คำว่า GLOBAL DISCO บนโปสเตอร์แทบไม่เหลือช่องให้ตัวอักษรข้าง ๆ หายใจ ฟอนต์ Blimp ทำให้คำสั้น ๆ ดูเหมือนลูกโป่งที่กำลังเบียดกันอยู่ในกรอบ เราเห็นก้อนสีส้มก่อน แล้วค่อยอ่านว่าเป็นงานอะไร แค่ชื่อเพลงหรือแนวดนตรีก็กลายเป็นภาพหลักได้ โดยไม่ต้องเอารูปนักดนตรีมาวางตรงกลางเสมอไป

Blimp ออกแบบโดย Andrew Bellamy แห่ง Otherwhere Collective เป็นฟอนต์สำหรับข้อความเด่นที่ปรับรูปทรงได้ ความพองไม่ได้ติดมากับหน้าตาแบบเดียวให้เลือกใช้ตายตัว แต่มีช่วงให้ค่อย ๆ เพิ่ม ลด และขยับตำแหน่งตัวอักษร นี่เป็นงานทดลองที่มีชีวิตอยู่บนหน้าจอได้พอ ๆ กับบนโปสเตอร์ และเคยได้รับ Graphite Pencil จาก D&AD ในปี 2024
พองขึ้นได้ แต่ไม่จำเป็นต้องลอยพร้อมกัน
โรงหล่อแยกการปรับออกเป็นสามแกน Pump เพิ่มความอวบของตัวอักษร Bobble ขยับแต่ละตัวขึ้นลงรอบเส้นบรรทัด ส่วน Float ยกตัวอักษรให้ลอยสูงขึ้นในระดับและอัตราที่ไม่เท่ากัน พอแยกกันแบบนี้ เราจึงเลือกได้ว่าจะให้คำแค่หนาขึ้น หรือดูเหมือนเริ่มหลุดจากแถวที่เคยเรียงไว้

ลองนึกถึงหัวโปสเตอร์ที่ชื่อวงยังอยู่นิ่ง แต่คำบอกแนวดนตรีค่อย ๆ พองขึ้นตามจังหวะ ความหมายของข้อความไม่ได้เปลี่ยน ท่าทางของมันต่างหากที่เปลี่ยน ตัวอย่างนี้เป็นวิธีที่เราอาจนำฟอนต์ไปใช้ ส่วนหน้าผลงานของโรงหล่อมีการสาธิตใช้เสียงควบคุมแกนอยู่จริง ทำให้การอ่านกลายเป็นสิ่งที่คนดูเข้าไปเล่นด้วยได้
จุดที่ควรแยกให้ออกคือ ไฟล์ฟอนต์ปรับรูปทรงได้กับงานที่เคลื่อนไหวเสร็จแล้วเป็นคนละขั้น นักออกแบบยังต้องกำหนดว่าจะเปลี่ยนค่าเมื่อไร เร็วแค่ไหน และหยุดตรงไหน ถ้าให้ทุกตัวขยับตลอดเวลา คนดูอาจจำได้ว่ามันดิ้น แต่จำชื่อวงไม่ได้ การหยุดจึงเป็นส่วนหนึ่งของจังหวะด้วย

ตัวเดิมสองตัว ไม่ต้องยืนเหมือนกันเป๊ะ
ในแผ่นตัวอย่างที่เรียง AA BB CC ต่อกัน แต่ละคู่ไม่ได้ดูเหมือนปั๊มตัวเดิมซ้ำสองครั้ง บางคู่เอนเข้าหากัน บางคู่มีระดับสูงต่ำต่างกัน รายละเอียดนี้ช่วยลดความแข็งของการเรียงพิมพ์ โดยยังทำให้เราอ่านออกว่าเป็นอักษรอะไร ความไม่เท่ากันถูกเตรียมไว้ในระบบ ไม่ต้องลากแก้ทีละตัวทุกครั้ง

เมื่อมองตัวอักษรดำเป็นก้อน จะเห็นว่าช่องว่างข้างในเหลือเล็กมาก ตรงนี้ทำให้ Blimp มีแรงดึงสายตา แต่ก็มีราคาที่ต้องจ่าย ถ้าเอาไปย่อเป็นข้อความยาวบนจอเล็ก ช่องเหล่านั้นอาจแยกยากขึ้น สำหรับเรา มันจึงเหมาะจะรับหน้าที่คำที่คนต้องเห็นก่อน แล้วปล่อยรายละเอียดให้อีกฟอนต์ช่วยพูดต่อ
บนโปสเตอร์ ZeyZey ที่ออกแบบโดย Réplica คำก้อนใหญ่ทำงานร่วมกับตัวแคบสูงและข้อความขนาดเล็ก ชื่อแนวดนตรีกินพื้นที่มาก ขณะที่วัน เวลา และชื่อคนเล่นถูกจัดไว้ตามช่องที่เหลือ ดูแล้วรู้ว่าคนออกแบบไม่ได้แค่เลือกฟอนต์สนุก แต่จัดว่าแต่ละข้อมูลควรส่งเสียงดังแค่ไหนด้วย
ภาพนิ่งก็มีจังหวะของมัน
สีส้มบนพื้นฟ้า หรือสีเขียวบนพื้นม่วงอ่อน ทำให้โปสเตอร์ชุดเดียวกันเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็ว ส่วนความพองช่วยผูกแต่ละใบไว้ด้วยกัน เราไม่จำเป็นต้องอ่านครบทุกบรรทัดถึงจะรู้สึกว่ามันอยู่ในกลุ่มเดียวกัน นี่เป็นประโยชน์ของการมีรูปทรงที่จำง่าย โดยเฉพาะงานดนตรีที่เปลี่ยนชื่อศิลปินและโปรแกรมอยู่เรื่อย ๆ

อีกด้านหนึ่งของ Blimp คือแบบเส้นขอบ ภาพตัวเลขที่ระบายสีเลยออกมานอกเส้นทำให้ตัวพิมพ์ดูเหมือนกระดาษที่ผ่านมือคนมาแล้ว เราชอบที่เส้นไม่ต้องทำหน้าที่เป็นรั้วให้สีอยู่ข้างในเสมอ มันเป็นโครงให้ลองเติมอะไรลงไปได้ และความเรียบร้อยก็ไม่ใช่คำตอบเดียวของงานนี้
ถ้าเคยอ่านเรื่อง Bibubator ที่พาตัวอักษรไปเป็นชิ้นไม้ จะเห็นคำถามร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง พอเราเลิกมองตัวหนังสือเป็นแค่ตัวกลางส่งข้อความ มันก็มีน้ำหนัก มีพื้นที่ และชวนให้เราจินตนาการว่าจะจับหรือขยับมันอย่างไรได้ แม้สิ่งที่เห็นตรงหน้าจะยังเป็นภาพบนจอก็ตาม

บางคำอาจเหมาะกับการยืนตรง บางคำอาจต้องเบียดกันสักหน่อยถึงจะฟังดูเป็นตัวเอง เหลือแค่ว่าในพื้นที่เล็ก ๆ ของโปสเตอร์ เราอยากให้คนอ่านรู้สึกอะไร ก่อนที่เขาจะอ่านจบคำแรก
ดูฟอนต์และตัวทดลองได้ที่ Otherwhere Collective
อ้างอิง: รายละเอียดและแกนปรับ Blimp · ผลงาน OC Blimp ใน D&AD 2024 · ข้อมูลผู้ออกแบบจาก MyFonts
Photo credit: Otherwhere Collective ผ่าน D&AD · โปสเตอร์ ZeyZey ออกแบบโดย Réplica
ตัวหนังสือที่ออกไปอยู่บนเสื้อ

Inspo Gone Creativity Tee พาความชอบงานกราฟิกจากหน้าจอมาอยู่บนเสื้อ เป็นอีกพื้นที่ให้ข้อความได้ทำหน้าที่เป็นภาพในชีวิตประจำวัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


