ในภาพชื่อ Pick Your Plot ของ Erin Milez มีคนนอนอาบแดดอัดกันเต็มผืนทราย ผ้าเช็ดตัวปูชนกันจนไม่เหลือช่องว่าง เท้าคนหนึ่งเกือบแตะหัวอีกคน แต่ไม่มีใครหันไปมองใครเลยสักคนเดียว

Milez เพิ่งย้ายจากนิวยอร์กไปซีแอตเทิล และงานชุดใหม่ของเธอที่ชื่อ Everything the Light Touches ก็เกิดจากช่วงเวลานั้นพอดี เป็นชุดที่ว่าด้วยเมืองที่คนอยู่ติดกันมากจนแทบไม่ต้องขยับก็ชนกัน แต่ไม่มีใครรู้จักใคร
คนที่ยืนใกล้กันแค่ครึ่งเมตร
ภาพชื่อ A Giving Tree เป็นคนสองคนยืนใต้กิ่งไม้ที่กำลังออกดอก ระยะห่างระหว่างเขาสองคนใกล้พอที่ในหนังจะเป็นฉากโรแมนติกแล้ว แต่ผู้หญิงใส่หูฟังปิดหูทั้งสองข้าง ผู้ชายมองไปทางอื่นแล้วยกบุหรี่ขึ้น ทั้งคู่อยู่ในเฟรมเดียวกันโดยที่ไม่มีใครอยู่กับใคร

เธอเล่าเองว่าตอนกลับมาดูงานตัวเองรวดเดียว เพิ่งสังเกตว่าตัวละครส่วนใหญ่โดนตัดหน้าตาไปครึ่งหนึ่ง "This was my subconscious designing these people who are experiencing some sensory limitations, not using their full self to be attentive to the world" คือเธอไม่ได้ตั้งใจตัด แต่มือมันตัดไปเอง
ตรงนี้คือจุดที่งานชุดนี้ต่างจากงานบ่นเรื่องมือถือทั่วไป เพราะเธอไม่ได้วาดเพื่อด่าใคร ในภาพชื่อ Subway ผู้โดยสารทุกคนก้มดูจอของตัวเอง ไม่มีใครคุยกัน แต่ทุกคนดูสงบ ไม่มีใครทุกข์ ภาพไม่ได้บอกว่านี่คือปัญหา มันแค่บอกว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น

สีทองแบบภาพจิตรกรรมฝาผนัง
ภาษาภาพของเธอย้อนกลับไปหา George Tooker กับ Jacob Lawrence สองคนที่วาดชีวิตเมืองด้วยรูปคนแบบเฉพาะตัว และมีกลิ่นของภาพจิตรกรรมฝาผนังยุค WPA อยู่ด้วย งานพวกนั้นเคยถูกติดไว้ในที่ทำการไปรษณีย์กับห้องสมุด เป็นภาพคนทำงานที่ทั้งบล็อกทั้งหนักแน่น

Milez ยืมโครงนั้นมาแล้วเปลี่ยนเนื้อใน แสงในภาพเป็นสีทองอบอุ่นแบบเดียวกัน องค์ประกอบก็เกือบสมมาตรเหมือนกัน แต่คนในภาพไม่ได้กำลังสร้างชาติ พวกเขากำลังรอไฟเขียว รอรถ รออะไรสักอย่างที่ไม่มีใครบอกว่าคืออะไร

งานของเธอมีความละเอียดถึงขั้นที่ต้องเข้าไปดูใกล้ ๆ ลายบนถุงเท้า รอยบนฝาท่อ ใบไม้ที่แทรกออกมาจากรอยแตกของปูน ของพวกนี้ถูกวาดเท่ากับหน้าคน ซึ่งอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมภาพถึงไม่รู้สึกเหงาทั้งที่เนื้อหามันเหงา เพราะเมืองในภาพยังมีชีวิตของมันเองอยู่ ต่อให้คนในนั้นไม่คุยกัน

ถ้าเทียบกับ Matthew Grabelsky ที่วาดคนหัวสัตว์บนรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก Milez ไม่ได้ใส่อะไรแปลกเข้าไปในภาพเลย เธอวาดสิ่งที่มีอยู่จริงทั้งหมด แล้วปล่อยให้ความอึดอัดมันโผล่ออกมาจากการจัดวางล้วน ๆ ซึ่งเป็นวิธีที่เสี่ยงกว่า เพราะไม่มีลูกเล่นให้คนจำ
Everything the Light Touches จัดที่ Monya Rowe Gallery ในนิวยอร์ก ตั้งแต่ 10 กันยายน ถึง 24 ตุลาคม 2026
เรายังคิดถึงประโยคที่เธอพูดถึงตัวละครที่ถูกตัดหน้าอยู่ ว่าคนพวกนั้นกำลังใช้ตัวเองไม่เต็มร้อยในการรับรู้โลก แล้วก็นึกถึงตอนที่เรายืนรอไฟเขียวโดยที่ตายังอยู่ในจอ ว่าถ้ามีใครวาดเราตอนนั้น เขาจะวาดหน้าเราครบไหม
ติดตามผลงานของ Erin Milez ได้ที่ Instagram ของเธอ และที่ Monya Rowe Gallery
อ้างอิง: Colossal, Monya Rowe Gallery
Photo credit: ภาพจากศิลปินและ Monya Rowe Gallery
ชวนดูของในเว็บ

แหวน Daydream ของชิ้นเล็กที่อยู่กับเจ้าของคนเดียวเงียบ ๆ เหมือนคนในภาพของ Milez ที่ยืนอยู่กลางฝูงชนแต่หัวไปอยู่ที่อื่น
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


