ปกติเวลาโรงหล่อตัวพิมพ์ทำฟอนต์โมโนสเปซออกมาสักตัว มันมักจะเป็นฟอนต์หน้าตาแบบเครื่องมือช่าง เส้นเรียบๆ ไม่มีเชิง เอาไว้ใช้กับโค้ดหรือตาราง ส่วน DGM Saffron ของ Giulia Boggio ทำสวนทางนั้น เพราะมันคือเซริฟที่มีเชิงหนาแบบตัวพิมพ์เก่า แล้วมีเวอร์ชันโมโนสเปซให้ด้วย

ตัวอย่างฟอนต์ DGM Saffron แสดงตัวอักษรเซริฟเชิงหนา
ภาพ: Giulia Boggio

Giulia Boggio เป็นนักออกแบบกราฟิกและตัวพิมพ์ที่ทำงานอยู่ลอนดอน เธอปล่อยฟอนต์ในชื่อขึ้นต้นว่า DGM ของตัวเอง หน้าเว็บของ Saffron บอกจุดตั้งต้นไว้ตรงๆ ว่ามาจาก Ronaldson Clarendon ตัวพิมพ์อเมริกันจากปี 1884

แต่เธอก็บอกด้วยว่านี่ไม่ใช่การทำรีไววัลตามต้นฉบับเป๊ะๆ หลายส่วนถูกวาดใหม่ และตัวเอียงก็เป็นของที่ต้นฉบับไม่เคยมี ต้องคิดขึ้นมาเองทั้งชุด

เชิงหนาที่ไม่ได้มาเพื่อความหรู

ตัวอย่างการเรียงพิมพ์ DGM Saffron ในขนาดใหญ่บนพื้นสี
ภาพ: Giulia Boggio

ตัวพิมพ์สาย Clarendon มีลักษณะที่จำง่ายอยู่อย่างหนึ่ง คือเชิงตัวอักษรหนาเกือบเท่าเส้นหลัก และตรงมุมที่เส้นตั้งไปเจอเชิงจะมีส่วนโค้งรับกันไว้ ไม่ได้หักฉากตรงๆ เชิงแบบนี้ถูกออกแบบมาให้ทนพิมพ์ ทนอ่านในขนาดเล็ก และเด่นพอจะเอาไปทำพาดหัวได้

มันเลยเป็นตัวพิมพ์ของป้ายประกาศ ของโปสเตอร์หนัง ของหัวหนังสือพิมพ์ ไม่ใช่ตัวพิมพ์ของงานที่พยายามดูแพง ซึ่งเป็นคนละอารมณ์กับเซริฟบางเฉียบที่คนชอบเอาไปทำโลโก้แบรนด์เครื่องสำอาง

ตัวอย่างการใช้ DGM Saffron ในงานพิมพ์หลายขนาดปนกัน
ภาพ: Giulia Boggio

เราเคยเขียนถึงตัวพิมพ์สายนี้ไปแล้วรอบหนึ่งตอนพูดถึง CoFo Robert Sans ที่ถอดโครงมาจากสแล็บเซริฟ จะเห็นว่านักออกแบบยุคนี้กลับไปหยิบของจากศตวรรษที่สิบเก้ากันบ่อยมาก อาจเพราะของจากยุคนั้นถูกออกแบบมาให้ตะโกน ซึ่งเป็นสิ่งที่งานยุคนี้ต้องการพอดี

โมโนสเปซที่มีเชิง

ตัวอย่าง DGM Saffron Mono ที่ตัวอักษรทุกตัวกว้างเท่ากัน
ภาพ: Giulia Boggio

ตระกูลนี้มีสี่สไตล์ คือ Regular, Italic, Mono Regular และ Mono Italic ตัวชุด Mono คือชุดที่ตัวอักษรทุกตัวกว้างเท่ากันหมด ตัว i ที่ผอมนิดเดียวก็ได้ช่องกว้างเท่ากับตัว m

พอเอาหลักนี้ไปใช้กับตัวที่มีเชิงหนาอยู่แล้ว ผลที่ได้คือตัวแคบๆ อย่าง i กับ l ต้องยืดเชิงออกไปกินพื้นที่ว่างทั้งสองข้าง หน้าตาเลยประหลาดกว่าโมโนสเปซที่เราคุ้น มันดูเป็นเครื่องพิมพ์ดีดเก่ามากกว่าดูเป็นหน้าจอ

ในไฟล์มีอักขระ 463 ตัว รองรับภาษาได้มากกว่าสี่สิบภาษา ส่วนงานเคิร์นนิงกับการจัดระยะห่างเป็นฝีมือของ Igino Marini ซึ่งเป็นชื่อที่คนทำฟอนต์รู้จักกันดี ตรงนี้เป็นรายละเอียดที่คนอ่านไม่มีวันเห็น แต่เป็นตัวชี้ว่าข้อความยาวๆ จะอ่านลื่นหรือสะดุด

ตัวอย่างการวางตัวอักษร DGM Saffron ในเลย์เอาต์งานพิมพ์
ภาพ: Giulia Boggio

แล้วมันก็ไปโผล่บนปกแผ่นเสียง

ปกอัลบั้ม Dancing Like an Idiot ของวง October ตัวอักษรหมุนและซ้อนกัน สแกนจนสีเพี้ยน
ภาพ: La Tigre via Fonts In Use

ปีนี้ La Tigre สตูดิโอออกแบบจากมิลาน เอา DGM Saffron ทั้งชุดปกติและชุดโมโนไปทำอาร์ตเวิร์กให้อัลบั้มแรกของวง October ชื่อ Dancing Like an Idiot

วิธีทำก็ไม่ได้เนี้ยบเลย เขาเอางานไปวางบนเครื่องสแกนแล้วเล่นกับมัน ตัวอักษรถูกหมุน ถูกวางซ้อนเหลื่อมกัน ขนาดใหญ่เล็กปนกันในหน้าเดียว สีเพี้ยนไปตามที่เครื่องสแกนอยากให้เป็น

อาร์ตเวิร์กอีกเวอร์ชันของอัลบั้มเดียวกัน ตัวอักษรเหลื่อมซ้อนบนพื้นหลากสี
ภาพ: La Tigre via Fonts In Use

สิ่งที่เราชอบคือระยะทางของมัน ตัวพิมพ์ที่หน้าตาย้อนกลับไปได้ถึงปี 1884 ถูกวาดใหม่โดยคนที่อยู่ลอนดอนในปี 2024 แล้วสองปีต่อมาก็ไปนอนอยู่บนปกแผ่นเสียงของวงหน้าใหม่ ผ่านมือสตูดิโออิตาลีที่จับมันไปถูกับกระจกเครื่องสแกน

ฟอนต์ตัวหนึ่งไม่มีทางรู้ล่วงหน้าว่าจะไปจบที่ไหน คนวาดทำได้แค่วาดให้มันแข็งแรงพอจะรอดจากสิ่งที่คนอื่นจะทำกับมัน

ที่มา: Giulia Boggio (giuliaboggio.xyz), Fonts In Use, Typecache

Photo credit: Giulia Boggio · La Tigre via Fonts In Use


ชวนดูของในเว็บ

เสื้อยืด Inspo Gone Creativity Tee ลายตัวอักษร

Inspo Gone Creativity Tee จากร้าน portjolio เป็นอีกพื้นผิวหนึ่งที่ตัวอักษรไปอยู่ได้ ถัดจากหน้ากระดาษกับปกแผ่นเสียง

แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด