ช่องว่างในตัวอักษรอาจเป็นส่วนที่เรามองผ่านเร็วที่สุด แต่ฟอนต์ Bibubator ชวนให้หยุดตรงนั้นอีกนิด เนื้อตัวหนา ๆ กับช่องด้านในไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบเดียวกันเสียทีเดียว บางส่วนดูแข็ง บางส่วนดูนุ่ม พออยู่ในคำเดียวกัน เราเลยเห็นทั้งความหนักแน่นและความขี้เล่น โดยไม่ต้องมีภาพประกอบมาช่วยบอกอารมณ์

Bibubator เป็นงานของ Zhenya Spizhovyi นักออกแบบชาวยูเครน ภายใต้ชื่อ Spizh และมีรุ่นระหว่างพัฒนาอยู่บน Future Fonts งานเริ่มจากการย้อนดูวัยเด็กในเคียฟช่วงทศวรรษ 1990 เมืองที่เขาจำได้มีทั้งความดิบของสิ่งแวดล้อมแบบอุตสาหกรรมและวัฒนธรรมตะวันตกที่เข้ามาในช่วงเปลี่ยนผ่าน ความทรงจำสองฝั่งนี้กลายเป็นโจทย์เรื่องรูปทรง มากกว่าจะเป็นภาพย้อนอดีตตรง ๆ
เขาไม่ได้หยุดอยู่ที่ไฟล์ฟอนต์ด้วย แต่ทำชุดไม้ประกอบขึ้นมาอีกชุด ใช้ชิ้นส่วนสิบแบบสร้างตัวอักษรละตินพิมพ์ใหญ่ได้ครบ เมื่อเห็นว่าระบบตัวอักษรออกจากจอมาให้จับได้จริง คำว่าเล่นกับฟอนต์ก็เริ่มมีความหมายอีกอย่าง เราไม่ได้เลือกแค่ขนาดหรือน้ำหนัก แต่ต้องลองวางชิ้นส่วนให้มันกลายเป็นตัวที่อ่านออก

ความนุ่มไม่ได้อยู่ที่ขอบมนอย่างเดียว
ในบันทึกกระบวนการของเขา จุดเริ่มต้นคืองานเขียนตัวอักษรและการแกะเสื่อน้ำมัน การแกะตัวเล็ก ๆ ช่วยบังคับให้ตัดรายละเอียดออก ต่อมาเขาลองดูว่าตัวอักษรดิจิทัลเสียรูปอย่างไรเมื่อพิมพ์เล็กมาก แล้วใช้สิ่งที่เจอไปคิดเรื่องปลายเส้นและเชิงตัวอักษร ความคลาดเคลื่อนจากวัสดุและการพิมพ์จึงมีส่วนช่วยตัดสินใจด้วย
แต่สิ่งที่ดูดีตอนวาดมือไม่ได้รอดเสมอเมื่อกลายเป็นฟอนต์ เขาพบว่าความมีชีวิตของเส้นเขียนหายไปตอนแปลงเป็นเส้นเวกเตอร์ ขณะเดียวกัน รูปที่ชอบบนกระดาษกลับดูเด็กเกินไปเมื่อเรียงเป็นข้อความ ปัญหานี้คุ้นดีสำหรับคนทำกราฟิก ตัวเดียวอาจสวย แต่พออยู่กับเพื่อนอีกสิบตัว บุคลิกกลับเปลี่ยนไปเลย

ทางที่เขาเลือกคือขยับไปทางฟอนต์สำหรับข้อความเด่น และให้เนื้อตัวอักษรทำงานคู่กับช่องว่างภายใน น้ำหนัก Bold เป็นส่วนที่เขาใช้เวลามากที่สุด ก่อนจะขยายระบบไปสู่น้ำหนักอื่น ถ้าอยากลองอ่านงานนี้ให้ช้าลง ลองมองพื้นที่ว่างก่อนเส้นสีดำ เราจะเริ่มเห็นว่าการทำให้ตัวอักษรดูนุ่ม ไม่จำเป็นต้องทำทุกมุมให้มนเท่ากัน
ชุดหลักมี Regular, Bold และ Black โดยหน้า Type Directors Club ระบุว่ามีรูปแบบ variable ด้วย Regular คิดเผื่อข้อความขนาดเล็ก ส่วน Bold เน้นความต่างของรูปทรงกับช่องว่าง และ Black ให้บุคลิกที่นุ่มและขี้เล่นขึ้น น้ำหนักจึงไม่ได้เปลี่ยนแค่ปริมาณหมึก แต่เปลี่ยนระดับความเป็นกันเองของคำที่เราอ่านด้วย

พอเป็นชิ้นไม้ เราต้องมองตัวอักษรใหม่
ชุดประกอบมีต้นแบบมาจากน้ำหนัก Bold สำหรับผู้ออกแบบ มันเชื่อมกับความคิดเรื่องการก่อร่างประเทศและตัวตนที่กำลังเติบโต แต่ในระดับการใช้งาน มันก็เป็นเกมสร้างสรรค์ที่เข้าใจได้โดยไม่ต้องรู้ประวัติทั้งหมด มีชิ้นส่วนอยู่ตรงหน้า แล้วเราจะเอามันมาต่อเป็นอะไรได้บ้าง
มีช่วงหนึ่งที่เขาต้องเลือกระหว่างทำตัวเอียงต่อกับสร้างชุดประกอบจริง เขาเลือกอย่างหลังเพราะมันทำให้สนุกกว่า รายละเอียดนี้บอกอะไรกับวิธีทำงานได้มากพอสมควร ฟอนต์หนึ่งชุดไม่จำเป็นต้องเติบโตด้วยการเพิ่มรูปแบบไปเรื่อย ๆ บางครั้งการลองใช้วัสดุอีกชนิดก็ช่วยให้เห็นระบบที่กำลังออกแบบชัดขึ้น

ถ้ามองในฐานะคนจัดหน้า ผมอยากลองมันกับชื่อกิจกรรมหรือคำสั้น ๆ ที่มีพื้นที่ให้เห็นช่องด้านในชัด ๆ ก่อน แล้วค่อยทดสอบข้อความรองแยกต่างหาก นี่เป็นข้อเสนอในการลองใช้ ไม่ใช่ตัวอย่างลูกค้าจริงของฟอนต์ และถ้าจัดคู่กับภาษาไทย ก็ควรลองกับข้อความที่จะใช้จริง เพราะจังหวะของสองชุดตัวอักษรต้องอยู่ด้วยกันได้ด้วย
มันต่อบทสนทนากับฟอนต์ FC Filter ที่เปิดให้ขยับโครงเส้นได้ในแง่ที่ว่า ตัวอักษรยังเป็นพื้นที่ให้คนใช้ทดลองต่อ สำหรับ Bibubator การทดลองนั้นมีทั้งบนจอและบนโต๊ะ เมื่อเราต่อชิ้นส่วนจนอ่านออกแล้ว อาจยังมีรูปอื่นที่อยากลองวางต่อ โดยไม่จำเป็นต้องรีบตั้งชื่อให้มัน
ติดตามผลงานของผู้ออกแบบได้ที่ Zhenya Spizhovyi บน TypeMedia และ Spizh บน Future Fonts
อ้างอิง: บันทึกกระบวนการ Bibubator บน TypeMedia 2024 และ ข้อมูลผลงานจาก Type Directors Club
Photo credit: Zhenya Spizhovyi / TypeMedia 2024 และ Spizh / Future Fonts
กราฟิกที่ออกมาอยู่บนของใช้

Inspo Gone Creativity Tee เป็นอีกชิ้นที่พางานกราฟิกออกจากหน้าจอมาอยู่บนสิ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


