ชื่อสินค้าในคอลเลกชันนี้อ่านแล้วงงนิดหน่อยตอนแรก MOKKO · FUWA FUWA · JABARA · BOX ไม่มีชื่อไหนบอกว่าเป็นกระเป๋าทรงอะไร ไม่มีคำว่าโท้ต ครอสบอดี้ หรือชื่อรุ่นที่ตั้งตามเมืองในยุโรปแบบที่แบรนด์แฟชั่นชอบทำกัน
มันเป็นคำที่บอกว่าของชิ้นนั้น ถูกประกอบขึ้นมายังไง กับ จับแล้วรู้สึกยังไง เท่านั้นเอง และนี่คือเหตุผลที่เราอยากเขียนถึง GOOD GOODS ISSEY MIYAKE ในรอบนี้

ปลายเดือนนี้ GOOD GOODS จะไปเปิดป็อปอัปที่ CIBONE โอโมเตะซันโด ตั้งแต่ 19 สิงหาคมถึง 6 กันยายน เอาของจากไลน์หลักมาวางรวมกับคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวปีนี้
ไลน์ที่เกิดในห้องทดลอง ไม่ได้เกิดบนรันเวย์
GOOD GOODS เริ่มเมื่อปี 2018 ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเป็นแบรนด์แฟชั่น แต่เป็นทีมข้ามสาขาที่มานั่งถามกันว่า "ของดี" หน้าตาเป็นยังไง แล้วลองทำออกมาดู
ผลลัพธ์เลยหน้าตาไม่เหมือนของแบรนด์แฟชั่นเท่าไหร่ กระเป๋าถักที่มีช่องโหว่เป็นแถบยาว ถุงผ้าที่ผูกปมแทนซิป กระเป๋าทรงกล่องที่พับได้จริง ทุกอย่างอธิบายตัวเองได้ในประโยคเดียว

วิธีคิดนี้ไม่ใช่ของใหม่สำหรับบ้านนี้นะ อิซเซ่ย์ มิยาเกะ ทำงานกับคำถามเดียวกันมาทั้งชีวิต คือถ้าเริ่มจากผ้าผืนเดียวแล้วให้โครงสร้างเป็นตัวสร้างรูปทรง จะได้เสื้อผ้าแบบไหน Pleats Please กับ A-POC ก็มาจากคำถามนั้น GOOD GOODS แค่ย้ายคำถามเดิมจากตัวคนมาไว้ที่ของใช้

ร้านที่เอาไว้ทำวัสดุ ไม่ได้เอาไว้ขายอย่างเดียว
สิ่งที่เราว่าเป็นแกนจริงๆ ของป็อปอัปรอบนี้ไม่ใช่ของที่วางขาย แต่เป็นโปรเจกต์ชื่อ Material in Progress ที่ทำร่วมกับสตูดิโอออกแบบ DAIKEI MILLS
มันเป็นงานวิจัยวัสดุที่เปิดให้คนที่เดินเข้าร้านมามีส่วนลงมือด้วย ตัวอย่างวัสดุที่เกิดขึ้นในร้านจะถูกเก็บไปใช้พัฒนาสินค้าในอนาคตต่อ แนวคิดคือวัสดุไม่ได้เกิดจากสูตรอย่างเดียว แต่เกิดจากการกระทำที่ทำซ้ำๆ และเวลาที่สะสมอยู่ในนั้น
ลองคิดดูว่ามันกลับด้านกับวิธีขายของสมัยนี้แค่ไหน ร้านส่วนใหญ่คือปลายทาง ของทำเสร็จแล้วมาถึงชั้นวาง จบ อันนี้เอาต้นทางมาวางไว้ตรงกลางร้าน แล้วบอกว่ายังไม่เสร็จ มาช่วยกันหน่อย

สีที่ไม่ได้มาจากเทรนด์บอร์ด
อีกอย่างที่สังเกตได้จากรูปคือการไล่สีในใบเดียว เขียวเข้มไล่ลงมาเป็นฟ้า ส้มไล่ลงเหลือง เทาไล่ลงดำ ไม่ใช่การย้อมทั้งใบให้เป็นสีเดียว
ถ้าดูใกล้ๆ จะเห็นว่ารอยต่อของสีไปตรงกับโครงสร้างการถัก คือสีเปลี่ยนตรงที่เส้นด้ายเปลี่ยน ไม่ใช่พิมพ์ทับลงไปทีหลัง เรื่องนี้เล็กมาก แต่มันบอกว่าคนออกแบบคิดเรื่องสีพร้อมกับคิดเรื่องโครงสร้าง ไม่ได้คิดทีหลัง
ราคาก็ไม่ได้ถูก MOKKO อยู่ที่ราวหมื่นหกถึงสองหมื่นแปดพันเยน ส่วน JABARA ขึ้นไปถึงเจ็ดหมื่นเยน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของงานที่ต้องขึ้นโครงเอง เราไม่ได้จะบอกว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม แค่อยากให้เห็นว่าต้นทุนมันไปอยู่ตรงไหน

เราเคยเขียนถึงวิธีที่แบรนด์ญี่ปุ่นหยิบของเก่ามาเล่าใหม่ไว้ที่ เก้าอี้ไม้ไผ่ปี 1937 ที่กลับมาอยู่ในร้านของ Yohji Yamamoto คนละแบรนด์ คนละยุค แต่ท่าทีคล้ายกันคือไม่รีบทำของใหม่ กลับไปดูว่าของเดิมมันถูกทำขึ้นมายังไงก่อน
ถ้าวันหนึ่งมีคนถามว่ากระเป๋าใบนี้ชื่อรุ่นอะไร แล้วคำตอบคือชื่อของวิธีที่มันถูกถักขึ้นมา เราว่านั่นเป็นคำตอบที่ตรงไปตรงมากว่าชื่อรุ่นสวยๆ อยู่พอสมควร
ข้อมูล: PR TIMES · GOOD GOODS ISSEY MIYAKE · CIBONE · DAIKEI MILLS
Photo credit: ภาพ: GOOD GOODS ISSEY MIYAKE via PR TIMES
ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

Shoreline Yunomi Cup ถ้วยที่รูปทรงมาจากวิธีขึ้นรูปของมันเอง ไม่ได้มาจากลายที่แปะทีหลัง
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


