ในยุคที่ AI สามารถสร้างโลโก้ได้ภายในไม่กี่วินาที ออกแบบแพ็กเกจจิ้งได้ภายในไม่กี่นาที และทำงานกราฟิกที่ดูสวยงามได้โดยไม่ต้องใช้มือมนุษย์แม้แต่นิ้วเดียว มีสตูดิโอออกแบบแห่งหนึ่งในบาร์เซโลนาที่เลือกเดินทางตรงกันข้ามอย่างจงใจ

Hey Studio ก่อตั้งโดย Verónica Fuerte ในปี 2007 ไม่ใช่สตูดิโอที่ปฏิเสธเทคโนโลยี แต่เป็นสตูดิโอที่เข้าใจว่า “มือ” ยังคงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างงานที่มีจิตวิญญาณ

Verónica Fuerte ผู้ก่อตั้ง Hey Studio
Verónica Fuerte ผู้ก่อตั้ง Hey Studio / ภาพจาก Creative Boom

สีสดกับเส้นตรง ลายเซ็นที่จดจำได้ตั้งแต่แรกเห็น

ใครที่เคยเห็นงานของ Hey Studio จะจำได้ทันที สีสดจัด รูปทรงเรขาคณิตที่ตัดกันอย่างมั่นใจ typography ที่ bold แต่ไม่ตะโกน ทุกอย่างมีความ playful แต่ไม่เคยขาดความ intentional ลูกค้าของพวกเขาอ่านเหมือนรายชื่อ who’s who ของแบรนด์ระดับโลก ตั้งแต่ Apple, Microsoft, Nokia ไปจนถึง Monocle และ The Wall Street Journal

แต่สิ่งที่ทำให้ Hey Studio แตกต่างจากสตูดิโอออกแบบอื่นๆ ที่มีพอร์ตโฟลิโอหรูหราไม่แพ้กัน ไม่ใช่แค่ลูกค้าหรือสไตล์ แต่เป็น “กระบวนการ” ที่อยู่เบื้องหลัง

Hey Studio ออกแบบแพ็กเกจจิ้ง Arrels Barcelona
Hey Studio ออกแบบแพ็กเกจจิ้งให้ Arrels Barcelona / ภาพจาก Creative Boom

Marbling, Silk-Screen, และสิ่งที่ AI ยังทำแทนไม่ได้

เมื่อ Verónica ได้รับโปรเจกต์ออกแบบให้แบรนด์น้ำสปาร์กลิง CBD ที่ชื่อ Daydream เธอเลือกใช้เทคนิค marbling จริงๆ จุ่มกระดาษลงในสีที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ ปล่อยให้สีไหลและผสมกันตามธรรมชาติ แล้วนำลวดลายที่ได้มาใช้กับดีไซน์กระป๋องแต่ละใบ ไม่มีกระป๋องไหนเหมือนกันทุกประการ ไม่มี pattern ซ้ำ เพราะธรรมชาติของ marbling คือ “ความบังเอิญที่ควบคุมไม่ได้”

สำหรับโปรเจกต์การแข่งขันไวน์ ทีมงาน Hey Studio ขูดปกเงินของหนังสือ 1,000 เล่มด้วยมือ ทำให้แต่ละเล่มมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนโปรเจกต์ Ola Coffee พวกเขาใช้เทคนิค silk screen และ hand-applied vinyl สร้างกล่อง limited edition ที่เปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งให้กลายเป็นงานพิมพ์ที่ใส่กรอบแขวนผนังได้

“It’s not perfect in a way, because for me, perfect kills the soul.”

Verónica Fuerte
Hey Studio ออกแบบโลโก้และแพ็กเกจจิ้ง Jammy Yummy
Hey Studio ออกแบบโลโก้และแพ็กเกจจิ้งให้ Jammy Yummy / ภาพจาก Creative Boom

Democratise Design ปรัชญาที่อยู่ใต้ทุกชิ้นงาน

Verónica เริ่มต้นเส้นทางออกแบบจากการค้นพบ handmade lettering ยุค Victorian และแนวคิด Modernist ที่ตามมาตอบโต้ เธอบอกว่าตั้งแต่วินาทีที่เห็นสไตล์นั้น เธอรู้ทันทีว่านี่คือสิ่งที่อยากทำ “I want this style to be universal, to be for everybody.” เป้าหมายของ Hey Studio ตั้งแต่วันแรกคือ “ทำให้ดีไซน์เป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้” ไม่ใช่แค่สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ แต่มีความหมายและเข้าถึงได้ในเวลาเดียวกัน

ปรัชญานี้สะท้อนออกมาในทุกชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ แพ็กเกจจิ้ง หรือแคมเปญโฆษณา งานของ Hey Studio มีความ “อ่านง่าย” อย่างน่าทึ่ง สีสดใส รูปทรงชัดเจน ข้อความตรงประเด็น ไม่มีอะไรที่ทำให้คนดูต้องเดา แต่ขณะเดียวกัน ก็มี layer ของความคิดซ่อนอยู่ข้างในเสมอ

Hey Studio ออกแบบ Live Out Festival
Hey Studio ออกแบบให้ Live Out Festival / ภาพจาก Creative Boom

ระหว่าง Paradise กับ Hell มุมมองของ Verónica ต่อ AI

ในฐานะคนที่ยืนยันคุณค่าของงาน handmade มาตลอด 18 ปี ท่าทีของ Verónica ต่อ AI กลับไม่ได้เป็นการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง เธอยอมรับตรงๆ ว่า AI ทำให้เธอรู้สึกเป็น “the best version of myself” เพราะทำงานได้เร็วขึ้นและดีขึ้น สามารถทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งคนอื่น

แต่ในเวลาเดียวกัน เธอก็รู้ว่าอนาคตนั้น “complex” คำตอบของเธอคือ ลองทุกอย่างที่มี ไม่ว่าจะเป็น AI หรือเทคนิคดั้งเดิม แต่สิ่งที่ AI ไม่มีวันทดแทนได้คือ ประสบการณ์การสัมผัสจริง ความไม่สมบูรณ์แบบของมือมนุษย์ และจิตวิญญาณที่ซ่อนอยู่ในรอยขีดข่วนทุกเส้น

ท่ามกลางโลกออกแบบที่ถูก flatten ด้วยเทคโนโลยี Hey Studio เป็นหลักฐานว่า “ของจริง” ยังมีที่ยืน และบางทีสิ่งที่โลกต้องการมากที่สุดในยุคนี้ ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่คือ ร่องรอยของมนุษย์ที่ยังคงปรากฏอยู่ในทุกชิ้นงาน


ติดตามผลงานของ Hey Studio ได้ที่ heystudio.es | Instagram @heystudio

ภาพประกอบจาก Creative Boom และ Hey Studio

เรื่อง: Portjolio.net