มีอยู่ภาพหนึ่งของ Will Sweeney ที่เป็นหมึกดำล้วนบนพื้นขาว เต็มไปด้วยตัวประหลาดหลายร้อยตัวยืนเบียดกันอยู่ในลานอะไรสักอย่าง บางตัวใส่หมวกทรงสูง บางตัวมีตาเดียว บางตัวกำลังทำอะไรอยู่ตรงมุมที่คุณต้องเอาหน้าไปจ่อถึงจะเห็น ดูครั้งแรกเหมือนลายพรม ดูครั้งที่สองถึงรู้ว่ามันคือฝูงชน

Will Sweeney เป็นนักวาดและกราฟิกอาร์ตติสต์อยู่ลอนดอน ทำงานอยู่ในสามสี่วงการพร้อมกันมาตลอด คือคอมิก เสื้อผ้า ปกแผ่นเสียง และงานอนิเมชัน ลูกค้าที่ผ่านมือเขาไล่ตั้งแต่ Stüssy, Undercover, Amos Toys ไปจนถึง Beck, Moon Duo, Toro y Moi และนิตยสาร The Wire
ฝูงชนที่ได้มาจากพ่อ
เขาเล่าว่าพ่อของเขาเป็นช่างพิมพ์ภาพในอังกฤษ และสิ่งที่ติดมาจากพ่อคือความชอบรายละเอียดกับความชอบวาดฉากที่มีคนเยอะ ๆ ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าดูงานของเขาเรียงกันจะเห็นว่าเกือบทุกชิ้นสร้างจากหลักการเดียวกัน คือเอาของเล็ก ๆ จำนวนมากมาวางจนเต็ม แล้วให้คนดูเป็นฝ่ายเดินสายตาหาเอง

อีกอย่างที่เขาพูดถึงบ่อยคือ 2000 AD หนังสือการ์ตูนอังกฤษที่ให้กำเนิด Judge Dredd สิ่งที่เขาติดใจไม่ใช่ตัวฮีโร่ แต่เป็นอารมณ์ขันแบบอังกฤษกับความพังก์ที่อยู่ในนั้น คือความรู้สึกว่าโลกในเรื่องมันสกปรก มันตลก และมันไม่ได้พยายามทำตัวน่าเชื่อถือ
สีน้อยลง งานดีขึ้น
เรื่องสีเป็นจุดที่เขาพูดชัดที่สุด เขาบอกว่าสีเป็นเรื่องสัญชาตญาณล้วน ๆ พองานมาถึงมือ รสของงานจะบอกพาเลตต์ให้ทันที ไม่ต้องนั่งคิด แต่ที่น่าฟังกว่าคือเขายอมรับว่าสมัยก่อนเขาใช้สีเยอะเกินไป แล้วการบังคับตัวเองให้ใช้สีน้อยลงคือสิ่งที่ทำให้งานดีขึ้น

ดูงาน Stüssy ก็เห็นเลย มีแค่แดง เหลือง เขียว น้ำเงิน กับดำ ตัวละครใส่หน้ากากถือกีตาร์ยืนอยู่ระหว่างลำโพงสองข้าง มีสายไฟลากลงมาหาเอฟเฟกต์เพดัลที่พื้น ทุกอย่างเป็นเส้นขอบดำหนาเท่ากันหมด ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ภาพรกได้โดยไม่มั่ว
สัตว์ชุดเดียวกันเดินไปได้ทุกที่
สิ่งที่ทำให้เราสนใจงานเขามากกว่าความสวยคือมันเป็นจักรวาลเดียวที่เดินข้ามงานไปเรื่อย ตัวประหลาดหน้าตาแบบเดียวกันโผล่บนเสื้อสเก็ต แล้วก็โผล่บนโปสเตอร์อุปรากรของ Bavarian State Opera ที่เขาทำให้เรื่อง La Traviata

โปสเตอร์ตัวนั้นน่าสนใจตรงที่มันไม่ยอมทำตัวเป็นโปสเตอร์อุปรากร พื้นเป็นสีครีมเหมือนกระดาษเก่า มุมทั้งสี่เป็นลายเรขาคณิตที่มีหัวกะโหลกสีส้มฝังอยู่ ตรงกลางเป็นวงกลมที่มีผู้หญิงผิวชมพูสวมหมวกเป็นพืชสีเขียวที่มีตาอยู่กลางหน้าผาก คนที่ไม่รู้จักงานคงเดาว่าเป็นปกแผ่นเสียงไซคีเดลิกยุคเจ็ดศูนย์
อีกงานที่กลับข้างกันสุดขั้วคือแผนที่ที่เขาทำให้เทตในชื่อ Tate Tales เขาเอาภาพเขียนดัง ๆ ไปวางลงในภูมิประเทศที่แต่งขึ้นมาเอง แล้วตั้งชื่อสถานที่ให้ใหม่ ทั้งเมืองที่ชื่อ Realm of Chaos ทั้งดินแดนที่ชื่อ Land of the Vorticists มีถนนสีแดงลากผ่านให้เด็กเดินตาม

เราเคยเขียนถึง Heisuke Kitazawa ที่มองภาพประกอบเป็นชิ้นส่วนที่ต่อกันเป็นเรื่องเดียว ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ใกล้กัน ต่างกันตรงที่ Sweeney ไม่ได้ต่อชิ้นส่วนเข้าด้วยกันเป็นเรื่อง เขาปล่อยให้แต่ละงานเป็นหน้าต่างบานหนึ่งที่มองเข้าไปในโลกที่มีอยู่แล้ว

เมื่อก่อนเขาทำแบรนด์ของตัวเองชื่อ Alakazam ที่ลอนดอนร่วมกับ Ayako Terashima ออกทั้งงานพิมพ์ คอมิก เสื้อผ้า และของเล่น ตอนนี้เลิกทำไปแล้ว แต่วิธีทำงานยังเหมือนเดิม คือเขาไม่ค่อยแยกงานรับจ้างกับงานส่วนตัว เพราะเรียกตัวเองว่ากราฟิกอาร์ตติสต์ตั้งแต่แรก เพื่อให้ลูกค้ารู้ตั้งแต่ต้นว่าจะได้อะไร
สิ่งที่เขาอยากทำจริง ๆ คือคอมิก เขาบอกตรง ๆ ว่านั่นคือรูปแบบที่ใช่ที่สุดสำหรับเขา ตอนนี้มีหนังสือรวมงานส่วนตัวชื่อ Grok ที่ทำกับสำนักพิมพ์ Mania ทางใต้ของฝรั่งเศส และมีงานโคมไฟที่ทำกับ Undercover จากโตเกียว เป็นตัวเห็ดที่ข้างในกะพริบเป็นไฟสโตรโบ
ส่วนงานในฝันของเขาคือออกแบบตัวละครและโลกให้เกม โดยเฉพาะเกมเล่นคนเดียวแบบ Dark Souls ซึ่งพอฟังแล้วก็เข้าใจได้ เพราะสิ่งที่เขาทำมาสามสิบปีคือการสร้างที่ให้คนเดินหลงเข้าไป แล้วเจอของที่ไม่มีใครอธิบายให้ฟัง
คำถามที่เราคิดต่อคือ นักวาดที่มีจักรวาลของตัวเองแน่นขนาดนี้ ควรเอาไปทำเป็นเรื่องเล่าที่จบในตัว หรือปล่อยให้มันโผล่ทีละชิ้นบนเสื้อ บนปก บนโปสเตอร์ แบบที่เป็นอยู่ อย่างหลังอาจจะทำให้โลกนั้นใหญ่กว่าในหัวคนดู เพราะไม่มีใครเคยเห็นแผนที่ทั้งใบ
ช่องทางศิลปิน: Will Sweeney ที่ Big Active
ข้อมูล: Hi-Fructose, Big Active
Photo credit: Will Sweeney via Big Active
ชวนดูของในเว็บ

พวงกุญแจ Tiny Friends งานทำมือ ตัวละครเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องมีเรื่องมารองรับก็อยู่ได้ เหมือนสัตว์ประหลาดที่โผล่มาบนเสื้อแล้วหายไป
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


