Picaflor เป็นฟอนต์ตัวพาดหัวที่ Ariel Martín Pérez ออกแบบให้นิตยสาร Cercle ฉบับดอกไม้เมื่อปี 2021 และเผยแพร่ผ่าน Tunera Type Foundry ตัวอักษรสูงผอม มีทั้งเส้นหนากับเส้นบางมากอยู่ในตัวเดียวกัน แต่ลองไล่ดูตัวเลือกให้ครบ จะเจอตัวที่มีเส้นพาดผ่าน มีขางอกออกมา และมีส่วนโค้งที่ดูเหมือนเขียนด้วยปากกา เราชอบตรงที่มันยังอ่านเป็นตัวหนังสือได้ แม้บางตัวจะเริ่มออกอาการซนแล้วก็ตาม

งานนี้มีโจทย์ใช้งานจริงตั้งแต่ต้น Cercle ฉบับที่ 9 ใช้ฟอนต์ทั้งบนปกและหน้าด้านใน โดย Cercle Studio ออกแบบนิตยสาร เล่มภาษาอังกฤษมี 140 หน้า ขนาด 20 × 26.5 เซนติเมตร จึงมีที่ให้ตัวหนังสือเปลี่ยนขนาดและเปลี่ยนหน้าตาไปตามเนื้อหา ไม่ได้จบแค่การพิมพ์ชื่อฟอนต์โชว์บนพื้นขาว
ชื่อฉบับคือ Flowers แต่ตัวอักษรไม่ได้วาดเป็นดอกไม้ตรงๆ Pérez อธิบายว่าเขาใช้โครงแบบ Didone ของฝรั่งเศส ผสมกับลักษณะตัวหนังสือพื้นถิ่นของสเปน ถ้าพูดให้ง่ายกว่านั้น ส่วนหนึ่งคือเส้นตั้งที่หนาและเส้นเชื่อมที่บาง อีกส่วนคือเส้นโค้งกับปลายที่เขียนออกนอกทรงปกติได้เยอะกว่าเดิม

ชื่อเดียว แต่เลือกหน้าตาได้หลายแบบ
เพื่อนๆ ลองดูแผ่นรวมตัวอักษรด้านบน ตัวเดียวกันมีให้เลือกหลายรูป บางตัวดูเรียบร้อย บางตัวมีเส้นขวางยื่นผ่านเพื่อนข้างๆ หรือเปลี่ยนส่วนปลายจนเกือบเหมือนเครื่องหมายอีกชนิด เวลาเอาไปตั้งชื่อบนโปสเตอร์ เราว่าแค่เปลี่ยนตัวเด่นสักตัวก็พอแล้ว ถ้าเปลี่ยนทุกตัวพร้อมกันอาจอ่านเหนื่อยเกินไป
ในแผ่นตัวอย่างมีการวางข้อความสองคอลัมน์เทียบชุดรูปตัวอักษร 02 กับ 04 ให้เห็นว่าข้อความเดียวกันเปลี่ยนบุคลิกได้แค่ไหน คำว่า stylistic set ที่อยู่บนภาพหมายถึงชุดตัวอักษรทางเลือกเหล่านี้ คนออกแบบจึงเลือกได้ว่าจะเอาทรงที่คุ้นตา หรือเพิ่มตัวที่มีลูกเล่นเข้าไปในคำ

เราชอบวิธีโชว์แบบนี้ เพราะได้เห็นผลกับประโยคยาวจริงๆ ตัวที่สวยตอนอยู่เดี่ยวๆ อาจแน่นเกินไปเมื่อเรียงติดกันหลายคำ แผ่นตัวอย่างเลยมีประโยชน์กว่าการดูแค่ชื่อฟอนต์ตัวใหญ่ ถ้าเพื่อนๆ จะใช้กับชื่อแบรนด์ ลองพิมพ์ชื่อเต็มก่อนค่อยตัดสินใจ ตัวอักษรที่ชอบอาจไม่ได้อยู่ในชื่อที่จะใช้ก็ได้ (เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด)
มี 7 ขนาดทางสายตา และรุ่น variable
เว็บไซต์ของผู้ออกแบบระบุว่า Picaflor มี 7 optical sizes พร้อมรุ่น variable คำว่า optical size หมายถึงการปรับรูปตัวอักษรให้เหมาะกับขนาดที่นำไปใช้ เช่น สัดส่วนของเส้นหนาบาง ไม่ได้หมายความว่าฟอนต์พิมพ์ได้แค่ 7 ขนาด เวลาเลือกใช้จึงควรดูว่ารูปทรงแบบไหนอ่านได้ดีในงานจริงด้วย

ฟอนต์แบบนี้เหมาะกับการลองขยายให้ใหญ่ เส้นบางจะเห็นชัดขึ้น และตัวอักษรทางเลือกมีที่พอให้แสดงรูปทรง แต่ถ้าเอาไปย่อเป็นข้อความใต้ภาพบนมือถือ เราว่าควรตรวจอีกที โดยเฉพาะข้อความสีอ่อนบนพื้นสว่าง ต่อให้รูปทรงสวยแค่ไหน ถ้าต้องเพ่งอ่านก็ใช้งานลำบากอยู่ดี
ตัวเลขก็มีบุคลิกชัด แผ่นที่เรียงเลขเต็มหน้าดูแน่นมาก ทั้งส่วนโค้งของเลขกับเส้นเฉียงเบียดกันจนเกือบกลายเป็นลาย เรามองว่าถ้าเลือกใช้แค่ปีหรือวันที่บนโปสเตอร์ก็น่าจะสนุกแล้ว ส่วนข้อมูลที่ต้องอ่านเร็ว เช่น เวลาและสถานที่ ควรเว้นระยะให้สบายกว่าภาพตัวอย่าง

ถ้าเทียบกับ Tapeface ที่ให้คน 27 คนช่วยกันแปะเทปสร้างตัวอักษร Picaflor เริ่มจากการวาดและเลือกทรงตัวหนังสืออีกวิธีหนึ่ง ทั้งคู่มีตัวตนชัดมาก สำหรับเรา งานที่ใช้ฟอนต์แบบนี้ไม่ต้องใส่ของเพิ่มจนเต็มหน้า แค่เลือกคำให้ดีแล้วปล่อยให้ตัวอักษรใหญ่พอก็น่าลองแล้ว

Picaflor รุ่นสาธารณะแรกเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด และดาวน์โหลดได้จาก Tunera ภายใต้ SIL Open Font License หน้าโรงหล่อระบุว่าใช้ แจกจ่าย และแก้ไขได้ พร้อมขอให้เครดิตโรงหล่อกับผู้ออกแบบ เราว่าเหมาะกับชื่อหนังสือหรือโปสเตอร์ที่มีข้อความสั้นๆ มากกว่าบทความยาว ลองกับคำที่จะใช้จริงก่อน จะเห็นเร็วเลยว่าชอบมันแค่ไหน
ดูผลงานของ Ariel Martín Pérez และดาวน์โหลดจาก Tunera Type Foundry
อ้างอิง: หน้าโครงการของ Ariel Martín Pérez, หน้าฟอนต์ของ Tunera Type Foundry และ ข้อมูล Cercle ฉบับที่ 9 จาก Slanted
Photo credit: Ariel Martín Pérez / Tunera Type Foundry ผ่าน Fontesk
งานดอกไม้อีกชิ้นบนกระดาษ

โปสการ์ด Floral Childlike Art เป็นงานดอกไม้บนกระดาษอีกแบบ สำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบธีมดอกไม้ของนิตยสารต้นทางและอยากเก็บเป็นภาพใบเล็ก
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


