ยืนห่างสองเมตร ภาพนั้นดูเหมือนตาข้างหนึ่ง วงสีชมพูอมส้มซ้อนกันเป็นชั้นๆ ออกจากจุดกลางที่มีดวงกลมสีส้มอยู่ตรงนั้น มุมซ้ายกับขวาถูกดึงให้แหลมออกเหมือนหางตา
เดินเข้าไปอีกก้าว ภาพจะเลิกเป็นภาพ พื้นผิวทั้งหมดคือร่องที่ถูกแกะลงไปทีละเส้น เส้นสั้นๆ นับไม่ถ้วน เรียงตามทางโค้งของวงกลม จนมันสะท้อนแสงไม่เท่ากันในแต่ละมุมที่มอง นี่คืองานชุด Heavenly Eyes ของ Jiang Miao

สีที่ถูกถมก่อน แล้วค่อยขุดออก
เจียง เหมี่ยว เป็นศิลปินร่วมสมัยชาวจีน วิธีทำงานของเขากลับด้านกับการวาดภาพตามปกติ แทนที่จะแต้มสีลงบนพื้นผิว เขาถมสีอะคริลิกลงบนแผ่นไม้หรือแผ่นอะลูมิเนียมทีละชั้น ซ้อนกันหลายสิบชั้น รอให้แห้ง แล้วจึงใช้เครื่องมือแกะลงไป
สีที่โผล่ขึ้นมาในร่องแต่ละเส้นจึงไม่ใช่สีที่เลือกตอนนั้น แต่คือชั้นที่เคยถูกทาไว้เมื่อไหร่สักครั้ง ความลึกของรอยแกะเป็นตัวตัดสินว่าเราจะเห็นสีไหน

วิธีนี้ทำให้สีในงานของเขาไม่เคยเป็นสีเดียวจริงๆ ชมพูตรงนั้นมีเขียวแทรกอยู่ในร่อง ฟ้าตรงนี้มีส้มโผล่มาเป็นจุด เมื่อมองรวมทั้งแผ่น มันจึงกลายเป็นสีที่บอกชื่อไม่ถูก
เกลียว ที่ไม่ได้เป็นแค่ลาย
รูปทรงที่กลับมาซ้ำในงานทุกชิ้นคือเกลียว บางครั้งเป็นวงซ้อนศูนย์กลางเดียวกัน บางครั้งเป็นก้นหอยที่ค่อยๆ ม้วนเข้าหาจุดกลาง
เขาทำงานกับปรัชญาตะวันออกมานาน หยินหยาง จุด เส้น และแนวคิดเรื่องฟ้ากับมนุษย์ที่เป็นสิ่งเดียวกัน เกลียวในงานจึงถูกใช้แทนเวลา แทนวงจรของชีวิต แทนลำดับที่หมุนกลับมาที่เดิมโดยไม่เคยเหมือนเดิม

ส่วนสีถูกอธิบายว่าเป็นภาชนะสำหรับพลังงานที่มองไม่เห็น ฟังดูเป็นนามธรรม แต่พอเห็นของจริงจะเข้าใจว่าทำไมถึงใช้คำนี้ พื้นผิวที่เป็นร่องทำให้แสงกระเด็นไปคนละทาง งานจึงดูเหมือนเรืองแสงจากข้างในโดยที่ไม่มีไฟส่องเลย
นิทรรศการที่โซล
Spiral of Energy จัดที่ Whitestone Gallery กรุงโซล ตั้งแต่ 25 กรกฎาคมถึง 23 สิงหาคม 2026 เป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของเขาในเกาหลี

งานถูกจัดเป็นสี่ชุด Heavenly Eyes คือชุดที่ให้ความรู้สึกว่ากำลังถูกมองกลับ Mindfulness เป็นชุดที่หันเข้าหาข้างใน Origin ว่าด้วยจุดเริ่ม และ Taoist Trinity and the Self เป็นงานทรงกลมล้วน ชิ้นใหญ่สุดในชุดนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางราวสองเมตรสิบ

งานทรงกลมสองวงที่วางซ้อนกันในแนวตั้งอ่านได้หลายแบบ เป็นเลขแปด เป็นสัญลักษณ์อนันต์ที่ถูกตั้งขึ้น หรือเป็นนาฬิกาทรายที่ทรายกำลังไหลจากวงบนลงวงล่าง ชื่อของชิ้นในกลุ่มนี้อย่าง Infinity and Immortal ปี 2025 ก็ชี้ไปทางเดียวกัน
อีกชิ้นที่ควรหยุดดูคือ Rebirth ปี 2026 ส่วนงานในชุด Heavenly Eyes มีตั้งแต่ขนาด 55 เซนติเมตรไปจนถึงเกือบสองเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่กว้างพอจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างคนดูกับงานไปเลย ชิ้นเล็กคือของที่เรามอง ชิ้นใหญ่คือของที่มองเรากลับ

สิ่งที่แยกงานชุดนี้ออกจากงานนามธรรมทั่วไปคือเวลาที่ฝังอยู่ในมัน ร่องทุกเส้นคือการลงมือหนึ่งครั้ง แผ่นขนาดสองเมตรจึงเท่ากับการลงมือหลายหมื่นครั้งที่ไม่มีทางย้อนกลับได้ ขุดผิดที่แล้วคือผิด
เราเคยเขียนถึง En Iwamura ที่ปั้นหัวเซรามิกแล้วปล่อยให้ร่องรอยของมือค้างอยู่บนผิว งานของเจียงเดินทางเดียวกันในแง่ที่ว่าพื้นผิวคือเนื้อหา ไม่ใช่ของประดับที่ใส่ทีหลัง
ตามช่องทางของศิลปินได้ที่ Instagram ของ Jiang Miao และดูรายละเอียดนิทรรศการที่ Whitestone Gallery
ถ้ายืนดูงานพวกนี้นานพอ ตาจะเริ่มไล่ตามวงไปเรื่อยๆ จากขอบนอกเข้าหาจุดกลาง แล้วจะพบว่าตรงกลางไม่ได้มีอะไรรออยู่ นอกจากวงถัดไป
อ้างอิง: Whitestone Gallery, Colossal
Photo credit: Jiang Miao / Whitestone Gallery
ชวนดูของในเว็บ

Daydream Ring Camellia วงกลมเล็กที่สวมติดนิ้วได้ สำหรับคนที่ชอบให้รูปทรงเรียบง่ายอยู่ใกล้ตัวตลอดวัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


