ในภาพหนึ่งของ Marigold Santos มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่กลางท้องฟ้าสีส้มอมชมพู หน้าเธอเป็นสีชมพูเรียบ ผมดำเป็นก้อนแข็ง ส่วนแขนกับลำตัวเป็นลายเส้นวนซ้อนกันเหมือนเส้นชั้นความสูงบนแผนที่ แล้วบนแขนนั้นมีนกกะตั้วขาวสองตัวเกาะอยู่เฉย ๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ ศิลปินฟิลิปปินส์-แคนาดาคนนี้วาดคนแบบนี้มาหลายปีแล้ว และเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา งานของเธอเพิ่งถูกหยิบไปเล่าอีกครั้งบน Hi-Fructose

นกในภาพนั้นไม่ได้ถูกหยิบมามั่ว ๆ มันคือกะตั้วฟิลิปปินส์ หรือ red-vented cockatoo นกเฉพาะถิ่นที่ตอนนี้เหลือน้อยจนติดบัญชีใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต การเอานกที่กำลังจะหายไปจากบ้านเกิดมาวางบนตัวคนที่ย้ายออกจากบ้านเกิดไปแล้ว มันตรงจนไม่ต้องอธิบายเพิ่ม
ออกจากมะนิลาตอนยังเด็ก
Santos เกิดที่มะนิลา แล้วย้ายมาแคนาดากับครอบครัวตอนปี 1988 เธอเรียนภาพพิมพ์จบปริญญาตรีที่ University of Calgary แล้วต่อปริญญาโทที่ Concordia ตอนนี้ทำงานอยู่ที่แคลกะรี ทำงานหลายอย่างมากทั้งวาด พิมพ์ ปั้น สัก และเสียง
สิ่งที่วนกลับมาในงานเธอตลอดคือ asuang ผีเปลี่ยนร่างในนิทานฟิลิปปินส์ ที่ในเรื่องเล่าดั้งเดิมเป็นตัวร้าย เป็นผีที่แยกร่างท่อนบนออกจากท่อนล่างแล้วบินไปหากินตอนกลางคืน Santos ไม่ได้เอามันมาใช้เป็นตัวน่ากลัว เธอใช้มันเป็นภาพแทนของคนที่มีตัวตนหลายชิ้นในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นอาการปกติของคนที่โตในประเทศหนึ่งแต่จำอีกประเทศหนึ่งได้ไม่หมด

ผิวที่ทำหน้าที่แทนหน้า
ถ้าดูงานเธอหลาย ๆ ชิ้นติดกัน จะเห็นว่าเธอเล่นกับเรื่องเดียวคือผิว ในภาพสองร่างนั่งคู่กันข้างบน หน้าของทั้งคู่ถูกใบไม้สีเขียวปิดไว้จนไม่เหลืออะไรให้อ่านนอกจากตา แต่ผิวทั้งตัวกลับกลายเป็นลายตาหมากรุกสีส้มสลับดำที่ดังกว่าใบหน้ามาก
พอหน้าถูกปิด สิ่งที่บอกว่าคนคนนี้เป็นใครก็เลยย้ายไปอยู่ที่ผิวแทน บางชิ้นผิวเป็นเส้นวนเหมือนหินอ่อน บางชิ้นเป็นตาหมากรุก บางชิ้นแบ่งครึ่งตัวเป็นสองสีคนละฝั่ง ซึ่งอ่านได้ว่าเป็นคนคนเดียวที่ประกอบขึ้นจากสองที่

หอยทากที่ไต่อยู่บนหน้า
อีกชิ้นที่เราหยุดดูนานคือภาพใบหน้าสีม่วงหลับตา มีหอยทากหกเจ็ดตัวไต่อยู่บนแก้ม บนหน้าผาก บนคาง เปลือกหอยแต่ละตัววาดละเอียดมาก เห็นลายวนบนเปลือกชัดกว่ารายละเอียดบนใบหน้าเสียอีก
ปกติภาพคนที่มีสัตว์เกาะเต็มหน้าจะถูกอ่านว่าเป็นภาพน่ากลัว แต่ท่าทางของใบหน้าในภาพนี้ไม่ได้กลัวเลย มันหลับตานิ่ง ๆ เหมือนกำลังยอมให้เกิดขึ้น

สีในงานเธอก็เป็นอีกเรื่อง พื้นหลังส่วนใหญ่เป็นแถบไล่สีนอนขนานกันเหมือนท้องฟ้าตอนพระอาทิตย์ตกที่ถูกแบ่งเป็นชั้น ๆ ชมพู ส้ม เขียว น้ำเงิน วางแบน ๆ ไม่พยายามทำให้เหมือนจริง ผลคือคนในภาพลอยอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ที่ไหนสักที่

กรอบที่นับเป็นส่วนหนึ่งของงาน
รายละเอียดที่คนดูจากจอมักพลาดคือกรอบ Santos ไม่ได้ใช้กรอบไม้สีธรรมชาติแบบที่แกลเลอรีชอบใช้ กรอบของเธอถูกทาสีให้เข้ากับภาพข้างใน บางอันเป็นสีม่วงอ่อน บางอันเป็นสีเขียวมิ้นต์ที่แกะขอบให้เป็นหยักเหมือนขนมปังขอบหยัก แล้วภาพข้างในเป็นตั๊กแตนตำข้าวตัวใหญ่ที่มีตั๊กแตนตัวจิ๋วเกาะอยู่บนแขนของมันอีกที

ช่วงหลังชื่อของเธอไปโผล่ในรายชื่อรางวัลอยู่เรื่อย ๆ ทั้งลองลิสต์ Sobey Art Award ปี 2023 กับ 2024 และรางวัล ART SG Futures Prize ครั้งแรกที่สิงคโปร์ในปีนี้ ซึ่งแปลว่างานที่เคยถูกจัดอยู่ในหมวดศิลปะผู้อพยพกำลังถูกอ่านในฐานะงานจิตรกรรมร่วมสมัยตรง ๆ มากขึ้น
ถ้าชอบงานวาดที่เอาสัตว์กับคนมาผสมกันจนแยกไม่ออก ลองดูอีกคนที่เราเคยเขียนถึงได้ที่ Will Sweeney นักวาดที่ปล่อยสัตว์ประหลาดชุดเดียวเดินจากเสื้อสเก็ตไปถึงโรงอุปรากร
สิ่งที่ค้างอยู่ในหัวเราหลังดูงานเธอจบคือคำถามว่าตัวตนของคนคนหนึ่งอยู่ตรงไหนกันแน่ ถ้าปิดหน้าไปแล้วยังบอกได้ว่าเป็นใครจากลายบนผิว แปลว่าสิ่งที่เราคิดว่าเป็นตัวเราอาจไม่ได้อยู่ตรงที่เราคิดมาตลอด
ดูผลงานและประวัติเพิ่มเติมได้ที่ Marigold Santos ที่ Patel Brown Gallery
อ้างอิง: Hi-Fructose, Patel Brown Gallery
Photo credit: Marigold Santos เผยแพร่ผ่าน Patel Brown Gallery
ชวนดูของในเว็บ

แหวน Daydream แหวนปั้นมือที่แต่ละวงมีของชิ้นเล็กเกาะอยู่หนึ่งอย่าง เป็นวิธีพาอะไรบางอย่างติดตัวไปด้วยแบบเดียวกับนกบนแขนในภาพของ Santos
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


