ขาของตัว A มีทั้งสีส้ม น้ำเงิน และเขียว บางแถบเลยออกจากโครง บางแถบถูกสีอื่นทับจนเหลือให้เห็นนิดเดียว ฟอนต์ Tapeface เก็บรอยเหล่านี้ไว้ พร้อมชื่อคนที่มีส่วนสร้างตัวอักษรอยู่ข้าง ๆ เราจึงเห็นทั้งตัว A และมือหลายคู่ที่เคยเข้ามาเปลี่ยนหน้าตาของมัน ไม่มีใครได้ตัดสินใจอยู่คนเดียวจนจบ

Varada Rege นักออกแบบที่เกิดในมุมไบและทำงานในลอนดอน เริ่มโครงการนี้จากความสงสัยเรื่องคนทำฟอนต์ เราใช้ตัวอักษรร่วมกันอยู่แล้ว แต่ขั้นตอนออกแบบมักอยู่ในมือคนกลุ่มเล็ก เธอเลยจัดเวิร์กช็อปที่ให้ผู้ร่วมงาน 27 คนสร้างชุดตัวอักษรด้วยเทป คนละสี และปล่อยให้สิ่งที่แต่ละคนทำเข้าไปอยู่ในงานของคนอื่นด้วย
กติกาคือหมุนแผ่นงานทุก 30 วินาที เติมเทป แล้วส่งต่อ แค่เวลาสั้น ๆ นี้ก็เปลี่ยนวิธีคิดไปพอสมควร เราไม่มีเวลานั่งเก็บเส้นจนพอใจ และพอส่งกระดาษออกจากมือ คนถัดไปก็อาจเพิ่มอะไรที่เราไม่ได้วางแผนไว้ ตัวอักษรจึงค่อย ๆ เกิดจากการรับช่วง มากกว่าการทำตามภาพในหัวของใครคนหนึ่ง

เทปหนึ่งแถบทำได้แค่ไหน
ลองมองตัว A ในภาพแรกอีกที แถบแนวนอนที่เราใช้จำตัวอักษรยังอยู่ แต่ไม่ได้สะอาดหรือเสมอกันตลอดเส้น ปลายเทปบางช่วงขรุขระ ส่วนขาสองข้างก็มีสีและความหนาแน่นต่างกัน เราอ่านมันได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ทุกชิ้นเข้าที่เสียก่อน ความไม่เรียบร้อยตรงนี้จึงไม่ได้ลบหน้าที่ของตัวอักษรออกไปทั้งหมด
ถ้าให้ดินสอ คนทำอาจค่อย ๆ ลากเส้นโค้งตามมือ แต่เทปมีความกว้างของมันเอง มีขอบ และมีทิศทางที่ต้องเลือก เราจะวางเฉียง พับ ฉีก หรือเอาอีกแถบมาทับก็ได้ ทุกการตัดสินใจทิ้งร่องรอยไว้ให้คนถัดไปเห็น วัสดุไม่ได้เป็นแค่ผิวตกแต่งหลังออกแบบเสร็จ มันเข้ามากำหนดรูปร่างตั้งแต่ต้น

ชื่อผู้ร่วมสร้างที่วางข้างตัว A ก็ทำให้เรามองภาพนี้ต่างจากโปสเตอร์ฟอนต์ทั่วไป ปกติเรามองหาชื่อผู้ออกแบบใต้ภาพแล้วก็ผ่านไป แต่ตรงนี้ชื่อหลายคนเข้ามาอยู่ใกล้ชิ้นส่วนของตัวอักษร งานที่เห็นเป็นคำเดียวจึงมีหลายคนอยู่ข้างในจริง ๆ ไม่ใช่แค่รายชื่อขอบคุณตอนท้าย
พอทุกคนเติมได้ ใครจะเป็นคนตัด
ขั้นต่อมาที่เรียกว่า Tapeface 02 เปลี่ยนบทบาทของผู้ร่วมงานให้เป็นคนเลือก พวกเขาลากตามเฉพาะส่วนที่คิดว่าทำให้ตัวอักษรนั้นใช้การได้ จากที่เคยเพิ่มชั้นของเทป ก็ต้องกลับมาพิจารณาว่าส่วนไหนควรเหลืออยู่ การเลือกครั้งนี้เปิดให้เห็นความต่างอีกแบบ คนที่มองแผ่นเดียวกันอาจเห็นโครงของตัวอักษรคนละชุด

สำหรับเรา จุดนี้ทำให้โครงการไปไกลกว่าการเอาของใช้มาทำตัวหนังสือ เพราะคนทำต้องเลือกด้วยว่าจะยอมเสียอะไร ถ้าเก็บทุกแถบไว้ ภาพอาจจำยาก แต่ถ้าตัดจนเหลือโครงเรียบร้อย ร่องรอยของคนอื่นก็อาจหายไปด้วย ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกตัว และความอ่านง่ายก็ไม่ได้เกิดขึ้นเองเพียงเพราะทุกคนช่วยกันทำ
เรื่องของชิ้นส่วนกับตัวอักษรเคยปรากฏใน Bibubator ที่เปลี่ยนช่องว่างให้เป็นชุดไม้ต่อคำ ส่วน Tapeface ทำให้เราเห็นอีกปัญหา เมื่อชิ้นส่วนหนึ่งถูกวางทับของอีกคน การจัดรูปทรงก็กลายเป็นการอยู่ร่วมกับการตัดสินใจที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนเริ่ม

ถ้ามองในฐานะคนจัดหน้า เราอยากเห็นตัวอักษรแบบนี้ได้พื้นที่ใหญ่พอให้มองรอยต่อออก ชื่อสั้นบนโปสเตอร์หรือหน้าปกน่าจะเปิดทางให้มันทำงานได้มากกว่าข้อความยาว พอมีสีและรายละเอียดอยู่ในคำเยอะแล้ว ข้อมูลรอบข้างอาจต้องเบาลงหน่อย เพื่อให้คนยังรู้ว่าควรอ่านอะไรก่อน นี่เป็นข้อสังเกตจากภาพผลงาน ไม่ใช่ผลทดสอบไฟล์ฟอนต์
โครงการนี้ไม่ได้ทำให้ความรู้เรื่องการออกแบบตัวอักษรหมดความจำเป็น แต่แยกช่วงเริ่มต้นออกมาให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น คนที่ยังใช้โปรแกรมฟอนต์ไม่เป็นก็เริ่มเลือกสัดส่วน ทิศทาง และช่องว่างได้จากเทปในมือ ก่อนจะมีใครนำสิ่งเหล่านั้นไปจัดการต่อในขั้นตอนที่ละเอียดกว่า

เวลามองตัว A ที่ยังมีเทปยื่นเกินอยู่ เราอาจอยากขยับมันให้ตรง แต่พอเห็นชื่อคนที่ร่วมทำอยู่ข้าง ๆ ความอยากแก้ก็มีเรื่องให้คิดเพิ่มอีกนิด รอยที่เรากำลังจะเอาออก อาจเป็นส่วนที่คนก่อนหน้าเพิ่งตั้งใจวางลงไป
ผลงานและโครงการอื่นของผู้ออกแบบอยู่ที่ Varada Rege
อ้างอิง: คำอธิบายโครงการบนเว็บไซต์ Varada Rege และ บทสัมภาษณ์เรื่อง Tapeface โดย Paul Moore ใน It’s Nice That เผยแพร่ 6 ตุลาคม 2025
Photo credit: Varada Rege / Tapeface, 2025 ผ่าน It’s Nice That
เสื้อสำหรับวันที่อยากลองทำอะไรเอง

Inspo Gone Creativity Tee เสื้อจากร้าน Portjolio ที่ชื่อชวนให้นึกถึงช่วงหยิบเทปลงมือทำ ก่อนจะรู้ว่างานจะออกมาเป็นแบบไหน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


