อุทยานแห่งชาติในสหรัฐอเมริกาแจกแผ่นพับให้ผู้มาเยือนมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1970 ต่างอุทยานก็ต่างภาพถ่าย ต่างแผนที่ ต่างเรื่องเล่า แต่ถ้าเอามาวางเรียงกันบนโต๊ะ ทุกแผ่นดูเหมือนออกมาจากที่เดียวกัน แถบดำตรงหัวกระดาษ ตำแหน่งชื่ออุทยานที่เดิม ระยะขอบที่เท่ากันทุกใบ สิ่งที่ทำให้เป็นแบบนั้นคือ grid system ชุดหนึ่งที่ชื่อ Unigrid ซึ่ง Massimo Vignelli วางไว้ให้กรมอุทยานตั้งแต่ปี 1977 แล้วมันก็ยังทำงานอยู่จนถึงวันนี้

เรื่องของกริดมักถูกเล่าในฐานะเทคนิค เส้นบางๆ ที่นักออกแบบลากไว้ก่อนวางของ แต่สิ่งที่กริดทำจริงๆ ไม่ใช่เรื่องเส้น มันคือการตัดสินใจล่วงหน้า ตัดสินใจครั้งเดียวว่าอะไรจะอยู่ตรงไหน เพื่อจะได้ไม่ต้องตัดสินใจเรื่องนั้นอีกเป็นร้อยครั้งในภายหลัง

อาคารโมเดิร์นสีขาวที่ผนังและช่องหน้าต่างเรียงเป็นตารางชัดเจน
ภาพ: Joel Filipe via Unsplash

กริดไม่ได้เริ่มจากทฤษฎีความงาม

ก่อนจะมีคำว่ากริด มีแต่ช่างเรียงพิมพ์กับตัวตะกั่ว ตัวอักษรแต่ละตัวมีความกว้างตายตัว บรรทัดหนึ่งจึงยาวได้เท่าที่ถาดเรียงพิมพ์ยอมให้ยาว หนังสือพิมพ์ต้องแบ่งหน้าเป็นคอลัมน์แคบๆ เพราะสายตาคนอ่านตัวเล็กขนาดนั้นได้ทีละไม่กี่คำ ไม่ใช่เพราะใครคิดว่าคอลัมน์สวย

ความเป็นระเบียบของหน้าหนังสือพิมพ์จึงเป็นผลพลอยได้จากเครื่องจักร ไม่ใช่รสนิยม แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นคือ เมื่อคนคุ้นกับระเบียบแบบนี้นานพอ ระเบียบก็เลื่อนสถานะจากข้อจำกัดกลายเป็นภาษา คนอ่านเริ่มใช้ตำแหน่งบนหน้ากระดาษเป็นเครื่องมือบอกว่าอะไรสำคัญกว่าอะไร โดยไม่มีใครต้องอธิบาย

หน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารวางซ้อนกัน เห็นการแบ่งคอลัมน์และลำดับความสำคัญของหัวข้อ
ภาพ: Ashni via Unsplash

สวิสเปลี่ยนข้อจำกัดให้เป็นวิธีคิด

สิ่งที่นักออกแบบสวิสในทศวรรษ 1950 ถึง 1960 ทำ คือหยิบระเบียบที่เคยเป็นเรื่องของโรงพิมพ์ขึ้นมาเป็นเรื่องของความคิด Karl Gerstner เขียน Designing Programmes ในปี 1964 โดยเสนอว่าหน้าที่ของนักออกแบบไม่ใช่การออกแบบผลลัพธ์ชิ้นเดียว แต่คือการออกแบบชุดกติกาที่จะผลิตผลลัพธ์ได้อีกไม่รู้กี่ชิ้น เขาเรียกกริดว่าเป็นตัวควบคุมสัดส่วน ระบบที่เตรียมที่ว่างไว้ให้กับของที่ยังไม่รู้ว่าคืออะไร

อีกสิบเจ็ดปีถัดมา Josef Müller-Brockmann รวบรวมวิธีคิดนี้เป็นเล่มชื่อ Grid Systems in Graphic Design ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ Niggli ในปี 1981 หนังสือเล่มนั้นไม่ได้ขายความสวย มันขายความคิดที่ว่างานออกแบบควรรับใช้เนื้อหา และนักออกแบบควรถอยออกจากภาพให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

โปสเตอร์ตัวอักษรแบบสวิสจัดวางบนกริดชัดเจน แขวนอยู่บนผนังสีขาว
ภาพ: Martin Péchy via Unsplash

ความคิดแบบนี้ทำให้กริดกลายเป็นเรื่องของท่าที ไม่ใช่แค่เครื่องมือ คนที่เลือกใช้กริดกำลังบอกว่าเขายอมสละอิสระบางส่วนของตัวเอง เพื่อให้คนอ่านได้อะไรที่คาดเดาได้และไม่ต้องออกแรง

ระบบจะมีค่าก็ต่อเมื่อคนอื่นใช้ต่อได้

กลับมาที่ Unigrid อีกครั้ง สิ่งที่ทำให้มันอยู่มาเกือบห้าสิบปีไม่ใช่ความงามของแผ่นพับใบใดใบหนึ่ง แต่คือความจริงที่ว่าคนที่ทำแผ่นพับใบต่อไปไม่จำเป็นต้องเป็น Vignelli ระบบเขียนกติกาไว้ครบพอที่คนอื่นจะทำงานต่อได้โดยไม่ทำให้ทั้งชุดพัง ทุกวันนี้ Unigrid ถูกเก็บเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันถาวรที่ MoMA

นี่คือจุดที่กริดต่างจากรสนิยมส่วนตัว รสนิยมตายไปพร้อมกับคนที่มี ส่วนระบบอยู่ต่อได้ในมือคนที่ไม่เคยเจอกัน

ตัวอย่างงานพิมพ์และแคตตาล็อกกระดาษที่จัดวางตัวอักษรตามระบบเดียวกัน
ภาพ: 2H Media via Unsplash

กริดที่ไม่ได้อยู่บนกระดาษ

เรื่องเดียวกันนี้เกิดขึ้นในสถาปัตยกรรมก่อนงานกราฟิกด้วยซ้ำ ระยะห่างระหว่างเสาเป็นตัวกำหนดว่าหน้าต่างจะกว้างเท่าไหร่ ผนังจะแบ่งกี่ช่วง ทั้งอาคารจึงเดินตามจังหวะเดียวกันทั้งหลังโดยที่คนเดินผ่านไม่เคยนับ

ผนังอาคารคอนกรีตที่ครีบแนวตั้งเรียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอตลอดทั้งด้าน
ภาพ: Michał Kubalczyk via Unsplash

บนหน้าจอ กริดกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แทบไม่มีใครพูดถึงแล้ว ระบบสิบสองคอลัมน์ที่เฟรมเวิร์กส่วนใหญ่ใช้ร่วมกันมาจากเหตุผลง่ายๆ ว่าสิบสองหารด้วยสอง สาม สี่ และหกได้ลงตัว ส่วนการวางระยะเป็นทวีคูณของแปดพิกเซลก็มาจากความต้องการให้ตัวเลขเดียวกันทำงานได้บนหน้าจอที่มีความละเอียดต่างกัน เหตุผลเบื้องหลังยังเป็นเรื่องการผลิตเหมือนเดิม เปลี่ยนแค่ว่าเครื่องจักรย้ายจากโรงพิมพ์มาอยู่ในมือเรา

ฝ่ากริดได้ก็ต่อเมื่อมีกริดให้ฝ่า

ข้อกล่าวหาที่กริดได้รับบ่อยที่สุดคือมันทำให้งานน่าเบื่อ ซึ่งมีส่วนจริงถ้าคนใช้หยุดคิดตั้งแต่วางเส้นเสร็จ แต่งานที่ดูฉีกกฎแล้วยังดูดีเกือบทั้งหมดมีกริดอยู่ข้างใต้ ภาพที่ทะลุคอลัมน์ออกไปจะรู้สึกว่าตั้งใจก็ต่อเมื่อมีคอลัมน์ให้ทะลุ ถ้าไม่มีอะไรให้ฝ่า การวางของนอกที่ก็เป็นแค่การวางผิดที่

อาคารที่แผงด้านหน้าเอียงตัดกับแนวตั้งของโครงสร้าง สร้างจังหวะที่ฝ่าระเบียบเดิม
ภาพ: Anders Jildén via Unsplash

เรื่องนี้ใกล้กับที่เราเคยคุยกันไว้เรื่อง ที่ว่างที่ทำงานหนักที่สุดในงานออกแบบ ทั้งกริดและที่ว่างเป็นสิ่งที่คนดูไม่ได้ดู แต่เป็นตัวกำหนดว่าสิ่งที่เขาดูจะทำงานหรือไม่ทำงาน

บางทีคำถามที่ใช้ได้จริงกว่าอาจไม่ใช่ว่าควรใช้กริดกี่คอลัมน์ แต่คือเรากำลังตัดสินใจเรื่องอะไรซ้ำๆ อยู่โดยไม่รู้ตัว แล้วเรื่องนั้นควรถูกตัดสินครั้งเดียวจบตั้งแต่ต้นหรือเปล่า

อ้างอิง: Karl Gerstner, Designing Programmes (1964) · Josef Müller-Brockmann, Grid Systems in Graphic Design, Niggli (1981) · Unigrid, Massimo และ Lella Vignelli สำหรับ United States National Park Service (1977) คอลเลกชัน MoMA

Photo credit: Joel Filipe, Ashni, Martin Péchy, 2H Media, Michał Kubalczyk, Anders Jildén via Unsplash


ของในเว็บที่เข้ากับเรื่องนี้

Daily Eyes Postcard No.10 โปสการ์ดภาพถ่ายจาก perthsirin

Daily Eyes Postcard No.10 โปสการ์ดชุดจาก perthsirin ที่ทุกใบใช้กรอบเดียวกัน ตำแหน่งคำบรรยายเดียวกัน เปลี่ยนแค่ภาพข้างใน เป็นตัวอย่างเล็กๆ ของระบบที่ปล่อยให้เนื้อหาเป็นฝ่ายพูด

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด