รถปอร์เช่สีสดจมอยู่ในบ่อไปครึ่งคัน แต่น้ำรอบรถกลับนิ่ง ในภาพสีน้ำของ Friedrich Kunath เราเห็นของที่ควรพาคนไปไหนต่อไหนหยุดอยู่ผิดที่ จะขำก่อนก็ได้ แล้วค่อยรู้สึกทีหลังว่าภาพนี้มันเหงาเหมือนกัน

ภาพนี้อยู่ใน The Nearest Faraway Place นิทรรศการที่ Pace Gallery ในโซล จัดตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนถึง 24 ตุลาคม 2026 เป็นการแสดงเดี่ยวครั้งแรกของเขากับแกลเลอรีแห่งนี้ในโซล ชื่อชวนให้นึกถึงสถานที่ไกลตัว แต่เรื่องที่ภาพกำลังพูดกลับเป็นความรู้สึกใกล้ตัวมาก อยู่ตรงนี้แล้ว ทำไมยังรู้สึกว่าควรอยู่ที่อื่น
คูนาทเกิดในเยอรมนี และใช้ชีวิตระหว่างลอสแอนเจลิสกับยุโรป งานของเขาจึงมีทั้งทิวทัศน์ที่โยงกับจิตรกรรมโรแมนติกเยอรมัน และภาพจำจากป็อปคัลเจอร์อเมริกันอยู่ด้วยกัน ถนน พระอาทิตย์ตก รถยนต์ และตัวละคร ไม่ได้ถูกแบ่งฝั่งว่าอะไรเป็นศิลปะสูงหรืออะไรเป็นของดูเล่น ทุกอย่างเข้ามาอยู่ในภาพเดียวกันได้
ภาพสวยที่ไม่ได้รับปากว่าจะทำให้สบายใจ
ถนนในภาพของเขาหายไปหลังเนินหรือทางโค้ง คนยืนมองแสงเย็นอยู่ไกล ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นภาพที่เรารู้วิธีดูอยู่แล้ว เห็นแล้วอยากตามถนนไป อยากรู้ว่าพ้นขอบฟ้ามีอะไร ความคุ้นเคยช่วยให้เราเข้าถึงงานโดยไม่ต้องเริ่มจากการอ่านคำอธิบายยาวหนึ่งหน้า

แต่พอมีรถจมอยู่ในบ่อ ความสวยก็ทำงานต่างออกไป รถยังเป็นรถที่เราจำได้ น้ำยังดูสงบ เพียงแค่สองอย่างนี้มาอยู่ด้วยกัน ความรู้สึกก็สะดุด สำหรับเรา มันคล้ายตอนที่ชีวิตดูพร้อมทุกอย่าง แต่เจ้าตัวกลับไปต่อไม่ถูก ภาพไม่ได้บอกว่าคนขับเป็นใคร จึงเหลือที่ให้เราเผลอเอาตัวเองไปนั่งแทน
ในบทสัมภาษณ์กับ The Korea Times คูนาทอธิบายว่าความงามของพระอาทิตย์ตกและทิวทัศน์เป็นทางพาคนเข้าไปเจอความโดดเดี่ยว อ่านแบบนี้แล้ว ภาพสวยไม่ได้มีหน้าที่กลบเรื่องหนัก มันทำให้เรายอมอยู่กับเรื่องนั้นนานขึ้นอีกหน่อย ก่อนจะเลื่อนสายตาหนี
อยากให้ภาพรู้สึกเหมือนเพลง
ชื่อของนิทรรศการมาจากเพลงบรรเลงของ The Beach Boys และคูนาทเคยบอกว่าอยากให้ภาพของเขาให้ความรู้สึกเหมือนเพลง เราไม่จำเป็นต้องแปลเสียงทุกเสียงออกมาเป็นประโยคก่อนถึงจะเศร้า ภาพวาดก็อาจเข้าถึงเราแบบนั้นได้ โดยไม่ต้องเฉลยทุกวัตถุว่าหมายถึงอะไร

ตรงนี้ทำให้การหยิบป็อปคัลเจอร์เข้ามามีผลมากกว่าการใส่ของที่คนจำได้ รถหรือทิวทัศน์ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ในสายตาคนดู เราติดภาพจากหนัง โฆษณา และเพลงมาด้วยอยู่แล้ว พอของเหล่านั้นปรากฏผิดจังหวะ ความทรงจำของเราก็เข้าไปช่วยสร้างอารมณ์ให้ภาพ ทั้งที่ศิลปินไม่รู้จักเราเลย
ถ้าภาพตัวอักษรของ Hunter Harvey ทำให้เรารู้สึกถึงน้ำเสียงของคำจากรูปทรงตัวพิมพ์ งานของคูนาทก็ทำให้เรารู้สึกถึงน้ำเสียงของฉากเดียวกันได้ ท้องฟ้าสวยไม่ได้แปลว่าคนที่อยู่ใต้ท้องฟ้านั้นกำลังมีความสุขเสมอไป
เดินจากภาพเล็กไปเจอทิวทัศน์ใหญ่
นิทรรศการกระจายอยู่สองชั้น เริ่มด้วยภาพสีน้ำใส่กรอบ แล้วจึงเป็นภาพสีน้ำมันในพื้นที่ด้านบนที่รับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างและช่องแสงบนเพดาน การเปลี่ยนขนาดและพื้นที่ทำให้ฉากที่เริ่มจากกระดาษแผ่นหนึ่งขยายออกมารับร่างกายคนดูด้วย

สำหรับงานที่พูดถึงระยะห่าง การได้เดินเข้าใกล้แล้วถอยออกมาดูจึงมีความหมาย เราอาจเห็นทั้งภาพพร้อมกันจากอีกฟากของห้อง แต่ต้องขยับเข้าไปหาเพื่อดูรายละเอียด สถานที่ในภาพอยู่ตรงหน้า ส่วนระยะที่เรารู้สึกกับมันอาจเปลี่ยนไปทุกครั้งที่เดิน
งานชุดนี้ไม่ได้เสนอว่าต้องกลับบ้านเกิดถึงจะเลิกเหงา หรือเดินทางต่อแล้วจะพบที่ของตัวเอง สิ่งที่เราอ่านได้คือความไม่แน่ใจยังอยู่ได้แม้ฉากรอบตัวจะสวยมากแล้ว อารมณ์ขำเล็ก ๆ ช่วยให้ยอมรับเรื่องนี้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องทำให้ทุกภาพกลายเป็นคำปลอบใจ

บางวันเราอาจอยากเป็นคนที่เดินไปจนสุดถนนในภาพ แต่บางวัน แค่ยืนมองอยู่ตรงนี้โดยยังไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อ ก็คงตรงกับชีวิตมากกว่า
ผลงานและข้อมูลศิลปิน: Friedrich Kunath ผ่าน Pace Gallery
อ้างอิง: ข้อมูลนิทรรศการจาก Pace Gallery และบทสัมภาษณ์โดย Lee Hae-rin ใน The Korea Times
Photo credit: Pace Gallery / © Friedrich Kunath; ภาพสินค้า: naivefloraltattoo ผ่าน Portjolio
ภาพเล็ก ๆ ที่เก็บไว้ใกล้ตัว

โปสการ์ด Floral Childlike Art จากร้าน naivefloraltattoo เป็นอีกวิธีเก็บภาพวาดบนกระดาษไว้ใกล้ตัว ให้เราได้กลับมามองภาพเดิมในวันที่อารมณ์เปลี่ยนไป
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


