ในตัวอักษรชุดหนึ่ง ตัว b กับตัว d ยืนอยู่คนละมาตรฐานกัน ตัวหนึ่งเป็นตัวพิมพ์เล็กที่มีขาชี้ขึ้น อีกตัวเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ที่ถูกย่อลงมา คนที่ออกแบบรู้ตัวดีว่ามันไม่เข้ากัน และเขียนอธิบายเอาไว้ด้วยว่าทำไมถึงยอม

ฟอนต์ชุดนั้นชื่อ Peignot ออกแบบโดย A.M. Cassandre ให้โรงหล่อตัวพิมพ์ Deberny et Peignot ที่ปารีส พิสูจน์อักษรชุดแรกเสร็จวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1937 และเป็นฟอนต์ที่ตั้งใจจะยกเลิกตัวพิมพ์เล็กออกจากการอ่านทั้งระบบ

ตัวอย่างการใช้ฟอนต์ Peignot บนสิ่งพิมพ์ยุค 1937
ภาพ: Deberny et Peignot archive via Production Type

ข้อโต้แย้งที่มาก่อนตัวอักษร

Cassandre เป็นนักออกแบบโปสเตอร์ก่อนจะมาเป็นนักออกแบบตัวพิมพ์ เขาไม่ได้เริ่มจากการวาดตัวอักษรให้สวย แต่เริ่มจากข้อโต้แย้งว่าตัวพิมพ์เล็กเป็นของที่เสื่อมสภาพมาจากตัวพิมพ์ใหญ่ เกิดจากมือของอาลักษณ์ที่คัดลอกเร็วๆ ต่อกันมาหลายร้อยปีจนรูปเปลี่ยน

งานค้นคว้าของ Jean Mallon นักอ่านจารึกที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Arts et Métiers Graphiques ช่วงปี 1935 ถึง 1939 หนุนความคิดนี้ Mallon ชี้ว่าตัวอักษรอย่าง c i o s u v x y มีรูปเหมือนกันทั้งพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็กอยู่แล้ว ความต่างที่เหลือจึงเป็นมรดกของการเขียนด้วยมือ ไม่ใช่ของการพิมพ์

หน้าจากสมุดตัวอย่างตัวพิมพ์ Peignot ปี 1937
ภาพ: Deberny et Peignot archive via Production Type

Cassandre เลยหันไปดูตัวอักษรกึ่งอันเชียลของยุคกลาง ซึ่งผสมรูปพิมพ์ใหญ่กับพิมพ์เล็กอยู่ในบรรทัดเดียวกัน แล้วสร้างชุดตัวอักษรที่เขาเรียกว่าหลายกรณี คือเอาตัวพิมพ์ใหญ่ขนาดเล็กมาใช้แทนตัวพิมพ์เล็กเกือบทั้งชุด เหลือไว้แค่ขาขึ้นขาลงของ l b f h k p q y เพราะรู้ว่าสายตาคนอ่านต้องการจุดสังเกตในคำ

การเปรียบเทียบโครงสร้างตัวอักษรของ Peignot กับตัวพิมพ์แบบเดิม
ภาพ: Deberny et Peignot archive via Production Type

คนที่บังคับให้ประนีประนอม

Charles Peignot เจ้าของโรงหล่อไม่ยอมให้ออกฟอนต์ที่มีแต่ชุดเดียว เขายืนยันให้ทำทั้งชุดพิมพ์ใหญ่และชุดพิมพ์เล็กคู่กันไป ซึ่งเป็นการทอนความคิดตั้งต้นลงครึ่งหนึ่ง Cassandre ยอม แล้วตั้งชื่อฟอนต์ตามนามสกุลของเขา เป็นการให้เกียรติคนที่ทั้งสนับสนุนและขัดขวางเขาในเวลาเดียวกัน

น้ำหนักต่างๆ ของฟอนต์ Peignot
ภาพ: Deberny et Peignot archive via Production Type

สองน้ำหนักแรกออกในปี 1937 น้ำหนักหนาตามมาในปี 1938 ตัว d ที่กลายเป็นข้อยกเว้นในชุดถูกยอมรับไว้อย่างเปิดเผยในคำอธิบายท้ายสมุดตัวอย่าง ว่าเป็นการยอมตามนิสัยการอ่านของคนร่วมสมัย

ปี 1937 ที่ปารีส

ฟอนต์นี้ไม่ได้ค่อยๆ แทรกเข้าตลาด มันถูกปล่อยลงงานมหกรรมนานาชาติที่ปารีสปี 1937 พร้อมกันทีเดียวทั้งงาน ป้ายบอกทาง แผนที่ทางการ สูจิบัตรพิธีเปิด หนังสือนำชม และข้อความของ Paul Valéry ที่สลักบนหน้าบันของ Palais de Chaillot ล้วนใช้ Peignot

ข้อความสลักบนหน้าบันของ Palais de Chaillot ที่ใช้ฟอนต์ Peignot
ภาพ: Deberny et Peignot archive via Production Type

Charles Peignot ยังดูแลส่วนงานพิมพ์ในนิทรรศการ Pensée française ด้วยตัวเอง เขายกแท่นพิมพ์เข้าไปตั้งในห้องจัดแสดง แล้วทำแผงนิทรรศการเล่าวิวัฒนาการของตัวอักษรตั้งแต่จารึกโรมันจนมาจบที่ Peignot ซึ่งเป็นการวางฟอนต์ของตัวเองไว้ที่ปลายเส้นเวลาของอารยธรรม

สิ่งพิมพ์และป้ายจากงานมหกรรมนานาชาติปารีส 1937 ที่ใช้ Peignot
ภาพ: Deberny et Peignot archive via Production Type

วิธีเปิดตัวแบบนี้ได้ผลในแง่การมองเห็น คนทั้งเมืองเห็นฟอนต์เดียวกันในเวลาเดียวกัน แต่การผูกฟอนต์เข้ากับเหตุการณ์เดียวก็ทำให้มันติดปีนั้นไปด้วย

เสียงที่ตอบกลับ

นิตยสาร Le Courrier graphique ตอบโต้แทบจะทันที ข้อโต้แย้งหลักคือข้อความที่ผสมตัวพิมพ์ใหญ่กับตัวพิมพ์เล็กแบบนี้อ่านยากกว่าข้อความที่เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ล้วนเสียอีก ส่วนช่างพิมพ์ Henri Colas พูดสั้นกว่านั้น ว่าตัวพิมพ์ไม่ควรเป็นผลลัพธ์ของทฤษฎี

แผงนิทรรศการเล่าวิวัฒนาการตัวอักษรที่จบลงที่ Peignot
ภาพ: Deberny et Peignot archive via Production Type

ตลาดตอบด้วยวิธีของตลาด โรงหล่อ Olive ออกฟอนต์ชื่อ Chambord ในปี 1938 ที่ Roger Excoffon ออกแบบโดยยืมท่าทีของ Peignot มาเกือบหมด แต่ใส่ตัวพิมพ์เล็กที่ใช้งานได้จริงกลับเข้าไป ส่วนช่างพิมพ์ที่ซื้อ Peignot จำนวนมากเลือกซื้อเฉพาะชุดตัวใหญ่แล้วทิ้งชุดที่เหลือไว้ในลิ้นชัก พอถึงยุค 1950s Mallon เองก็ยอมรับว่าทฤษฎีที่รองรับฟอนต์นี้มีรอยรั่ว

ที่เหลือคือฟอนต์ที่ยังถูกหยิบมาใช้เรื่อยๆ ในงานที่ต้องการกลิ่นของยุคหนึ่ง มากกว่าจะถูกใช้เป็นตัวเนื้อความอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก ความขัดกันระหว่างของที่ออกแบบมาเพื่อใช้ทุกวันกับของที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลา เป็นเรื่องเดียวกับที่เคยเขียนถึงใน ฟอนต์ที่คนเลือกเมื่อไม่รู้จะเลือกอะไร

Production Type ทำฉบับดิจิทัลของ Peignot และ Peignot Initials ออกมาในปี 2023 ซึ่งแปลว่าตอนนี้ใครก็พิมพ์ข้อความยาวๆ ด้วยฟอนต์นี้ได้ในไม่กี่วินาที สิ่งที่ Cassandre อยากรู้คำตอบมาตลอด คือคนจะยอมอ่านมันหรือเปล่า ยังเป็นคำถามที่ต้องมีคนลองพิมพ์แล้วนั่งอ่านจนจบเท่านั้นถึงจะรู้

ที่มา: บทความจดหมายเหตุ Deberny et Peignot ของ Production Type

Photo credit: เอกสารจดหมายเหตุ Deberny et Peignot เผยแพร่โดย Production Type


ชวนดูของในเว็บ

รับเขียนลายมือ ทำโลโก้ตัวอักษร

รับเขียนลายมือ ทำโลโก้ตัวอักษร งานที่เริ่มจากการวาดตัวอักษรทีละตัวก่อนจะกลายเป็นระบบ เหมือนที่ฟอนต์ทุกตัวเคยเป็น

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด