วิธีทำ revival ตามตำราคือเอาตัวอย่างตัวพิมพ์เก่ามาวางข้างจอ แล้ววาดตามให้ใกล้ที่สุด แต่ Sleight ฟอนต์ตัวใหม่ของ James Plattner ไม่ได้เริ่มแบบนั้น เขาเริ่มจากการนึกถึงฟอนต์เก่าตัวหนึ่งที่เคยเห็น แล้ววาดออกมาจากความจำ

ฟอนต์ที่เขานึกถึงคือ Taylor Gothic ของโรงหล่อ ATF ที่ Joseph Phinney ออกแบบไว้ตั้งแต่ปี 1897 พอวาดจากความจำเสร็จแล้วเอาไปเทียบกับของจริง สิ่งที่รอดมาเหลือแค่ไม่กี่อย่าง คือท่าทางที่เอวสูงผิดปกติ กับตัว t ที่ขีดขวางหายไปครึ่งซ้าย ที่เหลือกลายเป็นของใหม่หมด
ตัวหนาคือแปรงสองที ตัวบางคือแปรงทีเดียว
Plattner เป็นทั้งคนออกแบบตัวพิมพ์และคนเขียนป้าย เขาเลยไม่ได้วาด Sleight ด้วยตรรกะของเส้นเรขาคณิต แต่วาดด้วยตรรกะของแปรง เส้นหนาในตัวอักษรคือรอยแปรงสองที เส้นบางคือทีเดียว ซึ่งเป็นวิธีเขียนป้ายแบบ thick and thin ที่ช่างเขียนป้ายใช้กันมานาน

ผลของมันไปโผล่ที่รายละเอียดเล็ก ๆ ปลายเส้นโค้งของ C G S จะบานออกนิดหนึ่งจนเกือบเป็นเซริฟ นั่นคือร่องรอยตอนแปรงแบนบิดตัว แล้วทิ้งขอบด้านนอกไว้เป็นเส้นตรงเป๊ะ ส่วนขาของ R กับ K โค้งลากออกไปแบบที่เขาเรียกว่างวงช้าง ซึ่งยืมมาจากงานเลตเตอริงยุคอาร์ตนูโว
เราชอบตรงที่มันไม่ลงรอยกัน ขาโค้งนิ่ม ๆ พวกนั้นอยู่ในตัวอักษรที่มุมอื่นคมกริบ ปกติดีไซเนอร์จะเลือกทางใดทางหนึ่งเพื่อให้ฟอนต์ดูเป็นเอกภาพ แต่ตัวนี้เก็บทั้งสองอย่างไว้ แล้วปล่อยให้มันเถียงกันอยู่ในคำเดียว

ยี่สิบแปดสไตล์ที่ตั้งใจให้ตัวโต
ครอบครัวนี้มีสี่ความกว้าง Condensed Narrow Regular Expanded คูณกับเจ็ดน้ำหนักตั้งแต่ Thin ถึง Heavy รวมเป็น 28 สไตล์ ใครซื้อทั้งชุดจะได้ฟอนต์แปรผันไปด้วย
เขาบอกตรง ๆ ว่าตั้งใจทำมาเป็นฟอนต์พาดหัว ปลายเส้นคมกับระยะห่างที่ชิดจะทำงานได้ดีตอนตัวโต ส่วนน้ำหนักบางจะอ่านง่ายกว่าตอนตัวเล็ก เพราะช่องเปิดกว้างกว่าและระยะห่างหลวมกว่า การบอกข้อจำกัดตัวเองแบบนี้หายากพอสมควรในหน้าขายฟอนต์

x-height สูงทำให้เวลาเรียงบรรทัดชิด ๆ ช่องว่างระหว่างบรรทัดแทบไม่เหลือ ซึ่งเป็นลุคที่โปสเตอร์กับปกอัลบั้มชอบใช้กันตอนนี้ ส่วนชุดตัวอักษรสำรองมีสองชุด ชุดแรกเปลี่ยนขา K R k ที่โค้งให้กลายเป็นขาตรง ชุดที่สองยกยอดตัว M ให้สูงเต็มความสูงตัวใหญ่ กดปุ่มเดียวบุคลิกก็เปลี่ยนไปคนละอารมณ์

สิ่งที่ทำให้ Sleight ต่างจากงานฟื้นฟูตัวพิมพ์ทั่วไป ไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์อย่างเดียว แต่อยู่ที่วิธีเริ่ม การวาดจากความจำแปลว่ายอมให้ตัวเองจำผิด และรอยจำผิดนั้นแหละที่กลายเป็นตัวฟอนต์ คล้ายกับที่ Rempart ของ Douglas Hayes ไม่ได้ก็อป Vendôme กลับมา แต่ไปหยิบเอาความเพี้ยนตอนพิมพ์มาเป็นตัวตนแทน
Sleight ปล่อยเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา รองรับภาษาละตินราวยี่สิบห้าภาษา ขายผ่าน Plattner Type โรงหล่ออิสระของ Plattner เอง
คำถามที่ค้างอยู่คือถ้าเราจำของเก่าได้ไม่ครบ แล้ววาดส่วนที่ขาดขึ้นมาเอง ของที่ได้ยังนับเป็นการฟื้นฟูอยู่หรือเปล่า หรือมันคือของใหม่ที่บังเอิญมีพ่อแม่
อ้างอิง: Plattner Type, Typecache
Photo credit: Plattner Type
ชวนดูของในเว็บ

Inspo Gone Creativity Tee เสื้อที่เอาตัวอักษรมาวางเป็นพระเอกทั้งตัว เหมือนป้ายเดินได้ ซึ่งเป็นที่ทางที่ฟอนต์พาดหัวแบบนี้ชอบไปอยู่
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


