ในภาพมีผ้าลายทางสีน้ำเงินผืนหนึ่งคลุมอะไรบางอย่างอยู่ พื้นหลังเป็นเขียวเข้มตัดกับม่วงอ่อน มีเส้นดำหนาลากโค้งออกไปทางขวา มองครั้งแรกมันคือรูปทรงเฉยๆ มองอีกทีถึงเริ่มเห็นว่ามีคนนอนอยู่ใต้ผ้าผืนนั้น
งานชิ้นนี้ Leonie Bos วาดให้หนังสือพิมพ์ de Volkskrant ประกอบเรื่อง Until August ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของสิ่งที่เธอทำ คือปล่อยให้เสื้อผ้ากลายเป็นตัวเอกแทนคนที่ใส่มัน

อัมสเตอร์ดัม กับงานสองขาที่เดินไปด้วยกัน
Bos ทำงานอยู่ที่อัมสเตอร์ดัม ใช้อะคริลิกกับสีเทียนแว็กซ์บนกระดาษ เธอเป็นนักวาดภาพประกอบสายเอดิทอเรียลมาก่อน และยังทำอยู่จนถึงตอนนี้
ลองดูรายชื่อดู เมษายน 2024 เธอวาดภาพประกอบให้เรื่องสั้น Finistere ของ Kevin Barry ในนิตยสาร The New Yorker เป็นภาพดาดฟ้าเรือเฟอร์รี ห่วงชูชีพขาวแดง ราวเหล็กสีเขียวสด พื้นสีแดงจัด นอกจากนั้นก็มีงานให้ The New York Times และ The Guardian อีกหลายชิ้น

อีกขาหนึ่งคืองานภาพวาดที่ไม่มีโจทย์ ภาพชื่อ Polkadot Jacket ของเธอชนะ Delphian Open Call ปี 2024 อีกชิ้นชื่อ Blond Cap ถูกเลือกเข้านิทรรศการ Painting Since 2000 และช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนที่ผ่านมา เธอมีงานแสดงชื่อ Where We Linger ที่ Moving Gallery เมืองอูเทรกต์ ร่วมกับ Marina Pohl

เริ่มจากรูปถ่ายที่ไม่มีใครตั้งใจถ่าย
ต้นทางของงานพวกนี้คือรูปถ่ายจริง เป็นรูปของช่วงเวลาสั้นๆ ท่าที่คนขยับตัวแล้วผ้าตามไม่ทัน มุมที่เสื้อตัวใหญ่พองออกจนบังคนที่ใส่
เธอเล่าถึงสิ่งที่สนใจไว้ตรงๆ ว่าอยากรู้ว่าการเคลื่อนไหวไปรบกวนรูปทรงที่เรารู้จักได้ยังไง แล้วอะไรที่เกือบจะเป็นนามธรรมโผล่ขึ้นมาจากตรงนั้นได้บ้าง

ลงสีกลับด้าน
วิธีทำงานของเธอมีอย่างหนึ่งที่กลับหัวกับที่เรียนกันมา คนส่วนใหญ่ลงพื้นหลังก่อน แล้วค่อยเอาของที่อยู่ข้างหน้าไปวางทับ Bos ทำตรงข้าม เธอลงส่วนที่อยู่ใกล้ตาที่สุดก่อน แล้วค่อยไล่ถอยไปข้างหลัง
ผลที่ตามมาคือพื้นหลังไม่ได้ทำหน้าที่เป็นพื้นหลังอีกแล้ว มันกลายเป็นเศษที่เหลืออยู่ระหว่างของข้างหน้า เป็นรูปทรงที่ถูกตัดขอบด้วยตัวอื่น ซึ่งพอมองแยกออกมามันก็ยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง
นี่คือเหตุผลที่งานเธอดูแบนแต่ไม่ตื้น ทุกก้อนสีในภาพมีน้ำหนักเท่ากันหมด ไม่มีอันไหนเป็นแค่ฉากหลัง

วิธีคิดแบบนี้ชวนให้นึกถึง ศิลปินที่ถมสีอะคริลิกหลายสิบชั้นแล้วแกะมันออก ตรงที่ทั้งคู่ไม่ได้ประกอบภาพตามลำดับที่ตาเราอ่าน แต่ประกอบตามลำดับของมือ
เส้นที่เธอต้องเดินให้พอดี
Bos บอกว่างานของเธอคือการถ่วงน้ำหนักที่ต้องทำตลอดเวลา ระหว่างการซื่อสัตย์กับรูปต้นทาง กับการยอมให้มันแปรสภาพไปเป็นของใหม่
ฟังดูเรียบ แต่ถ้าเคยลองวาดจากรูปจะรู้ว่าอยู่ตรงนั้นยาก เกาะรูปแน่นไป งานก็เป็นแค่ภาพถ่ายที่วาดใหม่ให้ช้าลง ปล่อยมือมากไป ความจริงที่ทำให้ภาพมีน้ำหนักก็หายไปด้วย

สิ่งที่เชื่อมงานหนังสือพิมพ์กับงานในแกลเลอรีของเธอไว้ด้วยกันคือเรื่องนี้พอดี งานเอดิทอเรียลต้องอ่านออกภายในสองวินาที ส่วนงานภาพวาดอนุญาตให้คนดูใช้เวลานานกว่านั้น เธอเลยได้ฝึกทั้งการทำให้ภาพชัดในทันที และการทำให้ภาพยังมีอะไรเหลือให้ดูต่อ

ดูงานเธอไปสักพักแล้วกลับมามองคนรอบตัว จะเริ่มสังเกตว่าเราอ่านคนจากทรงมากกว่าจากหน้า ก้อนของเสื้อโค้ทที่พับไม่เข้าที่ ปลายแขนที่ยาวเกินมือ ของพวกนี้บอกอะไรได้เยอะกว่าที่คิด
ช่องทางของศิลปิน: leoniebos.nl และอินสตาแกรม @leoniebosss
อ้างอิง: leoniebos.nl, BOOOOOOOM
Photo credit: Leonie Bos
ชวนดูของในเว็บ

Postcard “Tulipa” โดย Naive Flora Tattoo ภาพวาดมือที่เก็บไว้แค่ทรงของดอกไม้ ไม่ได้พยายามวาดให้เหมือนของจริง
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


