ในภาพวาดชุดหนึ่งของ Moriz Oberberger มีตัวอะไรสักอย่างสีเหลืองใส่หมวกดำ ยืนบนขาเส้นดำสองเส้นที่งอผิดทาง มันไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ยืน แต่ยืนแบบคนที่รู้ตัวว่ามาผิดงาน

Oberberger เป็นศิลปิน นักวาดภาพประกอบ และนักทำแอนิเมชัน ตอนนี้ทำงานอยู่ที่อัมสเตอร์ดัม เขาบอกเองว่าสิ่งที่ดึงเขาคือตัวละครประหลาดกับร่างกายที่วางตัวไม่ถูก และช่วงเวลาที่ของคุ้นเคยกลายเป็นของที่ทำให้อึดอัดขึ้นมาเฉย ๆ
ประโยคหนึ่งของเขาที่เราคิดว่าอธิบายงานทั้งหมดได้คือ ตัวละครของเขาไม่ได้แทนใครคนใดคนหนึ่ง แต่แทนความเปราะบาง ความตึง และความรู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดที่
ลายเส้นที่ยอมให้เครื่องมือมีสิทธิ์ออกเสียง
ในสตูดิโอเขามีลิ้นชักใบใหญ่ที่เก็บดินสอกราไฟต์ ดินสอสี พู่กัน หมึก กับปากกาลูกลื่น เรื่องที่แปลกคือเขาชอบใช้ดินสอที่เกือบหมดแท่ง เพราะพอมันสั้นลงเรื่อย ๆ น้ำหนักมือกับพื้นผิวของเส้นก็เปลี่ยนไปด้วยระหว่างที่วาดอยู่
ฟังดูเป็นเรื่องจุกจิก แต่มันคือการยอมให้เครื่องมือเป็นคู่สนทนา ไม่ใช่ท่อส่งความคิดของคนวาดอย่างเดียว เขาเล่นแบบเดียวกันกับสี คือคุมความข้นเหลวจนได้รูปคนที่ดูเหมือนกำลังละลาย ซึ่งคนที่เคยดูงานของ Philip Guston น่าจะรู้สึกคุ้น ๆ

อีกสองแหล่งที่เขาอ้างถึงตรง ๆ คือความอิสระของภาพวาดเด็ก กับ Oulipo กลุ่มนักเขียนฝรั่งเศสที่เขียนงานโดยตั้งกฎบังคับตัวเองแปลก ๆ เช่นห้ามใช้สระตัวหนึ่งทั้งเล่ม สองอย่างนี้ฟังดูขัดกัน อันหนึ่งคือปล่อยมือ อีกอันคือมัดมือตัวเอง แต่ในทางปฏิบัติมันให้ผลคล้ายกัน คือทำให้คุณเลิกวาดสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้วว่าจะออกมาหน้าตายังไง
งานเดียวกันไปได้ทั้งหน้าหนังสือพิมพ์และผนังแกลเลอรี
สิ่งที่ทำให้โปรไฟล์เขาน่าติดตามคือมันไม่ได้อยู่ในโลกเดียว หน้าหนึ่งของเขาไปอยู่บนหนังสือพิมพ์ Die Zeit ในบทความชื่อ Wohin mit meinen dunklen Gefühlen หรือจะเอาความรู้สึกมืด ๆ ของฉันไปไว้ไหนดี ภาพเป็นรูปคนหมึกดำสองตัวที่หัวหนักจนคอเอียง วางคู่กับตัวหนังสือหกคอลัมน์อย่างสงบ

อีกงานคือหนังสือเล่มเล็กชื่อ MacGuffin Stories ที่รวมเรื่องสั้นสิบแปดเรื่องกับภาพวาดว่าด้วยชีวิตของข้าวของธรรมดา ที่นอนลมที่แฟบ อ่างที่ตัน หน้าต่างที่ชวนขนลุก ปกพิมพ์แดงล้วนกับเส้นขาว เป็นรูปคนนอนอ่านหนังสือจนแขนขาพันกันไปหมด

แล้วก็มีงานที่ต้องคุยกับเด็กจริง ๆ คือสูจิบัตรสายเยาวชนของเทศกาลหนังสารคดี Visions du Réel พิมพ์เขียวสดกับส้ม เต็มไปด้วยตัวสีชมพูกับสีฟ้าที่กำลังถือกล้อง ถือไมค์ ถือดินสอ ตรงนี้เขาเปลี่ยนน้ำหนักมือไปเป็นลายเส้นการ์ตูนคมชัดที่อ่านง่ายขึ้นเยอะ โดยที่ตัวละครยังเป็นพวกเดิม

หนังสือที่เขาทำเอง
ส่วนที่เห็นวิธีคิดชัดที่สุดคือสิ่งพิมพ์ที่เขาทำเอง เล่มหนึ่งชื่อ Sequential Drawings ปกพิมพ์หัวคนซ้ำ ๆ ทั้งหน้าเป็นสีชมพู ฟ้า เหลือง ม่วง ส้ม ส่วนข้างในเป็นภาพดินสอที่วาดรัว ๆ จนเส้นทับกันจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นอะไร

อีกเล่มชื่อ Twelve Dripping Bottles เป็นซีนที่รวมเรื่องสั้น 48 เรื่อง พิมพ์สองสีบนกระดาษสีฟ้ากับชมพู ปกฉีกขอบเป็นเส้นโค้ง ๆ ไม่เรียบ เห็นแล้วรู้ว่าคนทำอยากให้มันดูเหมือนของที่ทำเสร็จในห้องหนึ่งห้อง ไม่ใช่ของที่ออกมาจากโรงงาน

เขาบอกว่าอยากให้ภาพของเขาดูเล่นและเข้าถึงง่ายตั้งแต่แรกเห็น แล้วค่อยเผยชั้นที่คลุมเครือกว่านั้นตอนที่คนดูเข้ามาใกล้ ซึ่งพอไล่ดูงานทั้งหมดแล้วก็เห็นว่าเขาทำได้จริง ตัวการ์ตูนพวกนี้ตลกก่อน แล้วค่อยรู้สึกทีหลังว่าเราเคยยืนแบบนั้นมาแล้ว
ถ้าชอบงานที่ใช้อารมณ์ขันพาเรื่องหนัก ๆ เข้ามา เราเคยเขียนถึง ภาพวาดแมวดำของ Minyoung Kim ไว้เหมือนกัน
อย่างหนึ่งที่ค้างอยู่คือคำว่าอยู่ผิดที่ ในงานของเขามันไม่ใช่เรื่องเศร้า มันเป็นแค่ท่ายืนท่าหนึ่ง แล้วพอวาดออกมาซ้ำ ๆ จนเต็มผนัง ท่านั้นก็เริ่มดูเหมือนท่าปกติของทุกคน
ดูผลงานเพิ่มเติมได้ที่ moriz.work และอินสตาแกรม @morizoberberger
อ้างอิง: It’s Nice That
Photo credit: Moriz Oberberger
ชวนดูของในเว็บ

พวงกุญแจ Tiny Friends งานทำมือ ตัวเล็ก ๆ ที่รูปร่างไม่เป๊ะ เป็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์กับตัวละครในภาพพวกนี้อยู่พอสมควร
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


