หนังสือเล่มหนึ่งหายไปจากชั้นร้านหนังสือนานเกือบหกสิบปี คนที่อยากอ่านต้องไปตามหาในร้านหนังสือมือสองย่านจิมโบโจ แล้วจ่ายราคาที่แพงกว่าปกเดิมหลายเท่า
วันที่ 22 สิงหาคม 2026 หนังสือเล่มนั้นจะกลับมาวางขายอีกครั้ง ชื่อว่า 絵本・千一夜物語 หรือ หนังสือภาพ พันหนึ่งราตรี ผลงานร่วมกันของ Shuji Terayama กับ Aquirax Uno ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1968 สำนักพิมพ์ Two Virgins เป็นผู้ทำฉบับพิมพ์ใหม่ ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของร้านหนังสือ Junkudo

สองคนที่ทำงานคนละด้านของหน้ากระดาษ
Terayama เกิดปี 1935 เป็นกวี นักเขียนบท และผู้กำกับที่ตั้งคณะละคร Tenjo Sajiki ขึ้นในปี 1967 งานของเขาถูกจดจำจากการรื้อภาษาที่คนใช้กันทุกวันแล้วประกอบใหม่จนความหมายเปลี่ยนไปคนละทาง ส่วน Aquirax Uno เกิดปี 1934 เป็นนักวาดภาพประกอบและนักออกแบบกราฟิกที่ทำงานตั้งแต่ยุค 1950s และเป็นคนวาดใบปิดให้ละครใต้ดินหลายคณะในยุคเดียวกัน
ทั้งคู่หยิบนิทานอาหรับราตรีมาย้ายฉากลงถนนชินจูกุ เรื่องเล่าที่เคยอยู่ในทะเลทรายกลายเป็นเรื่องของเมืองกลางคืน มีทั้งความเพ้อฝัน อารมณ์ขัน และความไร้เหตุผลปนกันอยู่ในเล่มเดียว

ปี 1968 ที่หนังสือเล่มนี้ออกครั้งแรก โตเกียวอยู่ในช่วงที่โรงละครเล็ก นิตยสารทำมือ และใบปิดพิมพ์ซิลค์สกรีนเกิดขึ้นพร้อมกันเป็นกลุ่มก้อน สิ่งพิมพ์ในยุคนั้นไม่ได้ถูกออกแบบให้อยู่นาน มันถูกทำเพื่อใช้ในช่วงเวลาสั้นๆ แล้วปล่อยให้หมดไป หนังสือของ Terayama กับ Uno เกิดจากอากาศแบบเดียวกัน
สิ่งที่ฉบับพิมพ์ใหม่เลือกจะไม่ทำ
โจทย์ของการพิมพ์ซ้ำหนังสือเก่ามักจบลงที่การสแกนหน้าเดิมแล้วพิมพ์สี่สีให้คมขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและทำให้ภาพดูใหม่ แต่ก็ทำให้หนังสือหลุดจากยุคของมันไปพร้อมกัน
ฉบับปี 2026 เลือกอีกทาง คือพิมพ์สองสีบนกระดาษสีสามชนิด ทั้งเหลืองอ่อน แดง และน้ำเงิน เป็นการยอมรับข้อจำกัดของการพิมพ์ยุคนั้นแล้วใช้มันเป็นเครื่องมือ สีของกระดาษกลายเป็นสีที่สามที่หมึกไม่ต้องพิมพ์ลงไป และเส้นของ Uno ที่วาดมาให้ทำงานกับข้อจำกัดนี้ก็ยังทำงานได้เหมือนเดิม

เล่มใหม่เป็นขนาดสี่หกจำนวน 204 หน้า เข้าเล่มแบบปกอ่อน ราคา 3,300 เยน วางขายเฉพาะในเครือ Maruzen Junkudo การเลือกทำปกอ่อนแทนปกแข็งเป็นการตัดสินใจที่บอกอะไรบางอย่าง คือหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ถูกทำมาเพื่อวางโชว์ แต่ทำมาให้ถือ

เส้นของ Uno ในเล่มนี้ยังอยู่ในช่วงที่เขาวาดผู้หญิงตาโตกับดอกไม้ปนกับรูปทรงที่ไม่มีชื่อเรียก เป็นภาพประกอบที่ไม่ได้อธิบายเรื่อง แต่วางตัวขนานไปกับตัวหนังสือ คนอ่านต้องเดินไปกับทั้งสองอย่างพร้อมกัน วิธีคิดแบบนี้ใกล้กับที่เราเคยเขียนถึงใน งานเส้นหมึกของ Yuko Shimizu ที่ภาพไม่ได้ทำหน้าที่แปลข้อความ

ประโยคของ Terayama ในเล่มทำงานแบบเดียวกับที่ทางร้านหยิบมาพูดถึง คือเขาเอาคำที่คนพูดกันจนไม่ทันคิด อย่างคำว่าลาก่อน มาวางในตำแหน่งที่ทำให้มันแปลกหน้าขึ้นมาทันที การอ่านเล่มนี้จึงไม่ค่อยราบรื่น ต้องหยุดบ่อย และการหยุดนั้นเป็นสิ่งที่ตั้งใจออกแบบไว้
ของแถมที่ไม่ใช่ของแถม
สิ่งที่ทำให้ฉบับนี้ต่างจากการพิมพ์ซ้ำทั่วไปคือของที่ใส่มาด้วย ทั้งโปสเตอร์สีจากปี 1968 และตั๋วละครของคณะ Tenjo Sajiki ที่ทำสำเนาขึ้นใหม่

ของสองชิ้นนี้เป็นสิ่งพิมพ์ที่ตามธรรมชาติแล้วต้องหายไป ตั๋วถูกฉีกทิ้งหลังเข้าโรง โปสเตอร์ถูกแกะออกจากผนังตอนงานจบ การนำมันกลับมาพิมพ์ใหม่พร้อมหนังสือ ทำให้เล่มนี้เปลี่ยนสถานะจากหนังสือเป็นกล่องเก็บของจากช่วงเวลาหนึ่ง

หนังสือที่ขายหมดไปนานพอจะกลายเป็นตำนานมักได้ประโยชน์จากการที่หาไม่ได้ คนพูดถึงมันในฐานะสิ่งที่เคยเห็นแวบเดียว ไม่ใช่สิ่งที่อ่านจบ พอมันกลับมาวางบนโต๊ะหน้าร้านในราคาที่จ่ายไหว หนังสือก็ต้องกลับไปเป็นหนังสืออีกครั้ง และต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยสิ่งที่อยู่ในเล่มจริงๆ
การวางขายเฉพาะในเครือร้านเดียวก็เป็นการตัดสินใจแบบเดียวกับตัวหนังสือ คือจงใจให้ต้องเดินไปหา ไม่ใช่ให้มาถึงมือเอง
ที่มา: ประกาศจากสำนักพิมพ์ Two Virgins ผ่าน PR TIMES
Photo credit: ภาพประชาสัมพันธ์จาก Two Virgins และ Maruzen Junkudo via PR TIMES
ชวนดูของในเว็บ

ซีนทำมือ เล่มเล็ก รวมงานวาด สิ่งพิมพ์เล่มเล็กที่ทำจำนวนน้อย เป็นญาติห่างๆ ของหนังสือที่พิมพ์ครั้งเดียวแล้วหายไปจากชั้น
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด