โพสต์งานใหม่ลง IG ตอนสองทุ่ม ได้ไลก์จากเพื่อนกลุ่มเดิมสิบกว่าคน สามวันต่อมาโพสต์นั้นก็จมหายไปใต้ฟีดของคนอื่นแล้ว พอจะดันให้คนเห็นเยอะขึ้น ทางเลือกที่เหลือก็คือจ่ายค่าโฆษณา ซึ่งหลายคนลองแล้วก็ได้ยอดเห็นมาจริง แต่คนที่เห็นส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจงานแบบเราตั้งแต่แรก
ปัญหาของการโปรโมตผลงานศิลปะไม่ใช่ว่างานไม่ดีพอ แต่คือโพสต์ส่วนใหญ่มีอายุสั้นมาก และไม่ได้เล่าว่างานชิ้นนั้นมาจากไหน ทำยังไง ทำไมถึงคุ้มที่จะซื้อ คนที่เลื่อนผ่านเห็นแค่รูปหนึ่งรูป แล้วก็เลื่อนต่อ
บทความนี้จะเล่าว่า Spotlight บน Portjolio ทำงานยังไง งานของร้านถูกหยิบไปเล่าได้ทางไหน และพอถูกเล่าแล้ว มันพาคนกลับมาที่หน้าร้านกับสินค้าได้กี่ทาง รวมถึงบอกตรงๆ ว่าตรงไหนที่ร้านควบคุมเองไม่ได้
Spotlight คืออะไร ต่างจากฟีดของร้านยังไง
บน Portjolio มีพื้นที่เล่าเรื่องอยู่สองแบบ ซึ่งคนมักสับสนกัน
- ฟีด คือโพสต์ที่ร้านเขียนเอง ใส่รูปได้สูงสุด 5 รูป แท็กสินค้าของร้านได้ คนกดหัวใจได้ โพสต์จะขึ้นในแท็บฟีดของหน้าร้าน ขึ้นให้คนที่ติดตามร้านเห็น และโพสต์ล่าสุดของร้านต่างๆ จะไปโผล่ในแถบ Feed บนหน้าแรกด้วย
- Spotlight คือบทความที่ทีม Portjolio เป็นคนเขียนและเลือกเรื่องเอง อยู่ที่ portjolio.net/spotlight แบ่งเป็นหมวด เช่น Creativity, Design trends, Branding, Graphics และหมวดคู่มือที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้
พูดง่ายๆ ฟีดคือเสียงของร้าน ส่วน Spotlight คือคนอื่นเล่าถึงร้าน สองอย่างนี้ทำงานไม่เหมือนกัน คนอ่านก็ให้น้ำหนักไม่เท่ากัน เวลาเราเล่างานตัวเอง คนฟังรู้ว่าเราอยากขาย แต่พอมีบทความที่เล่าว่างานชิ้นนี้ทำยังไง ใช้วัสดุอะไร คนทำคิดอะไรอยู่ มันอ่านแล้วเหมือนได้รู้จักงานมากกว่าโดนเชียร์
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ Spotlight เปิดให้อ่านฟรีทั้งหมด และหน้า แนวทางบรรณาธิการ ของเว็บเขียนไว้ชัดว่าทีมไม่รับเงินเพื่อเขียนถึงใคร การได้ขึ้น Spotlight จึงซื้อไม่ได้ ข้อดีคือทุกร้านมีโอกาสเท่ากัน ข้อเสียคือเราจ่ายเงินลัดคิวไม่ได้เหมือนกัน
งานของร้านไปโผล่ตรงไหนได้บ้าง
บทความหนึ่งชิ้นใน Spotlight ไม่ได้อยู่แค่หน้าเดียว มันกระจายไปหลายจุดที่คนเดินผ่านจริง
หน้าแรก มีแถบ Spotlight ที่ดึงบทความล่าสุดมาโชว์ (บนคอมเห็น 3 เรื่อง) พร้อมลิงก์ "อ่านทั้งหมด" แถบนี้อยู่ถัดจากรายชื่อร้านค้า และอยู่เหนือแถบ Feed ของร้านต่างๆ ใครเปิดหน้าแรกก็เลื่อนผ่าน
หน้าหมวด แต่ละหมวดมีหน้าของตัวเอง เช่น หมวดคู่มือ จะรวมเฉพาะบทความหมวดนั้น คนที่ชอบเรื่องแนวเดียวกันจะไล่อ่านต่อกันไปเรื่อยๆ
ท้ายบทความอื่น ทุกบทความมีส่วน "อ่านต่อใน Spotlight" แนะนำอีก 3 เรื่อง โดยเลือกจากหมวดเดียวกันก่อน บทความเก่าจึงยังมีคนเจอได้เรื่อยๆ ไม่ได้หมดอายุในสามวันแบบโพสต์โซเชียล
Google และ RSS บทความเป็นหน้าเว็บปกติที่ Google เก็บไปแสดงในผลค้นหาได้ และมีฟีด RSS ให้คนที่ใช้แอปอ่านข่าวติดตามได้ด้วย ตรงนี้คือความต่างใหญ่ที่สุดจากโพสต์ในโซเชียล คนที่ไม่เคยรู้จักเราสามารถเจองานเราผ่านคำค้นได้ แม้จะผ่านไปหลายเดือนแล้ว
โปรโมตผลงานศิลปะผ่านบทความ คนกดไปซื้อต่อได้ทันที
ส่วนนี้คือเหตุผลที่ Spotlight ช่วยร้านได้จริง ไม่ใช่แค่ทำให้ดูดี เวลาบทความเล่าถึงงานของร้าน ทีมงานสามารถแท็กสินค้าและร้านที่เกี่ยวข้องไว้ได้ ท้ายบทความจะมีสองส่วนขึ้นมา
- "ของจากเรื่องนี้" การ์ดสินค้าที่ถูกแท็ก มีรูป ชื่อ ราคา และชื่อร้าน กดแล้วไปหน้าสินค้าเลย
- "ร้านจากเรื่องนี้" การ์ดร้าน มีรูปโปรไฟล์ ชื่อ และ @ชื่อร้าน กดแล้วไปหน้าร้าน
ตัวอย่างจริงคือบทความ ของแต่งโต๊ะทำงานสามชิ้น ที่คนทำนั่งทำทีละชิ้น ที่ท้ายบทความมีถ้วยยูโนมิกับชามเซรามิกของ workspace.ss และฟิกเกอร์ของ Thireq Pecko ขึ้นเป็นการ์ดพร้อมราคา คนที่อ่านแล้วชอบไม่ต้องไปค้นหาต่อเองว่าซื้อที่ไหน
มีเงื่อนไขเล็กๆ ที่ควรรู้ การ์ดในส่วน "ของจากเรื่องนี้" จะโชว์เฉพาะสินค้าที่ยังเปิดขายอยู่หรือขายไปแล้ว ถ้าเราซ่อนสินค้าชิ้นนั้นทีหลัง การ์ดจะหายไปจากบทความเอง และสินค้าประเภทคอมมิชชันจะไม่ขึ้นในส่วนนี้ ถ้าอยากให้งานคอมมิชชันได้ประโยชน์ด้วย ให้ไปพึ่งการ์ดร้านแทน
ลิงก์ย้อนกลับ หน้าสินค้าบอกเองว่าเคยถูกเล่าถึง
ทางกลับก็มีเหมือนกัน หน้าสินค้าที่เคยถูกแท็กในบทความ จะมีแถบเล็กๆ ขึ้นว่า "เคยลงใน Journal:" ตามด้วยชื่อบทความเป็นปุ่มให้กด (Journal คือชื่อเดิมของ Spotlight ป้ายนี้ยังใช้ชื่อเก่าอยู่) หน้าร้านก็มีแถบแบบเดียวกัน โชว์ได้สูงสุด 5 บทความ
ประโยชน์ของมันคือความน่าเชื่อถือ คนที่เข้ามาเจอสินค้าเราเป็นครั้งแรกจะเห็นว่างานชิ้นนี้เคยถูกหยิบไปเล่ามาแล้ว กดอ่านได้ว่าเขาพูดถึงยังไง ร้านใหม่ที่ยังไม่มีรีวิวจะได้ประโยชน์จากตรงนี้มากเป็นพิเศษ เพราะมันช่วยบอกคนซื้อแทนรีวิวได้ระดับหนึ่ง
และเมื่อบทความถูกแชร์ออกไป ปุ่ม "แชร์เรื่องนี้" ในหน้าบทความจะให้ลิงก์สั้นของเว็บ เราเอาลิงก์นั้นไปลง IG Story หรือส่งให้ลูกค้าใน LINE ได้เลย คนที่กดเข้ามาก็จะเดินต่อไปที่การ์ดสินค้าท้ายบทความ
อยากให้งานถูกหยิบไปเล่า ทำอะไรได้บ้าง
ต้องบอกตรงนี้ให้ชัดก่อน ตอนนี้ยังไม่มีฟอร์มให้ร้านส่งงานเข้า Spotlight และไม่มีปุ่มสมัครขอลงบทความ ทีมงานเป็นคนเลือกเรื่องเองทั้งหมด สิ่งที่ร้านทำได้คือทำให้งานของเราเจอง่ายและเล่าต่อได้ง่าย
1. โพสต์ลงฟีดของร้านอย่างสม่ำเสมอ ทีมงานดูโพสต์จากฟีดของร้านต่างๆ เวลาหาเรื่องไปเล่าต่อ โพสต์ที่มีคนกดหัวใจและคนเปิดดูเยอะจะถูกเห็นก่อน ถ้าโพสต์ไหนถูกเลือก ในหน้าจัดการโพสต์ของร้านจะมีป้าย "ขึ้นฟีเจอร์" แปะไว้
2. ในโพสต์ให้เล่าเบื้องหลัง ไม่ใช่แค่ประกาศขาย โพสต์ที่เขียนว่า "ของมาแล้ว ทักได้เลย" แทบไม่มีอะไรให้เล่าต่อ แต่โพสต์ที่บอกว่าเคลือบสีนี้ต้องเผากี่รอบ ทำไมเลือกกระดาษแบบนี้ หรือลายนี้มาจากอะไร คือวัตถุดิบที่บทความเอาไปใช้ได้ทันที
3. แท็กสินค้าในโพสต์ โพสต์ในฟีดแท็กสินค้าของร้านได้ ถ้าโพสต์นั้นถูกหยิบไปทำเป็นบทความ สินค้าที่แท็กไว้จะตามไปเป็นการ์ดท้ายบทความด้วย ไม่ต้องรอให้ใครไปแท็กเพิ่ม
4. รูปต้องชัดและใช้ได้จริง บทความต้องการรูปที่เห็นงานชัด ถ้ารูปสินค้าเราถ่ายไว้ดีอยู่แล้ว โอกาสก็ดีขึ้นเยอะ เคยเขียนวิธีถ่ายไว้ใน ถ่ายรูปสินค้าขายออนไลน์ด้วยมือถือ
5. หน้าร้านต้องพร้อมรับคน ถ้ามีคนกดจากบทความมาแล้วเจอหน้าร้านที่ไม่มีคำแนะนำตัว หรือสินค้าหมดทุกชิ้น คนก็กลับออกไป ลองทบทวนหน้าร้านตามที่เขียนไว้ใน ทำ portfolio ศิลปินออนไลน์ ให้เป็นหน้าร้านที่ขายงานได้ในตัว
เรื่องสิทธิ์ในรูปก็ควรรู้ไว้ ตาม ข้อตกลงการใช้งาน เมื่ออัปโหลดรูปขึ้นแพลตฟอร์ม เท่ากับอนุญาตให้ Portjolio ใช้รูปนั้นเพื่อแสดงผลและประชาสัมพันธ์ร้านบนช่องทางของเว็บ ลิขสิทธิ์ยังเป็นของเราเต็มๆ แต่ถ้าลบงานหรือปิดร้านทีหลัง สำเนาที่อยู่ในบทความที่เผยแพร่ไปแล้วจะยังอยู่
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนคาดหวัง
เพื่อให้ไม่ผิดหวัง ขอสรุปสิ่งที่ Spotlight ยังทำไม่ได้
- ร้านเลือกเองไม่ได้ว่าจะได้ขึ้นเมื่อไหร่ และจ่ายเงินเพื่อขึ้นก็ไม่ได้
- ร้านไม่เห็นยอดคนอ่านบทความที่พูดถึงร้าน ตัวเลขนี้มีแค่ฝั่งทีมงาน
- ในช่องค้นหาของเว็บยังค้นบทความไม่ได้ คนจะเจอบทความผ่านหน้า Spotlight หน้าแรก หน้าหมวด และ Google
- ถ้ามีข้อมูลในบทความผิด หรืออยากให้เอาออก ติดต่อได้ที่ info@portjolio.net
มองแบบตรงไปตรงมา Spotlight ไม่ใช่เครื่องมือโฆษณาที่กดแล้วได้ยอดทันที มันคือพื้นที่ที่ทำงานช้าแต่อยู่นาน บทความหนึ่งชิ้นยังพาคนไปหาสินค้าได้แม้จะผ่านไปหลายเดือน สิ่งที่เราทำได้คือทำให้งานของเรามีเรื่องให้เล่า แล้วก็วางมันไว้ในจุดที่คนหาเรื่องมาเจอ
คำถามที่เจอบ่อย
โปรโมตผลงานศิลปะบน Portjolio ต้องเสียเงินไหม
ไม่ต้อง การขึ้น Spotlight ซื้อไม่ได้ และการโพสต์ลงฟีดของร้านก็ฟรี ค่าใช้จ่ายเดียวของร้านคือค่าบริการเมื่อขายได้ อัตรามาตรฐาน 15% ของราคาสินค้า โดยค่าส่งไม่ถูกหัก
ส่งผลงานให้ทีมงานเขียนถึงได้ไหม
ตอนนี้ยังไม่มีช่องทางส่งผลงานโดยตรง ทีมงานเลือกเรื่องเองจากงานในเว็บและโพสต์ในฟีดของร้าน วิธีที่ได้ผลที่สุดคือโพสต์ลงฟีดพร้อมเล่าเบื้องหลังงานและแท็กสินค้าไว้
รู้ได้ยังไงว่างานเราถูกพูดถึงในบทความ
ถ้าโพสต์ในฟีดถูกหยิบไปทำบทความ จะมีป้าย "ขึ้นฟีเจอร์" ในหน้าจัดการโพสต์ ส่วนสินค้าและหน้าร้านที่ถูกแท็กในบทความ จะมีแถบ "เคยลงใน Journal:" พร้อมชื่อบทความขึ้นมาให้เห็น
ถ้าสินค้าที่ถูกแท็กขายหมดแล้ว การ์ดในบทความจะเป็นยังไง
สินค้าที่ขายไปแล้วยังขึ้นในบทความได้ตามปกติ คนอ่านจะกดไปดูหน้าสินค้าและไปต่อที่หน้าร้านได้ แต่ถ้าซ่อนสินค้าชิ้นนั้น การ์ดจะหายไปจากบทความ
ถ้ายังไม่มีร้าน ลองเริ่มจากเปิดร้าน ลงงานสักสามสี่ชิ้น แล้วโพสต์เล่าเบื้องหลังลงฟีดสักโพสต์ เปิดร้านกับลงงานไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดร้านฟรี



