โครงกระดูกตัวหนึ่งย่อเข่าลง แบกก้อนกลมสีดำขนาดใหญ่กว่าตัวมันเองไว้บนหลัง รอบตัวมีเส้นเชือกหย่อนลงมาจากข้างบน ปลายเชือกเป็นตะขอเกี่ยวอยู่กับพื้นทั้งซ้ายและขวา
ภาพนี้อ่านได้สองแบบ จะบอกว่าเขาแบกของหนักอยู่ก็ได้ หรือจะบอกว่ามีคนชักใยเขาอยู่ก็ได้ Morgan Sorensen ไม่ได้บอกว่าอันไหนถูก

สองสี กับเม็ดหยาบเต็มหน้า
Sorensen เป็นนักวาดภาพประกอบและกราฟิกดีไซเนอร์ที่อยู่เมืองบอยซี รัฐไอดาโฮ ทำงานในชื่อ See Machine งานเกือบทั้งหมดของเขาใช้แค่สองถึงสามสี ส่วนใหญ่คือดำสนิทบนพื้นสีกระดูก แล้วโรยเม็ดหยาบ ๆ ทับทั้งภาพให้ดูเหมือนของที่ผ่านการพิมพ์มาแล้วหลายรอบ
วิธีทำของเขาเริ่มจากดินสอกับสมุดสเก็ตช์ ปล่อยมือให้ร่างไปเรื่อย ๆ ก่อน แล้วค่อยเอาไปเก็บเป็นเวกเตอร์ในคอม แต่เขาจงใจใส่เท็กซ์เจอร์กลับเข้าไปเสมอ เพราะไม่อยากให้งานออกมาแห้งแบบไฟล์ดิจิทัลล้วน ๆ

ผลลัพธ์คือภาพที่หน้าตาอยู่กึ่งกลางระหว่างป้ายสัญลักษณ์กับหินสลักหลุมศพ Hi-Fructose ใช้คำว่า future primitive ซึ่งตรงดี คือมันดูเก่าและดูล้ำพร้อมกัน
ของที่เขาเอามาผสมกัน
สิ่งที่ Sorensen บอกว่ามีอิทธิพลกับเขาเป็นชุดที่ปนกันแปลก ๆ ทั้งอาร์ตเดโค อาร์ตนูโว โดยเฉพาะงานของ Aubrey Beardsley สถาปัตยกรรมบรูทัลลิสต์ วัฒนธรรมพังก์ และการลอกลายจากหินสลักหลุมศพ บวกกับงานของ H.R. Giger กับ Zdzisław Beksiński
เอามาวางเรียงกันแล้วจะเห็นเลยว่ามันโผล่ตรงไหนบ้าง เส้นบางที่ไขว้กันเป็นลวดลายมาจากอาร์ตนูโว ส่วนแท่งทึบหนัก ๆ ที่กดทับอยู่ข้างบนคือบรูทัลลิสต์เต็ม ๆ

ในภาพหนึ่งมีโครงกระดูกสี่ตัวยืนเรียงกัน ยกแท่งทึบยาวไว้เหนือหัวพร้อมกันทั้งสี่คน ข้างบนมีวงกลมดำลอยอยู่แทนดวงอาทิตย์ ไม่มีใครหนีไปไหนได้เพราะทุกคนต้องยกอยู่
เมื่อทุกคนกลายเป็นตัวเดียวกัน
ภาพที่เราชอบที่สุดคือภาพที่มีโครงกระดูกสามตัวเดินถือไม้เท้าไปข้างหน้า หลังพวกเขาเป็นปล่องโรงงานสูงกับก้อนควันที่ถูกวาดเป็นก้อนทึบก้อนเดียว
ที่โหดคือแถวเล็ก ๆ ตรงกลางภาพ มีร่างเหมือนกันเป๊ะเรียงต่อกันเป็นสิบ ๆ ตัว ไล่ไปจนสุดขอบ ทำให้สามคนที่เราเห็นชัดกลายเป็นแค่สามตัวแรกของแถวที่ยาวกว่านั้นมาก

Sorensen เคยพูดถึงงานตัวเองไว้ว่าเขาเชื่อว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกทรมาน และทุกคนกำลังสู้กับอะไรบางอย่างอยู่ เขาบอกว่าการวาดคือการบำบัดของเขา คล้ายกับการเขียนไดอารีแต่เป็นภาพแทนตัวหนังสือ
ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมงานถึงไม่รู้สึกเหมือนคนอยากทำให้กลัว มันเหมือนคนกำลังจดบันทึกอะไรบางอย่างไว้มากกว่า

ในหลายภาพเขาวางทุกอย่างให้สมมาตรซ้ายขวาเป๊ะ ๆ ร่างสองร่างนอนหันหน้าเข้าหากัน มีเสาสองต้นขนาบข้าง มีวงกลมลอยตรงกลางพอดี การจัดแบบนี้ทำให้ภาพดูเหมือนตราสัญลักษณ์หรือแผ่นป้ายพิธีกรรมมากกว่าภาพเล่าเรื่อง

เราเคยเขียนถึง Jason Limon ที่วาดผิวของภาพให้ฉีกออกแล้วปล่อยให้โครงกระดูกข้างในโผล่มา ไว้เมื่อเดือนที่แล้ว สองคนนี้ใช้โครงกระดูกคนละหน้าที่กัน ของ Limon คือของที่ซ่อนอยู่ข้างใต้แล้วโผล่ออกมา ส่วนของ Sorensen ไม่ได้ซ่อนอะไรเลย มันยืนอยู่กลางแดดตั้งแต่แรก
สิ่งที่ Sorensen วางแผนจะทำต่อคือขยับไปทำงานสีบนผืนผ้าใบ กับทำฉากหลังเวทีขนาดใหญ่ให้วงเมทัล ซึ่งฟังแล้วเข้าทางมาก เพราะงานของเขาถูกออกแบบมาให้อ่านออกตั้งแต่ระยะไกลอยู่แล้ว
คำถามที่ค้างอยู่คือ ถ้าเราวาดตัวเองเป็นโครงกระดูกทุกครั้งที่รู้สึกแย่ วันหนึ่งมันจะกลายเป็นการยอมรับ หรือกลายเป็นการทำให้ความรู้สึกนั้นดูสวยจนเราไม่อยากหายจากมัน
ติดตามผลงานของ Morgan Sorensen ได้ที่ seemachine.com และอินสตาแกรม @see_machine
ที่มา: Hi-Fructose ฉบับที่ 66 · เว็บไซต์ของศิลปิน
Photo credit: Morgan Sorensen via Hi-Fructose
ชวนดูของในเว็บ

THE SEEKER ร่างไร้หน้าที่มีรัศมีอยู่ข้างหลังและมีรูโหว่อยู่กลางอก อยู่คนละโทนสีกับงานของ Sorensen แต่พูดเรื่องเดียวกัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


