Beolab 90 Atelier Editions บทสรุปแห่งศตวรรษที่เสียงและวัสดุพูดดังพอๆ กัน
มีไม่กี่แบรนด์ในโลกที่ใช้เวลาร้อยปีในการพิสูจน์ว่าเสียงสามารถมีรูปทรงได้ Bang & Olufsen คือหนึ่งในนั้น และเพื่อฉลองหนึ่งศตวรรษของการเดินทาง พวกเขาเลือกปิดซีรีส์ Atelier Centenary ด้วยผลงานสองชิ้นสุดท้าย Beolab 90 Monarch Edition และ Beolab 90 Zenith Edition ลำโพงที่ไม่ได้ถูกออกแบบให้แค่ฟัง แต่ถูกสร้างให้สัมผัสและจ้องมอง

Monarch เมื่อไม้เล่าเรื่อง
Monarch Edition คือบทสนทนาระหว่างไม้ Rosewood Palisander กับอะลูมิเนียม ไม้ถูกแกะสลักเป็นแผ่น lamella เรียงซ้อนกันรอบตัวลำโพง 360 องศา สร้างจังหวะเหมือนคลื่นที่ไหลไปตามรูปทรงของตัวเครื่อง ไม่ใช่เพียงการตกแต่ง แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่หยุดนิ่ง
สิ่งที่ทำให้ Monarch ต่างจากลำโพงทั่วไปคือรายละเอียดเล็กๆ ที่บ่งบอกถึงมือของช่างฝีมือ ไม่ใช่เครื่องจักร ปุ่มไม้หกจุดที่เชื่อมแผ่น lamella เข้าด้วยกัน จุดหนึ่งที่ด้านหน้ามีแถบไม้บางใสที่แสงสามารถลอดผ่านได้ วงแหวนไม้ Rosewood แข็งบนยอดลำโพง และแผงฐานที่ต่อเนื่องลวดลาย lamella ลงมาจนถึงพื้น B&O ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ไม้ชาวเดนมาร์กที่ร่วมงานกันมากว่า 75 ปี ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ

Zenith ไข่มุกอะลูมิเนียม 1,800 เม็ด
ถ้า Monarch พูดด้วยความอบอุ่นของไม้ Zenith Edition คือการพูดด้วยแสง ผิวสัมผัสของมันประกอบขึ้นจากทรงกลมอะลูมิเนียม 1,734 เม็ด ถูก anodize ด้วยสีโทนไข่มุกเจ็ดเฉดที่ถูกออกแบบมาเฉพาะ เรียงตัวบนแผงโค้งหกแผงที่ซ้อนรับกับทรงของตัวลำโพง ผลลัพธ์คือพื้นผิวที่ไม่เคยดูเหมือนเดิมในทุกมุมมอง แสงกระทบแต่ละเม็ดทรงกลมในมุมต่างกัน สร้างเอฟเฟกต์ระยิบระยับที่เปลี่ยนไปตามเวลาของวัน
หน้ากากอะลูมิเนียมถูก pearl blast และ anodize ในโทนเทาเข้ม ให้ความรู้สึกเหมือนเปลือกหอยนางรม บนยอดลำโพงมีชิ้น mother-of-pearl ฝังอยู่ เป็นจุดโฟกัสเล็กๆ ที่สะท้อนถึงแนวคิดทั้งหมดของรุ่นนี้ ทุกอย่างเกี่ยวกับแสง สัมผัส และการมองเห็น

ห้าบท ร้อยปี หนึ่งลำโพง
Monarch และ Zenith คือบทที่สี่และห้าของซีรีส์ Atelier ที่เริ่มต้นด้วย Shadow, Mirage และ Titan แต่ละรุ่นสำรวจมิติที่แตกต่างของงานฝีมือ เงา แสง ความแข็งแกร่ง พื้นผิว และการสะท้อน แต่ทั้งหมดแบ่งปันพื้นฐานเดียวกันคือ Beolab 90 ลำโพงที่ขับเคลื่อนด้วยไดรเวอร์ 18 ตัวต่อข้าง กำลังขับ 8,200 วัตต์ และเทคโนโลยี beam-forming ที่ทำให้เสียงเดินทางไปในทิศทางที่ต้องการ
แต่ละรุ่นผลิตเพียง 10 คู่เท่านั้น มาพร้อมใบรับรอง certificate of authenticity และรูปปั้นจำลอง Beolab 90 ขนาดเล็กในเวอร์ชันเดียวกัน บรรจุในกล่องอะลูมิเนียมที่ออกแบบมาเฉพาะ ราคาอยู่ที่ประมาณ 480,000 ยูโรต่อคู่ ซึ่งเป็นตัวเลขที่อาจทำให้หลายคนต้องหยุดคิด แต่สำหรับ B&O สิ่งนี้ไม่ใช่ลำโพง มันคือประติมากรรมที่บังเอิญส่งเสียงได้

สิ่งที่น่าสนใจคือ B&O ไม่ได้เลือกเปิดตัวสองรุ่นนี้ในงานเทคโนโลยีหรืองานเครื่องเสียง พวกเขาเลือก Culture Store ที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นโชว์รูมที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ในโลก มันบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวิธีที่ B&O มอง Beolab 90 ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี แต่เป็นวัตถุทางวัฒนธรรม
ในยุคที่ลำโพงส่วนใหญ่พยายามหายตัวไปกับผนัง Beolab 90 Atelier เลือกจะยืนอยู่กลางห้อง ท้าทายให้คนมอง สัมผัส และรู้สึก นี่อาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของคำถามว่า ดีไซน์กับเสียงจำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่
ภาพ: Bang & Olufsen Newsroom / presscloud.com
แรงบันดาลใจจากศิลปะและดีไซน์เพิ่มเติมได้ที่ Portjolio ที่ซึ่งเรื่องราวสร้างสรรค์ยังคงต่อเนื่องไม่สิ้นสุด
