ในภาพวาดของ Clio Sze To คนมักจะตัวเล็กมาก เล็กจนต้องเพ่งถึงจะเห็น มีอยู่ภาพหนึ่งเป็นทางเดินริมแม่น้ำแซน มีคนวิ่งอยู่คนเดียวตรงมุมขวา เสื้อสีน้ำเงิน ขาขาว ตัวเท่าปลายนิ้ว ส่วนพื้นที่เหลือทั้งผืนเป็นเงาของกิ่งไม้ที่ทอดยาวคลุมทางเดินไว้หมด

เธอเกิดปี 1988 เรียนที่ École Nationale Supérieure des Arts Décoratifs แล้วอยู่ทำงานที่ปารีสมาตลอด ตอนนี้กำลังแสดงเดี่ยวชุด Échos ที่แกลเลอรี Crèvecœur ระหว่าง 4 กันยายนถึง 10 ตุลาคม 2026
วิธีทำงานคือออกไปเดินโดยไม่รู้ว่าจะไปไหน
Sze To ไม่ได้ออกไปหาวิวเพื่อวาด เธอออกไปเดินเฉย ๆ ไม่กำหนดเส้นทางล่วงหน้า เจอทางแยกก็เลี้ยวไปตามที่อยากเลี้ยว ระหว่างทางก็ถ่ายรูปเก็บไว้ แล้วค่อยกลับมาวาดในสตูดิโอ

ที่ต้องย้ำคือรูปถ่ายพวกนั้นไม่ได้ถูกเอามาลอกตรง ๆ ภาพที่ออกมาเป็นของที่ประกอบขึ้นใหม่ ผสมหลายจังหวะเข้าด้วยกัน ก็เลยไม่ใช่ภาพบันทึกว่าตรงนั้นหน้าตาเป็นยังไง แต่เป็นภาพว่าการเดินผ่านตรงนั้นรู้สึกยังไง
สิ่งที่เธอตามเก็บซ้ำ ๆ คือแสงตอนใกล้ค่ำ วงไฟรอบเสาไฟถนน แล้วก็เงาที่ใบไม้ทิ้งลงบนพื้น
งานกลางคืนที่ยังมีเรื่องให้ดู

ภาพหัวค่ำภาพหนึ่งเป็นตึกอพาร์ตเมนต์มืด ๆ ตัดกับฟ้าสีน้ำเงินเข้ม ทั้งตึกมีหน้าต่างเปิดไฟอยู่บานเดียว เห็นคนสองคนอยู่ในนั้นแบบเบลอ ๆ ต่ำลงมาอีกชั้นมีไฟเส้นห้อยอยู่ที่ระเบียง
เธอไม่ได้ทำให้ตึกสวยขึ้น ตึกก็ยังเป็นตึกทึบ ๆ ที่ไม่มีใครถ่ายรูปลงอินสตาแกรม แต่พอวางไฟดวงเดียวไว้ตรงนั้น มันก็กลายเป็นภาพที่ยืนดูได้นาน

อีกภาพเป็นมุมเมืองตอนดึกที่พร่าไปทั้งภาพ ตึกซ้อนกันเป็นเงาทึบ มีเส้นไฟขาวพาดลงมาจากด้านบน ไฟหน้ารถกับไฟท้ายรถละลายอยู่ในหมอก ดูแล้วเหมือนมองผ่านกระจกรถที่มีฝ้าจับ ซึ่งก็คือสิ่งที่ตาคนเห็นจริงตอนเดินกลับบ้านดึก ๆ ไม่ใช่ภาพคมกริบแบบที่กล้องเก็บได้
ในชุดนี้มีงานอย่าง Vers minuit ที่ยาว 100 เซนติเมตรแต่สูงแค่ 50 กับ Fête ขนาด 100 คูณ 73 ปนอยู่กับผ้าใบเล็ก ๆ ขนาด 55 คูณ 38 หลายชิ้น ขนาดที่ไม่เท่ากันแบบนี้ทำให้เดินดูแล้วจังหวะไม่ราบเรียบ เหมือนบางช่วงของการเดินที่เราหยุดมองนาน บางช่วงที่เดินผ่านไปเฉย ๆ

ชื่อนิทรรศการบอกวิธีคิดไว้หมดแล้ว
Sze To อธิบายว่าคำว่า Échos มันมีข้างนอกอยู่ในตัวมันเอง คือมีอะไรบางอย่างวิ่งออกไป ไปกระทบ แล้วย้อนกลับมาหาเราในสภาพที่ไม่เหมือนเดิม
ซึ่งตรงกับกระบวนการของเธอเป๊ะ ๆ ภาพในหัวออกไปเป็นการเดิน การเดินกลายเป็นรูปถ่าย รูปถ่ายกลายเป็นภาพวาด แล้วภาพวาดก็กลับมาถึงเราในฐานะอะไรที่ไม่ใช่ปารีสจริง ๆ แล้ว
เรื่องแสงกับเงาบนถนนแบบนี้เราเคยดูผ่านสายตาช่างภาพมาแล้วใน งานของ Tom bewaremyfuji ต่างกันตรงที่ช่างภาพต้องรอให้แสงมาถึงจังหวะนั้น ส่วนคนวาดกลับบ้านไปแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะให้แสงอยู่ตรงไหน
สิ่งที่เหลืออยู่หลังจากดูงานชุดนี้ไม่ใช่ปารีส แต่เป็นคำถามว่าทางกลับบ้านของเราเองมีอะไรที่เดินผ่านทุกวันแล้วไม่เคยเงยหน้าดู
ดูผลงานเพิ่มเติมได้ที่ หน้าศิลปินของ Clio Sze To ที่แกลเลอรี Crèvecœur
อ้างอิง: Colossal, Crèvecœur
Photo credit: Clio Sze To / Crèvecœur via Colossal
ชวนดูของในเว็บ

Blue Pinstripe Cup เส้นสีน้ำเงินที่วาดด้วยมือแล้วไม่ตรงเป๊ะ ทำให้แก้วใบนี้มีอาการเดียวกับภาพที่วาดจากความจำ
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด


