คนที่เคยเล่นเครื่องพิมพ์สามมิติจะรู้ว่าของที่พิมพ์ออกมามันมีสองหน้า หน้าที่เราอยากให้คนเห็นคือผิวเรียบ ๆ ที่ต้องเอากระดาษทรายไปขัดหรือเอาน้ำยาไปละลายให้เนียน ส่วนอีกหน้าคือข้างในที่กลวง ๆ มีโครงตาข่ายค้ำอยู่ กับเส้นชั้นที่เดินวนเป็นวงเหมือนลายไม้ ปกติเราจะซ่อนมันไว้ ชาร์ลี เฟิร์ธ เลือกทำตรงข้าม

โคมไฟพิมพ์สามมิติสีจัดในชุด Colorful Rebellion ของ Charlie Firth
ภาพ: Charlie Firth

เฟิร์ธเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเวลส์ ชุดโคมไฟที่เขาทำอยู่ตอนนี้ชื่อ Colorful Rebellion เป็นโคมไฟตั้งโต๊ะที่พิมพ์ขึ้นมาทั้งตัว รูปทรงเป็นก้อนเรขาคณิตสีจัดต่อกัน หน้าตายืมมาจากขบวนการเมมฟิสของยุคแปดศูนย์เต็ม ๆ

สิ่งที่คนอื่นเรียกว่าตำหนิ

จุดที่ทำให้งานชุดนี้ไม่เหมือนโคมไฟพิมพ์สามมิติทั่วไปคือเขาไม่ขัดผิว ไม่พยายามทำให้มันดูเหมือนของฉีดพลาสติกจากโรงงาน เขาปล่อยให้เส้นชั้นเห็นชัด ปล่อยให้ลายอินฟิลข้างในโผล่ออกมาเป็นลวดลาย แล้วออกแบบเผื่อไว้ตั้งแต่ต้นว่าลายพวกนี้จะไปตกอยู่ตรงไหน

รายละเอียดเส้นชั้นและลายอินฟิลบนโคมไฟพิมพ์สามมิติของ Charlie Firth
ภาพ: Charlie Firth

โคมตัวที่ชื่อ Memphis Is Back คือตัวที่เล่ามุกนี้ได้ดีที่สุด ตอนปิดไฟมันเป็นแค่ก้อนสีทึบ ๆ พอเปิดไฟแล้วลายตาข่ายที่อยู่ข้างในผนังโคมจะลอยขึ้นมาให้เห็น เหมือนกับว่าโคมมีลายอีกชุดที่ซ่อนอยู่ เฟิร์ธเล่าว่าตอนแรกมันเป็นอุบัติเหตุ เขาเห็นแล้วชอบ เลยเก็บมันไว้แล้วทำให้มันตั้งใจ

เราชอบตรงนี้เพราะมันคือการยอมรับว่ากระบวนการผลิตมีหน้าตาของมันเอง งานคราฟต์ทำแบบนี้มานานแล้ว รอยนิ้วมือบนดินเผา รอยตะเข็บบนงานเย็บ รอยแปรงบนไม้ ของพวกนั้นเราเรียกว่าเสน่ห์ แต่พอเป็นงานที่ออกมาจากเครื่อง เรากลับรีบเรียกร่องรอยเดียวกันว่าตำหนิที่ต้องเก็บ

โคมไฟทรงเรขาคณิตหลายชิ้นวางเรียงกัน งานของ Charlie Firth
ภาพ: Charlie Firth

ทำไมถึงเป็นเมมฟิส และทำไมถึงเป็นตอนนี้

เฟิร์ธไม่ได้เริ่มจากสีจัดแบบนี้ งานเก่าของเขาเป็นโทนเดียวเรียบ ๆ จุดเปลี่ยนเกิดตอนล็อกดาวน์โควิด ตอนนั้นเขาอยู่ห้องเช่าในเมืองบาธที่ทุกอย่างเป็นสีเบจ นั่งมองผนังสีเดียวกันทุกวันจนเบื่อ แล้วเริ่มคิดว่าของในบ้านมันควรมีสิทธิ์ส่งเสียงบ้าง

วิธีทำงานของเขาเริ่มจากวาดสองมิติก่อน เก็บรูปทรงก้อน ๆ กับลายกราฟิกที่เจอระหว่างวันลงสมุด แล้วเอามาซ้อนกันเป็นภาพคอลลาจ พอได้องค์ประกอบที่ชอบถึงค่อยแปลงเป็นโมเดลสามมิติแบบแยกชิ้น ซึ่งทำให้สลับสีสลับก้อนได้ตามใจในภายหลัง

โคมไฟพิมพ์สามมิติสีจัดตั้งอยู่ในบ้าน งานของ Charlie Firth
ภาพ: Charlie Firth

ที่จริงเมมฟิสในปี 2026 ก็ถูกหยิบมาใช้จนเกร่อ ส่วนใหญ่หยิบมาแค่เปลือก คือเอาสีสดกับลายสามเหลี่ยมมาแปะ แล้วเรียกว่าเมมฟิส แต่แก่นของเอตโตเร ซอตต์ซาสกับพวกในตอนนั้นไม่ใช่เรื่องลาย มันคือการไม่ยอมรับว่าดีไซน์ที่ดีต้องเรียบ ต้องเป็นกลาง ต้องไม่รบกวนใคร เรื่องนี้ต่างหากที่งานของเฟิร์ธหยิบมาได้ตรง

โรงงานคือห้องว่างในบ้าน

โคมพวกนี้ผลิตในห้องว่างของบ้านเขาเองที่เซาท์เวลส์ พิมพ์ด้วยเส้น PLA ซึ่งเป็นพลาสติกชีวภาพจากแป้งพืชหมัก ตัว Memphis Is Back สูง 370 มิลลิเมตร มาพร้อมหลอด LED หรี่ได้ 470 ลูเมน แสงขาวอุ่น สายถักเลือกได้สองเมตรหรือสี่เมตร ราคาเริ่มที่ 140 ปอนด์ และตอนนี้ต้องสั่งจองล่วงหน้า

ชุดโคมไฟ Colorful Rebellion หลายรุ่นของ Charlie Firth
ภาพ: Charlie Firth

ตัวเลขพวกนี้ฟังดูเหมือนสเปกสินค้าธรรมดา แต่พอรวมกับข้อมูลว่ามันออกมาจากห้องเดียวในบ้านหลังหนึ่ง มันเล่าเรื่องอีกแบบ เมื่อก่อนถ้าอยากขายโคมไฟสักรุ่นคุณต้องมีแม่พิมพ์ ต้องสั่งขั้นต่ำเป็นพัน ต้องหาโกดัง ตอนนี้คุณสั่งได้ทีละตัวหลังจากมีคนกดสั่ง แล้วเปลี่ยนสีเปลี่ยนทรงได้โดยไม่ต้องทิ้งแม่พิมพ์เก่า

เราเคยเขียนถึง แบนโจพิมพ์สามมิติที่ใช้ลูกโป่งเป็นกล่องเสียง ไปแล้ว ซึ่งเป็นงานทดลองอีกทาง แต่สองงานนี้ตั้งอยู่บนของอย่างเดียวกัน คือเครื่องพิมพ์ตั้งโต๊ะที่ทำให้คนหนึ่งคนกลายเป็นทั้งคนออกแบบ คนผลิต และคนขายพร้อมกัน

โคมไฟพิมพ์สามมิติเปิดไฟให้เห็นลายตาข่ายด้านใน
ภาพ: Charlie Firth

คำถามที่ยังไม่มีใครตอบชัดคือของแบบนี้จะถูกจัดวางไว้ตรงไหนในหัวคน มันเป็นเฟอร์นิเจอร์ เป็นงานสะสม หรือเป็นไฟล์ที่บังเอิญมีคนพิมพ์ให้ ถ้าวันหนึ่งเฟิร์ธขายไฟล์แทนขายของ คนซื้อจะยังรู้สึกว่าได้ของชิ้นเดียวกันอยู่ไหม

ข้อมูล: designboom, FirthByDesign

Photo credit: Charlie Firth


ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

Daisy Doodle Plate จานเซรามิกลายวาดมือ

Daisy Doodle Plate จานที่ปล่อยให้เห็นรอยมือคนวาดอยู่บนผิว คนละเทคนิคกับเครื่องพิมพ์ แต่เป็นการยอมโชว์ร่องรอยการทำแบบเดียวกัน

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด