กลีบดอกค่อย ๆ คลายออก แต่ยิ่งมองก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าต้นอะไร งานของ Zachary Corzine ให้ความรู้สึกแบบนั้น เราจำท่าทางของการบานได้ก่อนจะเรียกชื่อดอกไม้ถูก และพอดูต่ออีกหน่อย ก็เริ่มรู้ว่าไม่จำเป็นต้องหาชื่อให้มันแล้ว เพราะดอกตรงหน้าเติบโตตามกฎที่คนทำเขียนขึ้นมาเอง

Corzine เป็นนักออกแบบและผู้กำกับงานสามมิติที่ทำงานอยู่ในพอร์ตแลนด์ สหรัฐอเมริกา เขาอธิบายวิธีทำงานของตัวเองว่าเริ่มจากระบบที่ปรับเปลี่ยนและพัฒนาต่อได้ ฟังดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่ผลที่เราเห็นกลับใกล้ตัวมาก ทั้งพืชที่กำลังคลี่ตัวและผิววัสดุที่ดูเหมือนเอื้อมมือไปจับได้
แทนที่จะสนใจแค่ว่าภาพสำเร็จเหมือนของจริงแค่ไหน เราอยากชวนมองว่าเขาเลือกเก็บอะไรจากของจริงไว้บ้าง เพราะถ้าทุกอย่างแปลกหมด เราอาจไม่รู้จะเริ่มดูตรงไหน แต่ถ้าทุกอย่างคุ้นหมด ก็อาจเลื่อนผ่านไปเลย งานของเขามีจุดให้จำได้ แล้วค่อย ๆ พาออกนอกสิ่งที่เรารู้จัก
ดอกไม้ที่จำวิธีบานได้ แต่เปลี่ยนกติกาไปแล้ว
Faux Flora เป็นโครงการส่วนตัวที่เขาใช้เวลาทำหนึ่งปี ศิลปินตั้งใจสร้างดอกไม้ที่ให้ทั้งความคุ้นเคยและความรู้สึกว่ามีบางอย่างยังอธิบายไม่ได้ รูปทรงอ้างอิงสิ่งมีชีวิต แต่ไม่ต้องหยุดอยู่ตรงข้อจำกัดของพืชจริง การบานจึงกลายเป็นพื้นที่ให้ทดลองว่าองค์ประกอบเล็ก ๆ จะต่อกันไปได้ไกลแค่ไหน

ในหน้าโครงการมีทั้งภาพสำเร็จและภาพเบื้องหลังจากโปรแกรมวางอยู่ด้วยกัน เราจึงเห็นว่าดอกไม้หน้าตาเรียบร้อยเหล่านี้มีขั้นตอนการสร้างอยู่ข้างหลัง การเห็นสองฝั่งนี้ช่วยให้ดูงานต่างไปนิดหนึ่ง จากที่มัวแต่เดาว่ามันคือพันธุ์อะไร ก็เริ่มอยากรู้ว่าต้องเปลี่ยนส่วนไหน ถึงจะได้ดอกอีกแบบออกมา
ภาพนิ่งทำให้เราหยุดดูโครงสร้างได้ ส่วนงานเคลื่อนไหวทำให้เห็นการเปลี่ยนผ่าน ความรู้สึกสองอย่างนี้ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ในภาพนิ่งเรามองสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่เมื่อมันขยับ เรามีเวลาคาดเดาว่ากลีบถัดไปจะไปทางไหน ความสนุกอยู่ตรงที่เราพอเดาได้ โดยยังไม่รู้คำตอบทั้งหมด

Corzine เขียนถึงความขัดแย้งที่ตัวเองรู้สึกด้วย เขารักทั้งธรรมชาติและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่เห็นว่าสองอย่างนี้กำลังปะทะกันมากขึ้น ท่ามกลางปัญหาภูมิอากาศและการทำลายสิ่งแวดล้อม เขาจึงมองโครงการนี้เป็นการลองหาวิธีใช้เทคโนโลยีพาคนกลับไปเชื่อมโยงกับธรรมชาติ
นั่นเป็นความตั้งใจของศิลปิน ส่วนในฐานะคนดู เราอาจเริ่มจากเรื่องเล็กกว่านั้นก็ได้ เช่น พอดูดอกไม้ในจอแล้ว กลับอยากสังเกตว่าดอกจริงหน้าบ้านคลี่ออกแบบเดียวกันไหม ภาพที่สร้างขึ้นไม่ต้องตอบแทนธรรมชาติทุกเรื่อง แค่ทำให้เรากลับไปมองของที่เคยมองผ่าน ก็มีอะไรให้คิดต่อแล้ว
ผิวผ้าที่เราเหมือนจะรู้จัก
อีกโครงการอย่าง Textile Techniques เริ่มจากเทคนิคสิ่งทอแล้วแปลมันมาเป็นงานดิจิทัล Corzine ระบุว่าเขายังยึดคุณสมบัติของวัสดุและวิธีทำแบบดั้งเดิมเป็นฐาน ก่อนขยายการทดลองไปที่ลักษณะทางกายภาพและพฤติกรรมของแต่ละชิ้น งานชุดนี้เขาดูแลตั้งแต่กำกับ ออกแบบ จำลองการเคลื่อนไหว จัดแสง ไปจนถึงเรนเดอร์

พอเปลี่ยนจากดอกไม้มาเป็นผ้า ความทรงจำที่คนดูใช้ก็ต่างออกไป เราอาจนึกถึงความนุ่ม ความตึง หรือสัมผัสของเส้นใย ทั้งที่ตรงหน้ามีแค่ภาพบนจอ สิ่งที่งานสามมิติทำได้ตรงนี้คือให้ตาเรียกความรู้สึกจากมือกลับมา โดยไม่ต้องมีวัสดุชิ้นนั้นอยู่ในห้องเดียวกับเรา
เมื่อวางสองโครงการข้างกัน จะเห็นวิธีคิดที่ต่อเนื่องกันอยู่ เขาเลือกสิ่งที่คนดูมีประสบการณ์ด้วย แล้วเปลี่ยนเงื่อนไขบางส่วนให้มันทำสิ่งที่เราไม่ค่อยได้เห็น ความสมจริงจึงไม่ได้อยู่แค่รายละเอียดเยอะหรือแสงสวย แต่อยู่ที่เรายังเชื่อมภาพกับประสบการณ์ของตัวเองได้แค่ไหน

ถ้าอ่านเรื่อง YONK ที่ใช้การปั้นใน VR สร้างบุคลิกให้ตัวละคร ต่อกัน จะเห็นว่าคนทำสามมิติเลือกจุดเริ่มได้หลายแบบ บางคนเริ่มจากท่าทางที่มือทำ บางคนเริ่มจากระบบที่ปรับได้ แล้วค่อยดูว่าผลลัพธ์พาไปถึงไหน เครื่องมือเดียวกันจึงไม่ได้บังคับให้ทุกคนมองของแบบเดียวกัน
บางทีสิ่งที่เราจำจากดอกไม้ของ Corzine อาจไม่ใช่รูปทรงสุดท้าย แต่เป็นช่วงสั้น ๆ ก่อนมันคลี่ออกหมด ช่วงที่เรายังรู้สึกว่ารู้จักมัน และยังมีที่ว่างให้มันกลายเป็นอย่างอื่น
ช่องทางศิลปิน: เว็บไซต์ Zachary Darren Corzine
อ้างอิง: แนวทางการทำงานของศิลปิน · Faux Flora · Textile Techniques
Photo credit: Zachary Corzine · ภาพผลงานจากเว็บไซต์ศิลปิน
ดอกไม้อีกแบบจากร้านใน Portjolio

โปสการ์ด Floral Childlike Art เป็นอีกทางของการหยิบดอกไม้มาวาดใหม่ในภาษาของคนทำ แล้วเก็บไว้บนกระดาษชิ้นเล็ก
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


