงเฉพาะจุดสำหรับงานบนโต๊ะ ด้านลูกแก้วให้แสงกระจายสำหรับเปิดไว้รอบตัว เรื่องที่ดูเหมือนของเล่นจึงมีเหตุผลในการใช้งานรองรับ

ภาพโคมไฟ Ovo จากชุดภาพผลิตภัณฑ์ของ Lumio
ภาพ: Lumio

เมื่อคานอยู่ในตำแหน่งสมดุล สามารถแตะให้หมุนได้รอบ 360 องศา แบรนด์อธิบายว่าต้องการให้มันเป็นประติมากรรมที่ขยับได้ด้วย เพื่อนๆ ที่ชอบหมุนปากกาหรือจับของบนโต๊ะระหว่างคิดงานน่าจะเข้าใจเสน่ห์ข้อนี้ดี ส่วนเราคิดว่าการขยับได้มีประโยชน์กว่าการเพิ่มรูปทรงแปลกๆ ไว้เฉยๆ เพราะมันเปลี่ยนทิศของแสงตามไปด้วย

ความสว่างปรับได้ 4 ระดับ คือ 25, 50, 75 และ 100 เปอร์เซ็นต์ ผ่านการแตะบริเวณก้านโคม วิธีใช้จึงแยกกันชัด การเอียงเลือกประเภทแสง ส่วนการแตะเลือกความสว่าง ไม่ต้องยกโทรศัพท์มาสั่งงานอีกชิ้นระหว่างที่กำลังอ่านหนังสือ

รูปทรงและส่วนประกอบของโคมไฟ Ovo ที่ใช้คานรักษาสมดุล
ภาพ: Lumio

โลหะแข็งๆ ก็ชวนให้เล่นได้

ตัวโคมใช้อะลูมิเนียมผ่านกระบวนการอโนไดซ์ ส่วนลูกไฟใช้แก้ว วัสดุทั้งสองไม่ได้ดูนุ่มหรือคล้ายของเล่นเด็กเลย ความขี้เล่นมาจากการทรงตัวของคานและปลายทั้งสองที่มีหน้าตาต่างกัน เราว่าความต่างตรงนี้ดูดี ด้านหนึ่งเป็นโดม อีกด้านเป็นลูกกลม จึงจำได้ง่ายว่าฝั่งไหนให้แสงแบบไหน

สีทองด้านกับสีเงินด้านที่เห็นบนเว็บไซต์แบรนด์ให้ความรู้สึกต่างกันพอสมควร สีทองเข้ากับแสงอุ่นและเห็นผิวโลหะชัด ส่วนสีเงินดูเรียบกว่า ถ้าวางบนโต๊ะที่มีหนังสือ อุปกรณ์ และสายไฟอยู่แล้ว เราเอนเอียงไปทางสีเงิน เพราะอยากให้มองเห็นทรงคานยาวๆ ก่อนสีของมัน

โคมไฟ Ovo รุ่นสีเงินด้าน แสดงโดมและลูกไฟคนละปลายคาน
ภาพ: Lumio

ถ้าเทียบกับBIC Lamp ของ Seletti ที่ขยายปากกาเป็นโคมไฟ ทั้งคู่หยิบของที่เราคุ้นมือมาใช้คนละวิธี BIC เก็บหน้าตาของปากกาไว้จนจำได้ทันที ส่วน Ovo หยิบวิธีเล่นไม้กระดกมาใช้โดยไม่จำเป็นต้องทำหน้าตาเหมือนเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นทั้งชิ้น

เผื่อที่ให้คานขยับ

แม้ฐานจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 14 เซนติเมตร แต่ตัวโคมกว้าง 54 เซนติเมตร และสูง 29 เซนติเมตร ตัวเลขนี้ควรดูควบคู่กับภาพ เพราะฐานเล็กไม่ได้แปลว่าวางตรงไหนก็หมุนสะดวก ถ้าโต๊ะชิดผนังหรือมีจอคอมพิวเตอร์อยู่ข้างๆ ก็ต้องเผื่อระยะของปลายคานด้วย

โคมไฟ Ovo ในภาพการจัดวางที่แบรนด์ Lumio เผยแพร่
ภาพ: Lumio

แบตเตอรี่ในตัวกับช่องชาร์จ USB-C ช่วยให้ย้ายโคมไปใช้บนโต๊ะอื่นได้โดยไม่ต้องเสียบปลั๊กค้างไว้ ข้อมูลของแบรนด์ระบุว่าใช้งานได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมงที่ความสว่าง 50 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้มีเงื่อนไขความสว่างกำกับ เราจึงไม่อยากเรียกรวมๆ ว่าเปิดได้ทั้งคืนทุกแบบ

แสงฝั่งโดมมีอุณหภูมิสี 3000 เคลวิน ส่วนลูกแก้วอยู่ที่ 2700 เคลวิน ทั้งสองเป็นแสงโทนอุ่น แต่ลูกแก้วอุ่นกว่าเล็กน้อย การแยกแหล่งกำเนิดแสงออกเป็นสองฝั่งช่วยให้ตัวโคมบอกวิธีใช้ได้ชัด โดยไม่ต้องใส่สัญลักษณ์อ่านหนังสือหรือพักผ่อนลงบนตัวเครื่อง

ภาพการใช้งานโคมไฟ Ovo จาก Lumio
ภาพ: Lumio

เรายังไม่ได้ลองใช้จริง จึงบอกไม่ได้ว่าแสงเฉพาะจุดสบายตาแค่ไหนเมื่อนั่งอ่านนานๆ แต่ในแง่การออกแบบ เราชอบการเอียงเพื่อสลับไฟมากที่สุด มันเป็นคำสั่งที่เห็นและจับได้ทันที สำหรับเพื่อนๆ ที่มีโต๊ะเล็ก ควรวัดระยะคาน 54 เซนติเมตรก่อนตัดสินใจ เพราะส่วนที่สนุกที่สุดของโคมต้องอาศัยที่ว่างให้มันขยับด้วย

อ้างอิง: ข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก Lumio · iF Design · ข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก ARK Trading

Photo credit: Lumio · ภาพผลิตภัณฑ์จากเว็บไซต์แบรนด์


ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

แก้ว Blue Pinstripe Cup
ภาพ: workspace-ss ผ่าน Portjolio

Blue Pinstripe Cup แก้วลายเส้นสีน้ำเงินสำหรับวางข้างหนังสือ เติมสีให้โต๊ะที่ใช้ของทรงเรียบกับผิวโลหะ

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด