ปกติเวลาแบรนด์นาฬิกาสวิสส่งของถึงมือคุณ มันมาแบบพร้อมเดิน ตั้งบนโต๊ะได้เลย แต่ Nostromo ที่ MB&F ทำร่วมกับ Maison Alcée มาเป็นกล่องไม้ ข้างในมีถาดโฟมใส่ชิ้นส่วน 222 ชิ้น เฟือง สกรู แหนบ ไขควง คู่มือหนึ่งเล่ม แล้วก็จบ ที่เหลือคือเรื่องของคุณกับโต๊ะตัวหนึ่ง ประมาณสิบชั่วโมง

ตัวเรือนเป็นทรงรีแบนๆ ผ่ากลางด้วยวงหน้าปัดสีฟ้านกยูง ข้างในเป็นเฟืองทองเหลืองที่เปิดโล่งให้เห็นหมด แล้วทั้งก้อนตั้งอยู่บนขาเรียวโค้งสามขาที่ปลายแหลมจิกโต๊ะ ใครที่โตมากับหนังไซไฟยุคแปดศูนย์น่าจะรู้สึกคุ้นๆ ว่ามันเหมือนอะไรสักอย่างที่ไม่ควรขยับ
ชื่อนี้มาจากยานลำนั้น
Nostromo คือชื่อยานบรรทุกสินค้าใน Alien ของ Ridley Scott และก่อนหน้านั้นมันเป็นชื่อนิยายของ Joseph Conrad ที่ Scott หยิบมาใช้อีกที Maximilian Maertens ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ MB&F ไม่ได้ปิดบังว่าเขาชอบงานของ H.R. Giger แค่ไหน

แต่สิ่งที่เราว่าน่าพูดถึงกว่าเรื่องอ้างอิงหนัง คือการที่แบรนด์ยอมทิ้งไพ่ใบที่แข็งที่สุดของตัวเอง
คุณค่าของนาฬิกากลไกสวิสทั้งหมด อยู่ที่ช่างที่ประกอบมันขึ้นมา ฝีมือที่ฝึกมาหลายปี มือที่นิ่งพอ ความละเอียดระดับที่คนธรรมดาทำไม่ได้ นั่นแหละคือของที่คุณจ่ายเงินซื้อ แล้ววันหนึ่งก็มีคนตัดสินใจว่า เอาน่า ให้ลูกค้าทำเองก็ได้

Maison Alcée ทำแบบนี้มาก่อนแล้ว
ฝั่งที่ทำให้เรื่องนี้เป็นไปได้คือ Maison Alcée โรงนาฬิกาฝรั่งเศสที่ทำนาฬิกาตั้งโต๊ะแบบให้เจ้าของประกอบเองเป็นเรื่องหลักของบ้านอยู่แล้ว เขาออกแบบกลไกมาให้อภัยมือใหม่ ชิ้นส่วนใหญ่พอที่จะจับได้ ลำดับการประกอบถูกวางมาเป็นขั้น และถ้าใส่ผิดก็ถอยกลับได้โดยไม่พัง
เอามารวมกับภาษาการออกแบบของ MB&F ก็ได้ของที่หน้าตาไม่เหมือนชุดประกอบ แต่กระบวนการยังเป็นชุดประกอบอยู่

สเปกที่เหลือเรียบง่าย เป็นกลไกไขลาน สำรองพลังงานสิบสี่วัน มีเสียงตีบอกชั่วโมงที่เลือกเปิดปิดได้ ตัวเรือนสเตนเลส เฟืองทองเหลือง ทำ 50 เรือน ราคา 12,000 ฟรังก์สวิส เริ่มส่งช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายนปีนี้

ของที่คุณจำได้ว่าใส่ตรงไหน
สิบชั่วโมงไม่ใช่เวลาที่นานถ้าเทียบกับโปรเจกต์อะไรสักอย่าง แต่มันนานพอที่จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับของ
ของที่ซื้อมาแล้ววางไว้ เราจำได้แค่ว่าซื้อวันไหน ส่วนของที่นั่งประกอบเอง เราจะจำได้ว่าตรงไหนที่ทำหล่น ตรงไหนที่ต้องถอยกลับไปทำใหม่ ตรงไหนที่มือสั่นตอนใส่เฟืองตัวสุดท้าย ความทรงจำพวกนี้ไม่ได้อยู่ในสเปกชีต แต่มันอยู่ในของชิ้นนั้นจริงๆ

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะกับนาฬิกา ก่อนหน้านี้เราเขียนถึง UDRB รองเท้าที่ไม่ใช้กาวสักหยดและถอดประกอบใหม่ได้ทุกชิ้น คนละราคา คนละวงการ แต่ท่าคิดเดียวกัน คือแทนที่จะปิดของให้สนิทแล้วบอกว่าห้ามแตะ ก็เปิดให้เจ้าของเข้าไปยุ่งกับมันได้
ข้อแม้คือของแบบนี้มันเรียกร้องคนซื้อพอสมควร ต้องมีโต๊ะ มีเวลา มีความอดทน และต้องยอมรับว่างานที่ออกมาจะไม่เนี้ยบเท่าที่ช่างทำ ซึ่งพอคิดอีกที นั่นอาจเป็นส่วนที่ทำให้มันเป็นของของเราจริงๆ
คำถามที่ค้างอยู่คือ ถ้าความสมบูรณ์แบบไม่ได้เป็นสิ่งที่เราจ่ายเงินซื้ออีกต่อไป แล้วเราจ่ายให้อะไรกันแน่
ที่มา: Yanko Design · MB&F · Maison Alcée
Photo credit: MB&F และ Maison Alcée via Yanko Design
ของบนโต๊ะที่เข้ากับเรื่องนี้

FINAL V1 SD Holder Keychain (1-Slot) ของเล็กๆ ที่ออกแบบมาเพื่อชิ้นส่วนชิ้นเดียว อยู่ในตระกูลเดียวกับของที่ยอมเสียพื้นที่ทั้งชิ้นเพื่อดูแลอะไรบางอย่างให้ดี
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


