ปีกตารางสีชมพูสองข้างยื่นจากหลังนักสู้ ขาเหลืองเหยียดเหมือนกำลังพุ่งผ่านกระดาษ แต่พอมองหน้า เรากลับเจอหน้ากากทรงเหลี่ยมที่เดาอารมณ์ไม่ได้ ภาพในชุด Fighters ของ Masanori Ushiki ทำให้เราหยุดอยู่ตรงเสื้อกับเครื่องประดับนานกว่าท่าต่อสู้ ตัวนี้มีพลังอะไรยังไม่รู้ แต่จำชุดมันได้แล้ว

Ushiki เป็นศิลปินญี่ปุ่นที่ทำงานระหว่างโตเกียวกับเกียวโต เขาระบุในประวัติของตัวเองว่าอยากสร้างตัวละครที่อยู่ได้ด้วยรูปร่าง โดยตัดเรื่องเล่าออกไปก่อน นั่นทำให้เราไม่ต้องรู้จักพระเอก ไม่ต้องตามตอนก่อนหน้า แค่เห็นตัวเดียวก็เริ่มรู้สึกกับมันได้ ส่วนจะเป็นความรู้สึกแบบไหน ภาพยังไม่ได้เฉลยให้
เกราะที่ดูเหมือนเลือกมาจากร้านเสื้อผ้า
ในบันทึกเรื่อง Fighters เขาย้อนถึงการ์ตูนมวยปล้ำ หนังฮีโร่แปลงร่าง และของเล่นที่โตมาด้วย แต่มีรายละเอียดอีกอย่างที่ช่วยให้เข้าใจชุดพวกนี้ขึ้นเยอะ เขาเคยเล่นเคนโดและสกีตอนเด็ก ทั้งเกราะ ถุงมือ แว่น และเสื้อสกีสีจัดจึงอยู่ในความทรงจำเดียวกัน ของที่ใช้ป้องกันร่างกายกับของที่แต่งให้ดูดี ไม่ได้แยกกันชัดตั้งแต่ต้น
พอกลับมาดูนักสู้ปีกชมพู แผ่นที่ไหล่มีพู่ห้อย หน้ากากเป็นโครงเหลือง ส่วนเสื้อเขียวก็มีลายอีกชุดหนึ่ง แต่ละส่วนเหมือนแต่งตัวมาคนละทางแล้วดันอยู่ด้วยกันได้ เราอ่านว่ามันพร้อมจะต่อสู้จากการงอแขนและเหยียดขา ขณะเดียวกันก็อดดูไม่ได้ว่าคนวาดจะเอาลายอะไรไปใส่ตรงไหนอีก

ภาพรวมนักสู้สิบหกตัวทำให้เห็นวิธีนี้ชัดขึ้น บางตัวมีดอกไม้อยู่บนไหล่ บางตัวเอาลายคล้ายหนังสัตว์มาชนกับแถบสีที่ขา ทุกตัวมีพื้นที่ขาวคั่น ไม่มีสนามรบมาแย่งสายตา Ushiki บอก Booooooom ว่าลายซ้ำซึ่งได้แรงจากสิ่งทอช่วยให้สายตาเคลื่อนไปในภาพ พอดูตามจริง เส้นกับสีบนชุดก็พาเราวนจากแขนลงขาแล้วกลับขึ้นมา โดยไม่ต้องให้ตัวละครขยับสักเฟรม
ตรงนี้เราเลยรู้สึกว่าเขาออกแบบท่าทางไปพร้อมกับเสื้อผ้า หัวเข่าที่พับทำให้ลายหักตาม ปลายแขนที่ยื่นทำให้สีหนึ่งหลุดออกมาจากกลุ่มสีอื่น นักสู้ดูมีบุคลิกก่อนจะมีชื่อหรือฝ่ายให้สังกัดเสียอีก เขายังบอกในบทสัมภาษณ์เดียวกันว่าอยากให้ตัวละครเหมือนมาจากอนาคต แม้จะหยิบภาษาภาพที่คุ้นมาตั้งแต่เด็กมาใช้
พอถอดหน้ากาก ลายก็ยังอยู่

ลองขยับจาก Fighters มาที่ Pottery ในชุดเกียวโตปี 2024 ผู้หญิงผมดำยาวนั่งกอดเข่าอยู่ท่ามกลางภาชนะ ใบหน้าเรียบมากเมื่อเทียบกับเสื้อแขนลายคลื่น กางเกงสีจัด และรองเท้าที่แทบมีหน้าตาของตัวเอง แว่นกรอบเหลี่ยมยังทำให้เรานึกถึงอุปกรณ์ของนักสู้ แต่คราวนี้ไม่มีใครกำลังพุ่งไปไหน
Ushiki อธิบายว่าชุดเกียวโตวาดคนกับสิ่งของที่คนทะนุถนอม โดยอิงความเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ มีจิตวิญญาณ เขาเลือกผ้าใบให้คนในภาพดูใหญ่กว่าคนจริงเล็กน้อย ส่วนที่เราชอบคือเขาไม่ได้ลดลายเสื้อลงเพื่อทำให้หัวข้อนี้ดูเคร่งขรึม ภาชนะรอบตัวกับชุดที่ใส่ยังใช้สีและลายคุยกันเต็มที่ คนกับของจึงดึงสายตาพอ ๆ กัน

ใน Bisque ร่างหญิงย่อต่ำลงไปอีก เข่าลายขาวดำอยู่ใกล้แขนที่มีวงกลมแดง ส่วนแจกันสีชมพูตั้งข้างข้อเท้า ผมดำเส้นใหญ่ช่วยให้เราแยกตัวคนออกจากลายที่แน่นเต็มภาพได้ ดูแค่เสื้อแต่ละชิ้นอาจรู้สึกว่าเยอะไป แต่เมื่อมันพับตามร่างกาย เรากลับอ่านท่านั่งได้ทันที ลายจึงไม่ได้มีหน้าที่เติมพื้นที่ว่างอย่างเดียว
ท่าที่ร่างกายวางตัวทำให้เรานึกถึงตัวละครของ Moriz Oberberger ที่เราเคยเขียนถึง เพียงแต่ในภาพของ Ushiki คนเหล่านี้ดูมั่นใจกับพื้นที่ที่ตัวเองยึดอยู่ ต่อให้ต้องพับขาหรือเอียงตัวมากแค่ไหน ชุดก็ยังดูเหมือนเลือกมาแล้วว่าจะใส่แบบนี้

ขณะนี้เขามีชื่อร่วมแสดงในนิทรรศการกลุ่มเรื่องภาพเหมือนที่ Hotel Anteroom Kyoto ซึ่งจัดถึง 10 ตุลาคม 2026 ส่วนภาพชุดเกียวโตที่เห็นในบทความเป็นงานปี 2024 เมื่อวางมันข้างนักสู้ เราเริ่มอยากลองมองคนที่เดินผ่านโดยพักคำถามว่าเขาเป็นใครไว้ก่อน แล้วดูว่าเสื้อที่เลือกกับท่าที่เขายืน บอกอะไรเราไปแล้วบ้าง
ช่องทางศิลปิน: เว็บไซต์ Masanori Ushiki และ อินสตาแกรมผลงาน Fighters
อ้างอิง: ประวัติและแนวทางสร้างตัวละคร · บันทึกเรื่อง Fighters · บทสัมภาษณ์ใน Booooooom · ชุดเกียวโตและคำอธิบายศิลปิน · ประกาศนิทรรศการภาพเหมือนปี 2026
Photo credit: Masanori Ushiki จากเว็บไซต์ศิลปิน · ภาพสินค้าจากร้าน Portjolio
ลายเสื้อผ้าที่ต่อออกมาจากภาพ

Large Striped Trousers – Red and White ลายทางแดงสลับขาวทำให้เห็นชัดว่าจังหวะของลายเปลี่ยนไปตามรอยพับและท่าที่คนใส่ยืนได้เหมือนกัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


