ก้อนสีที่ดูเหมือนจะหยดลงจากขอบทำให้เราเผลอรอ ทั้งที่มันไม่ได้ขยับ งานของ Dan Lam เล่นกับความรู้สึกสั้น ๆ แบบนี้ เราเห็นของแข็ง แต่ตากลับบอกว่ามันน่าจะนิ่ม เหนียว หรือกำลังไหล พอมองผิวที่มีทั้งความเงาและส่วนแหลม ๆ ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าถ้าจับจริงจะรู้สึกยังไง

Lam เป็นศิลปินที่ทำงานกับประติมากรรมรูปทรงอินทรีย์ แต่วัสดุที่เธอใช้กลับเป็นของสังเคราะห์อย่างโฟม เรซิน และสีอะคริลิก ความขัดกันอยู่ตั้งแต่ตรงนี้แล้ว สิ่งที่ดูคล้ายเนื้อหรือสิ่งมีชีวิตไม่จำเป็นต้องมาจากธรรมชาติ และความรู้สึกอยากเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็เกิดพร้อมกับความลังเลได้
ให้วัสดุไหลก่อน แล้วค่อยเลือกว่าจะหยุดตรงไหน
ในบทสัมภาษณ์กับ Juxtapoz เธอเล่าว่าเริ่มจากโครงข้างใน ซึ่งอาจใช้โฟมที่นำกลับมาใช้ใหม่ จากนั้นเทโฟมโพลียูรีเทนทับลงไป ช่วงที่วัสดุเกิดปฏิกิริยาและพองตัวมีเวลาให้ทำงานราวสองถึงสามนาที เธอจึงต้องทำงานไปกับแรงโน้มถ่วง คอยดูว่าสิ่งที่เทลงไปกำลังพาตัวเองไปทางไหน
เมื่อโฟมแข็งตัว เธอจึงลงสีพื้นและทำรายละเอียดต่อ ส่วนหนามใช้เครื่องมือบีบครีมแต่งเค้ก วิธีทำที่ฟังดูคุ้นมือกลับให้ผลที่ชวนระแวงนิด ๆ เรารู้จักรอยบีบแบบนี้จากของกิน แต่พอมันมาอยู่เต็มก้อนประติมากรรม ความรู้สึกน่ากินกับความรู้สึกไม่กล้าแตะก็เริ่มปนกัน

ตรงนี้ทำให้การดูงานของเธอสนุกกว่าการเดาว่ามันเป็นตัวอะไร รูปทรงไม่ได้เริ่มจากการตั้งชื่อสัตว์ประหลาดแล้วทำให้เหมือน แต่มีการตอบสนองต่อวัสดุอยู่ในกระบวนการด้วย ความแม่นของคนทำจึงอยู่ที่การรับมือกับสิ่งที่กำลังเกิด มากพอ ๆ กับการควบคุมให้ได้ตามที่คิด
ชื่อบอกความรู้สึก วัสดุบอกอีกอย่าง
ลองดูผลงานปี 2025 สามชิ้นในเว็บไซต์ศิลปินอย่าง Liminal Bloom, Lucid Thread และ Soft Surge ทั้งหมดระบุวัสดุชุดเดียวกันคือโฟม เรซิน พอลิเมอร์ และอะคริลิก แต่ชื่อกลับพาเราไปคิดถึงการผลิบาน เส้นบาง ๆ และการเคลื่อนตัวที่นุ่มนวล ก่อนจะได้อ่านรายการวัสดุเสียอีก
Liminal Bloom กับ Lucid Thread ทำให้เราเริ่มมองหาสิ่งที่ชื่อบอกไว้ในรูปทรง ส่วน Soft Surge ใส่ความรู้สึกเรื่องสัมผัสกับการเคลื่อนไหวมาในชื่อเดียว สำหรับเรา ชื่อเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นคำใบ้มากกว่าคำเฉลย เพราะต่อให้รู้ชื่อแล้วก็ยังเรียกไม่ได้ชัด ๆ ว่าของตรงหน้าควรอยู่ในหมวดไหน

การใช้วัสดุชุดเดิมซ้ำจึงไม่ได้แปลว่าทุกชิ้นต้องให้ความรู้สึกเหมือนกัน แค่เราเปลี่ยนจากการนึกถึงดอกไม้มาเป็นการนึกถึงเนื้อหรือของเหลว งานตรงหน้าก็เปลี่ยนไปแล้ว ทั้งที่วัตถุยังอยู่ที่เดิม คนดูมีส่วนเติมสิ่งที่ไม่มีระบุอยู่ในรายการวัสดุเสมอ
ถ้าเคยดูตัวละครที่ YONK ปั้นใน VR เราอาจคุ้นกับการอ่านนิสัยจากรูปทรงแปลก ๆ งานของ Lam เปิดโอกาสคล้ายกัน แต่ไม่ได้ให้ท่าขยับมาช่วยเล่า เราต้องอ่านจากผิว น้ำหนักที่มองเห็น และความรู้สึกที่ตัวเองคาดว่าจะเกิดตอนสัมผัส

เมื่อผิวเริ่มสะท้อนคนที่ยืนดู
นิทรรศการ Mercurial ที่ Chefas Projects เปิดระหว่างวันที่ 18 กันยายนถึง 17 ตุลาคม 2026 นำผลงานใหม่กว่ายี่สิบชิ้นมาแสดง โดยขยับไปทดลองผิวแบบโลหะและโครเมียมมากขึ้น แกลเลอรีอธิบายว่าผิวเหล่านี้รับภาพรอบตัวและสะท้อนกลับอย่างบิดเบี้ยว งานจึงเปลี่ยนไปตามแสงและตำแหน่งที่เรายืน
นั่นเพิ่มอีกเรื่องให้วิธีทำงานเดิมของเธอ จากการทำวัตถุให้นึกถึงของเหลว มาสู่ผิวที่ดึงห้องและคนดูเข้าไปเกี่ยวด้วย เราไม่ได้แค่มองก้อนอะไรสักอย่างที่ดูเหมือนไหล แต่ภาพของสิ่งรอบข้างก็ไม่อยู่นิ่งเหมือนเดิม ภาพประกอบในบทความนี้เป็นผลงานจากเว็บไซต์ศิลปิน ไม่ใช่ภาพชุดนิทรรศการ Mercurial

เราชอบที่งานเหล่านี้ไม่รีบทำให้ความรู้สึกสองอย่างหายขัดกัน ของชิ้นเดียวอาจดูน่าจับและไม่น่าจับพร้อมกันได้ ความสวยไม่ได้ลบความแปลกออกไป บางทีการยืนดูให้นานขึ้นอีกหน่อยอาจไม่ได้ช่วยให้รู้ว่ามันคืออะไร แต่ช่วยให้รู้ว่าเราใช้ตาตัดสินสัมผัสของสิ่งของเร็วแค่ไหน
ผลงานและช่องทางของศิลปิน: Dan Lam
อ้างอิง: บทสัมภาษณ์ Dan Lam โดย Kristin Farr ใน Juxtapoz · ข้อมูลนิทรรศการ Mercurial จาก Chefas Projects · รายละเอียดผลงานจากเว็บไซต์ศิลปิน
Photo credit: Dan Lam · bydanlam.com
ของชิ้นเล็กที่ต่อความรู้สึกจากเรื่องนี้

แหวน Daydream ชวนต่อจากการมองวัตถุที่ปล่อยให้เราจินตนาการ ไปสู่ของชิ้นเล็กที่อยู่ใกล้มือในแต่ละวัน
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


